วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุนฮาร์ม รีดักชัน ยุทธการลดเสพยา

การลดอันตรายจากการใช้ยา เสพติด หรือ ที่เรียกว่า ฮาร์ม รีดักชัน (Harm Reduction) มีมานานแล้วบนโลกใบนี้

หลักการของมัน คือ ช่วยให้ผู้ติดยาเสพติดแบบใช้เข็มฉีดยา ฉีดเข้าทางเส้นเลือด สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยยังคงใช้ยาเสพติด หรือสารทดแทนยาเสพติดบางอย่าง ในช่วงที่ยังไม่สามารถหยุดใช้ยาได้ถาวร

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับ ผู้เสพ คู่ขา คนในครอบครัว คนรอบข้าง รวมไปถึง ชุมชน และ สังคม ไม่ต้องพลอยเคราะห์หาม เช่น ได้รับอันตรายจากการฉีดยาผิดที่จนพิการ ฉีดยาเกินขนาดจนช็อกตายคาเข็ม ติดเชื้อ HIV เชื้อไวรัสตับอักเสบบีแล้วแพร่เชื้อ จากการใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกันในหมู่ผู้เสพ

รูปแบบของ Harm Reduction มีหลายแนวทาง ตั้งแต่ให้ความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดยาและครอบครัว ไปจนถึงให้ สารเมทาโดน หรือ นาล็อกโซน ทดแทนระยะยาว เพื่อไม่ให้ผู้เสพเกิดอาการขาดยาแล้วลงแดง ผ่านทาง ศูนย์รับปรึกษาปัญหา

ในบางประเทศ อย่างเช่น เนเธอร์แลนด์ และ ออสเตรเลีย ถึงกับมีการจัดหาสถานที่ และอุปกรณ์สะอาดให้แก่ผู้ติดยา สามารถเข้าไปฉีดยาเสพติดได้อย่างปลอดภัย โดยมีบุคลากรที่สามารถดูแลความปลอดภัยและให้คำแนะนำในการฉีด มีอาสาสมัครคอยให้คำปรึกษา และบริการเข็มสะอาดให้แก่ผู้ติดยา หรือมีโปรแกรมแลกเข็มฉีดยาใช้แล้วกับเข็มสะอาด เป็นต้น

บ้านเรายังไม่ก้าวไกลถึงขั้นนั้น เพราะการดำเนินงานเรื่องนี้ ขึ้นอยู่กับทัศนคติ มุมมอง และทิศทางนโยบายของรัฐบาลในแต่ละประเทศว่า มองภาพผู้ใช้ยาเสพติด และต้องการมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาให้พวกเขาอย่างไร เช่น มองพวกเขาเสมือนผู้ป่วย ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือบำบัดเยียวยา หรือมองว่าเป็นเพียงเศษสวะ เดนสังคม ที่ต้องไล่จับเข้าคุกให้มากที่สุด

นับว่า...โชคดีที่วันนี้ประเทศไทย กำหนดให้ผู้เสพยาเสพติดมีสถานะเป็น ผู้ป่วย และเปิดโอกาสให้ องค์กรพัฒนาเอกชน บางแห่งสามารถเข้าไปช่วยเหลือ ลดอันตรายจากการใช้ยาของผู้ติดยาเสพติด ด้วยการจัดหาอาสาสมัครเข้าไปทำงานกับกลุ่มเป้าหมาย ดูแลรักษาสุขภาพของผู้ติดยาแบบฉีดเข้าเส้น เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมในสังคมไทยได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

พร้อมบุญ พานิชภักดิ์ เลขาธิการมูลนิธิรักษ์ไทย หนึ่งในองค์กรพัฒนาเอกชนที่ดำเนินการเรื่องนี้มาหลายปี บอกว่า

การลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติดในบ้านเรา ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการรับและถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากผู้ใช้ยาเสพติด แบบใช้เข็มฉีดยาฉีดเข้าเส้นเลือด ที่ยังเลิกใช้ยาไม่ได้ โดยสามารถลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ลงจากเดิม 40% เหลือเพียง 20% ในปัจจุบัน

เขาให้ตัวเลขประมาณการกลมๆว่า ทุกวันนี้ในเมืองไทยยังคงมีผู้ใช้ยาเสพติดแบบฉีดเข้าเส้นอยู่ทั่วประเทศ ไม่ต่ำกว่า 70,000 ราย โดยที่ประมาณ 40,000 ราย จัดอยู่ในกลุ่มผู้ที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้นบ่อย อีก 30,000 ราย อยู่ในกลุ่มที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้นเป็นครั้งคราว

