วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุบเลิกสมาชิกสภาเขต กทม.

ช่วงนี้กำลังมีการแก้ไข ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น โดย คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นก่อนมีการเลือกตั้งระดับประเทศ การแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับ เพื่อให้สอดรับกับเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญใหม่ จึงไม่มีอะไรยาก ผมก็หวังว่า กกต.จะเร่งพิจารณาแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ออกมาโดยเร่งด่วน

กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นคลอดออกมาเร็วเท่าไหร่ ความเสี่ยงเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปีนี้ก็จะมีน้อยลงเท่านั้น ผมคิดว่า กกต.คงเข้าใจดีอยู่แล้ว

มีประเด็นที่น่าสนใจในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับ ก็คือ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ซึ่ง คุณนินนาท ชลิตานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ ประธานกรรมาธิการพิจารณาในเรื่องนี้ ได้สรุปว่า “ให้ยุบเลิกการเลือกตั้ง ส.ข. หรือสมาชิกสภาเขต กทม. 50 เขต จำนวน 361 คน” เพราะเห็นว่า ซ้ำซ้อน และ ไม่มีประโยชน์ พร้อมกับเสนอให้มีการจัดตั้งเป็น “ประชาคมเขต” จากตัวแทนกลุ่มอาชีพของประชาชนในพื้นที่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน

คุณนินนาท ระบุว่า จากการศึกษาโครงสร้างการบริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ พบว่า มีฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดย ฝ่ายนิติบัญญัติจะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเพียงชั้นเดียว เท่านั้น

แต่ของ กรุงเทพมหานคร พิเศษกว่าเพื่อน มีการเลือกตั้งถึง 2 ชั้น คือ เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และ สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ทำให้แตกต่างจากท้องถิ่นอื่น การเลือกตั้ง ส.ก. มีเขตละ 1–2 คน แต่ การเลือกตั้ง ส.ข. มีเขตละ 7–8 คน ทั้งๆที่ ส.ข.มีหน้าที่ตามกฎหมาย เพียง “ให้คำปรึกษาผู้อำนวยการเขต” เท่านั้น แต่ “หน้าที่แฝง” ผม ว่ามีอีกเยอะ บางสมัยที่นักการเมืองครองอำนาจมากมาย มีการจัดสรร งบประมาณให้ ส.ข.ไปทำโน่นทำนี่ ตั้งแต่ฉีดยุงไปจนถึงทำฟุตปาทใหม่ บันเทิงกันมากมาย เพื่อหาเสียงให้พรรคในช่วงเลือกตั้ง

ตลอด 30 ปีที่มีการเลือกตั้ง ส.ข.กทม. กรรมาธิการระบุว่า มีประชาชนให้ความสนใจไปเลือกตั้ง ส.ข.น้อยมาก อีกทั้ง ส.ข.ส่วนใหญ่ก็เป็นคนของนักการเมือง และ ได้รับเลือกตั้งในกลุ่มเดิมๆ คนที่มีความรู้ความสามารถในเขต ถ้าไม่ใช่คนของฝ่ายการเมือง ก็ยากที่จะมีโอกาสได้เข้ามาเป็น ส.ข.

แม้ ส.ข.จะมีหน้าที่เพียง ให้คำปรึกษาผู้อำนวยการเขต แต่ก็มี เงินประจำตำแหน่ง และ เงินตอบแทน เดือนละ 11,990 บาท ถ้าเป็นประธาน ส.ข.ก็จะได้เพิ่มเป็นเดือนละ 16,180 บาท

ทุกวันนี้ 50 เขตใน กทม. มี ส.ข.รวม 361 คน โดยกฎหมายกำหนดให้มี ส.ข.อย่างน้อยเขตละ 7 คน ถ้าเขตไหนมี ส.ก. 2 คน จะได้ ส.ข.เพิ่มอีก 1 คนเป็น 8 คน ส.ข.เกือบทั้งหมดสังกัดพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง ทำงานยึดโยงกับนักการเมือง แทนที่จะยึดโยงกับประชาชน ทำให้บางพื้นที่เกิดความขัดแย้งของกลุ่มการเมือง

เมื่อ ยกเลิกการเลือกตั้ง ส.ข. แล้ว (พวกพรรคการเมืองคงจะโวย เพราะ ส.ข.คือหัวคะแนนในแต่ละเขตนั่นเอง) คุณนินนาท บอกว่า จะมีการจัดตั้งเป็น “ประชาคมเขต” ขึ้นมาแทน “เขตละ 20 คน” จาก การเลือกของกลุ่มอาชีพต่างๆในแต่ละเขต โดยให้สอดคล้องกับพื้นที่ เช่น ย่านการค้า ก็จะมีตัวแทนเขตที่เป็นผู้ค้า ย่านเกษตรกรรม ก็จะมีตัวแทนเขตเป็นเกษตรกร เพื่อเป็นตัวแทนในการ ให้คำปรึกษา และ ข้อเสนอแนะ แก่ ผู้อำนวยการเขต ทำให้ประชาชนในท้องถิ่น
มีส่วนร่วมทางการเมืองด้วย

ผมอ่านบทสรุป การปฏิรูปการเลือกตั้งท้องถิ่น ของ สภาปฏิรูปประเทศ ในเรื่องนี้แล้ว เห็นด้วยอย่างยิ่ง ทุกวันนี้ มี ส.ข.ก็เหมือนไม่มี ไม่เคยดูแลทุกข์สุขประชาชนในพื้นที่ มีเลือกตั้งทีก็ได้เห็นโปสเตอร์กันที ไม่ยึดโยงกับประชาชน ยกเลิกไปเสียได้ดีแล้ว

ถ้าทำได้สำเร็จ ผมว่า “โมเดลประชาคมเขต” นำไปใช้ได้กับทุกพื้นที่ในประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารพื้นที่ของตัวเองอย่างแท้จริง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

ช่วงนี้กำลังมีการแก้ไข ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น โดย คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นก่อนมีการเลือกตั้งระดับประเทศ 11 ม.ค. 2561 11:24 ไทยรัฐ