วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ
ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ

คุณอยากเผชิญหน้า “ความจริงที่โหดร้าย” หรือ “คำโกหกที่ฟังแล้วสบายใจ”

โดย Nuttaputch

เมื่อพูดถึงเรื่องการพัฒนาตัวเองนั้น หลักสำคัญๆ ที่เรามักจะพูดกันอยู่เสมอคือการต้องวิเคราะห์ให้ออกว่าเรามีปัญหาตรงไหนเพื่อที่จะสามารถแก้ไขมันได้

แต่เรื่องจริงที่น่าตลกอย่างหนึ่งคือคนจำนวนไม่น้อยจะไม่เลือกที่เผชิญหน้ากับความจริง หรือบางทีก็เลือกที่เชื่ออะไรบางอย่างแทน และนั่นนำไปสู่สิ่งที่นักคิดหลายๆ คนมักเตือนกันว่าเรากำลังเลือกฟัง “ความจริงที่โหดร้าย” (Radical Truth) หรือหันไปฟัง “คำโกหกที่ฟังแล้วสบายใจ” (White Lie) กันแน่

เรื่องน่าคิดต่อคือทำไมความจริงที่ว่าถึงโหดร้าย? เราก็อาจจะมองเป็นประเด็นต่างๆ ได้ เช่น

1. มันเผยจุดอ่อนและความอ่อนแอของคุณ

เราจะพบว่าความจริงหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเราเป็นเรื่องที่ไม่ได้น่าภิรมย์เท่าไรเลย เช่นเราดูไม่ดีในสายตาคนอื่น เราบุคลิกแย่ เรามีปม ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักบั่นทอนกำลังใจเวลานึกถึงอยู่ไม่น้อย และนั่นทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะนึกถึงความจริงเรื่องนี้

2. มันชี้ให้เห็นความผิดพลาดและความล้มเหลว

ไม่ค่อยมีใครอยากบอกตัวเองว่าตัวเองนั้นพลาด ยังทำได้ไม่ดี เพราะมันเหมือนการตำหนิตัวเอง (ขนาดให้คนอื่นตำหนิเรายังไม่อยากจะฟังเลย) ฉะนั้นความจริงเรื่องนี้ก็มักเป็นสิ่งที่คนไม่อยากจะรับรู้สักเท่าไร

3. มันทำลายความมั่นใจของเราได้ง่ายๆ

ปกติเราก็มีความมั่นใจไม่ได้เยอะอยู่แล้ว (เว้นแต่ถ้าเราเป็นพวกเซลฟ์มากๆ น่ะนะ) แล้วการเผชิญหน้ากับความจริงที่เป็นด้านลบ ไม่ใช่ด้านบวก มันก็พร้อมจะบั่นทอนให้เรารู้สึกแย่ รู้สึกเฟล หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีหนักไปกว่าเดิม จนทำให้หลายๆ คนอาจจะถึงขั้นขาดความมั่นใจเลยก็ได้ ซึ่งความมั่นใจที่ว่านี้เองมีส่วนสำคัญกับการใช้ชีวิตอยู่พอสมควร อย่างบางคนก็อาจจะมั่นใจในตำแหน่งหน้าที่ ความรู้ต่างๆ แล้วพอต้องพบว่าตัวเองไม่ได้รู้เยอะ หรือทำผิด ก็อาจจะมีเขวๆ ตลอดไปจนไม่กล้าตัดสินใจกันได้


เมื่อฟังดูแล้วว่าความจริงที่โหดร้ายนั้นทำให้เราเสี่ยงกับการที่จะเจออะไรแย่ๆ หรืออาจจะก่อให้เกิดพลังลบนั้น บางคนก็เลยเลือกจะ “บิด” หรือ “สร้าง” ข้อมูลแบบให้กับตัวเอง เช่นการบอกตัวเองว่า “ชั้นดีอยู่แล้ว” “มีคนยอมรับชั้นตั้งเยอะ” “มีคนมาชอบชั้นตั้งหลายคน” “มีอีกหลายคนเห็นด้วยกับชั้น” เพื่อประหนึ่งเป็นการปลอบตัวเองให้รู้สึกดี บ้างก็เพื่อเปลี่ยนไปมองในสิ่งที่ตัวเองอยากเห็น อยากได้ยินไปเสีย

เอาจริงๆ แล้ววิธีการดังกล่าวก็อาจจะฟังคล้ายๆ กับการเลือกมองโลกในแง่ดีหรือมองโลกในแง่ร้าย แต่ที่ต้องบอกตรงนี้คือการการมองโลกในแง่ดีนั้นก็ยังไม่ใช่การ “โกหกตัวเอง” หรือการให้ความหวังแบบ “เกินจริง” (หรือพูดง่ายๆ คือไม่อยู่กับความจริง) ซึ่งนั่นต่างจากการสร้างเรื่องโกหกมาบอกตัวเองเพื่อให้ตัวเองสบายใจ

แล้วทำไมคนถึงมักทำอย่างนั้นกันล่ะ? มันก็จะย้อนกลับไปว่าคนเหล่านี้นั้นมักไม่อยากยอมรับความจริง ไม่อยากยอมรับเรื่องจุดอ่อนของตัวเอง (เช่นเราไม่รู้ เราไม่เก่ง เรายังไม่มีความสามารถ) ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองทำผิด

ถ้าถามว่าเรื่องนี้ร้ายแรงไหม มันก็คงแล้วแต่ละคนว่าเรากำลัง “โกหกตัวเอง” ขนาดไหน และเรื่องที่กำลังโกหกนั้นเป็นเรื่องอะไร เพราะเราก็จะพบว่ากับบางคนนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก ไม่ได้ส่งผลกับชีวิตเยอะ อาจจะเป็นแค่เรื่องที่ชวนให้รำคาญหรือตะขิดตะขวงใจบ้าง แต่กับบางคนอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สัมพันธ์กับอนาคตหน้าที่การงานเลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นแล้วก็เข้าข่ายอันตรายทีเดียว

ผมเล่าในบทความนี้เพราะอยากจะบอกแบบที่เรามักพูดกันเสมอแหละครับ ว่าถ้าเราอยากพัฒนา อยากแก้ไข เราก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริง ถ้าเราบิดความจริงให้ไม่จริงเพื่อที่จะเข้าข้างตัวเอง เราก็อาจจะมองปัญหาแบบผิดๆ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ซึ่งอาจจะทำให้เราเสียเวลาเปล่าเลยก็ได้

ฉะนั้นแล้ว แม้ว่าความจริงจะดูโหดร้าย แต่เรื่องมันคงจะร้ายกว่าถ้าเราไม่ยอมรับความจริงนั่นแหละครับ

Nuttaputch