ยาเสพติดที่นิยมนำมาใช้ฉีดเข้าเส้น มี เฮโรอีน หรือ ผงขาว เป็นหลัก รองลงมา คือ โดมิคุม ยานอนหลับอย่างแรง ซึ่งแพทย์ใช้ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการซึมเศร้า หรือผู้ป่วยก่อนเข้ารับการผ่าตัด และ เมทาโดน (สารทดแทนเฮโรอีน) ซึ่งตัวหลังสุดนี้ รัฐบาลมีศูนย์เมทาโดน สำหรับช่วยเหลือผู้ที่ฉีดผงขาวเข้าเส้น โดยให้กินยาตัวนี้แทนวันละ 1 ครั้ง เพื่อลดอาการอยากยา

“เมื่อก่อนมีแค่ 3 ตัวหลักๆ ที่มีการนำมาฉีดเข้าเส้น แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีการนำยาบ้า ซึ่งปกติใช้กิน มาผสมน้ำฉีดเข้าเส้นเลือดด้วย เพื่อหวังจะให้ยาออกฤทธิ์เร็วขึ้น คนที่ใช้วิธีนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้เคยฉีดผงขาวมาก่อน แต่เป็นเพราะช่วงปี 2539–2540 ผงขาวถูกปราบหนัก ผู้ติดที่มีอาการถอนยาทรมานหนัก จึงหันมาใช้ยาบ้าฉีดเข้าเส้นแทน”

พร้อมบุญบอกว่า ที่จริง “เฮโรอีน” กับ “ยาบ้า” นั้นคนละเรื่องกันเลย เพราะเฮโรอีน ซึ่งสกัดมาจากฝิ่น หรืออนุพันธ์ของฝิ่น ออกฤทธิ์กดประสาท ช่วยแก้อาการเจ็บปวด

เขาว่า สมองคนเรามักจะชินชา หรือติดยาประเภทกดประสาท การเสพติดเฮโรอีน จึงลึกกว่าเสพติดยาตัวอื่น ใครที่เคยเสพแล้ว ถ้าไม่เสพซ้ำ จะนอนไม่หลับ ปวดทรมานเนื้อตัว เป็นตะคริวไปทั่วร่าง อย่างที่เรียกกันว่า ลงแดง จึงทำให้ทุกวันนี้ในตลาดโลก เฮโรอีนยังคงเป็นยาเสพติดที่มีราคาแพงสุด

ส่วน “ยาบ้า” กับ “ยาไอซ์” นั้น จัดอยู่ในกลุ่มแอมเฟตามีน ซึ่งออกฤทธิ์ กระตุ้นประสาท มีผลให้ผู้เสพรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง มองโลกเป็นสีชมพู ต่างกันตรงที่ “ยาไอซ์” เป็นแอมเฟตามีนชนิดที่มีความบริสุทธิ์กว่ายาบ้า จึงออกฤทธิ์แรงกว่ายาบ้า

“เป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่เคยใช้ยาเสพติดฉีดเข้าเส้น แล้วจะให้เปลี่ยนมาใช้วิธีสูดดมควัน หรือวิธีอื่น เพราะเขารู้สึกว่ามันไม่ได้ฟีลเหมือนกับการฉีด จึงทำให้ทุกวันนี้การนำยาบ้ามาฉีดเข้าเส้นขยายวง”

พร้อมบุญบอกว่า วิธีลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติดที่ดีที่สุด ตามหลักแล้วควรทำกับผู้ใช้ยาเสพติด ที่ยังไม่ก้าวไปถึงขั้นฉีดเข้าเส้น แต่เมื่อกลายไปเป็นผู้ติดยา ที่ใช้วิธีฉีดเข้าเส้นแล้ว เราก็ไม่ควรไปใช้วิธีห้าม...เพราะสุดท้ายแล้ว คนเรามักจะทำในสิ่งที่ถูกห้าม หรืออย่างที่ภาษิตว่า ยิ่งห้าม เหมือนยิ่งยุ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญกว่าก็คือ ทำอย่างไรจึงจะใช้ยาเสพติดอย่างมีความรู้ เพราะการใช้ยาเสพติดโดยไม่มีความรู้ เช่น ไม่รู้ว่ามันจะเกิดผลอะไรกับเราตามมาบ้างนั้น ถือว่าอันตรายที่สุด

ยกตัวอย่าง ผู้เสพยาบางคนมีอาการวูบๆวาบๆ เหมือนจะเป็นไข้ พอได้กลิ่นอะไรหน่อยก็จะอาเจียน หรือที่เรียกว่า เกิดอาการเสี้ยนยาต้องได้รับยาเสพติดตัวนั้นเข้าไปอีก อาการจึงจะหาย

“บางคนไม่รู้นึกว่าตัวเองป่วย กินยาแก้ไข้เท่าไรก็ไม่หาย การเมายา กับเมาเหล้ามันต่างกัน เมาเหล้าจะคึกคัก โวยวาย แต่เมายามักจะนิ่ง หรือหลับไป เรียกเท่าไรก็ไม่ยอมตื่น เป็นอาการของคนน็อกยา”

“หรืออย่างผู้เสพผงขาวบางรายใช้ยาเกินขนาด แล้วเกิดอาการน็อกยา มีหลายรายที่เพื่อนซึ่งเสพยาด้วยกัน รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มโนเอาเองว่า ต้องใช้น้ำผสมกับเกลือแกงในครัว ทำเป็นน้ำเกลือ ฉีดเข้าเส้นให้แก่ผู้ที่น็อกยา เพราะมีความเชื่อผิดๆว่าจะช่วยให้ฤทธิ์ยาที่เกินขนาดเจือจางลง แทนที่จะรีบพาเพื่อนไปหาหมอ ถึงแม้บางรายอาจจะฟื้นขึ้นมา แต่สุดท้ายก็กลับช่วยให้ไปวัด (ตาย) หรือน็อกตายคาเข็มเร็วขึ้น อย่างนี้เป็นต้น”

พร้อมบุญบอกว่า โดยทั่วไปผู้ที่เสพยา ไม่อยากเฉียดเข้าใกล้คน หรือหน่วยงานของรัฐ เพราะหวาดระแวง หรือคิดว่าพวกเขาถูกสังคมรังเกียจ ทำให้หน่วยงานทางสาธารณสุข จึงมักเข้าไม่ถึงปัญหา แต่องค์กรพัฒนาเอกชน ใช้รูปแบบการทำงานแบบเพื่อนถึงเพื่อน จึงทำให้เกิดความไว้วางใจ และเข้าถึงปัญหาได้มากกว่า

“การมีอาสาสมัครที่เข้าถึงผู้ติดยาในชุมชน ซึ่งบางคนเคยเป็น อสม.เก่า หรือเคยเป็นอดีตผู้ติดยาที่เลิกได้เด็ดขาดแล้ว คนเหล่านี้นอกจากจะเข้าใจผู้เสพยาดี ยังรู้จักกับเจ้าหน้าที่ตามโรงพยาบาล เมื่อเกิดปัญหาขึ้น พวกเขาจะเป็นตัวกลาง คอยเชื่อมโยงความช่วยเหลือจากเพื่อนถึงเพื่อน ซึ่งปัจจุบันทั่วประเทศมีอาสาสมัครคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ตามศูนย์ที่ให้บริการใน 19 จังหวัด”

“เป้าหมายก็คือ ทำยังไงก็ได้ให้ผู้ติดยาแบบฉีดเข้าเส้นรอดตาย สามารถอยู่ร่วมกับคนในชุมชนนั้นได้ โดยไม่ติดเอดส์ วัณโรค (โรคที่มักมาคู่กับเอดส์) ไวรัสตับอักเสบ ไม่ถูกรังเกียจและหวาดระแวงจากชุมชน ซึ่งวิธีการแบบเก่าที่รัฐเคยใช้มา พิสูจน์แล้วว่า ยิ่งปราบก็ยิ่งเพิ่ม ไม่สู้เปลี่ยนมาใช้วิธีร่วมมือกันทุกฝ่าย” พร้อมบุญทิ้งท้าย.

การลดอันตรายจากการใช้ยา เสพติด หรือ ที่เรียกว่า ฮาร์ม รีดักชัน (Harm Reduction) มีมานานแล้วบนโลกใบนี้ 11 ม.ค. 2561 11:29 11 ม.ค. 2561 11:29 ไทยรัฐ