วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แกร่งกว่าชาย นายเวรผู้การกองปราบฯ 'ตาล วชิรา' ลุยจับยา ไขปมฆ่าโบกปูน

ไม่เสียแรงที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เปิดโอกาสให้นักเรียนหญิงเข้ามามีบทบาทในการซึมซับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่ไปกับนักเรียนชาย ซึ่งมีความรู้ความสามารถไม่แพ้กัน ...พื้นที่แดนดาวแห่งนี้เริ่มต้นเปิดรับนักเรียนนายร้อยหญิงรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2552 บรรจุเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยรุ่นที่ 66 ...จวบจนปัจจุบัน โรงเรียนนายร้อย รับนักเรียนหญิงมาแล้ว จนถึงรุ่นที่ 74 แตกกิ่งก้านใบลงพื้นที่รับใช้ประชาชนในหน่วยงานต่างๆ ของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ร.ต.อ.หญิง วชิรา ธาวนพงษ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป นายตำรวจติดตาม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบ นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง รุ่นที่ 67 พื้นเพเป็นชาว จ.สมุทรสาคร เรียนจบชั้นประถมจากโรงเรียนวัดป้อมวิเชียรโชติการาม ต่อมัธยมศึกษาตอนต้น-ปลาย ที่โรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ ก่อนจะมาสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจหญิงรุ่นที่ 67 

"ตาลไม่ได้มีความคิด หรือความฝันอยากจะเป็นตำรวจตั้งแต่ตอนแรก ตาลแค่อยากเรียนอะไรที่มันไม่เหมือนใคร แล้วจำได้ว่าช่วงนั้นที่ตาลกำลังชั้นจบมัธยม ได้มีการโปรโมต เปิดรับนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง ตาลเห็นว่ามันท้าทายและเหมาะกับบุคคลิกของตัวเองเลยสมัครสอบ เป็น นรต.รุ่นที่ 67 ในรั้วโรงเรียนก็เรียนร่วมกับผู้ชาย ฝึกหนักเหมือนกัน ทำอะไรเหมือนกันหมด แต่ผู้สอนอาจจะอะลุ่มอล่วยให้ผู้หญิงมากกว่านิดหน่อย ผ่อนหนัก ผ่อนเบา ตามความเหมาะสม" 

บรรจุครั้งแรกในตำแหน่งพนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ก่อนจะมีตำรวจรุ่นพี่เห็นความสามารถ ชวนมาอยู่ทกองปราบปราม เมื่อปี 58 อยู่ชุด ชป.15 มี พ.ต.ท.ภานุมาศ แสงส่อง สารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เป็นสารวัตรชุด ทำงานสอบสวนบ้างเวลาที่ต้องเข้าเวร แต่ส่วนใหญ่ชอบงานสืบสวน ไปจับคนร้ายกับพี่ๆ ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จับลงพื้นที่ปิดจ๊อบคดีดังในความรับผิดชอบ กก.1 บก.ป. เช่น คดีฆ่าโบกปูนอดีตตำรวจอิสราเอล  แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บุกจับยาเสพติด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลงานที่ผู้กองตาลได้ทำร่วมกับตำรวจในทีม  

"ตาลชอบงานสืบสวนมาก ชอบลงพื้นที่ไปทำคดี ต้องขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ให้โอกาสอย่างสม่ำเสมอ และไม่แยกแยะงานไหนผู้ชายทำ งานไหนผู้หญิงทำ ที่ผ่านมาร่วมจับคนร้ายมาหลายคดี ต้องเฝ้าจุด ซุ่มจับคนร้าย แกะรอยร่วมทำงานกับพี่ๆ ตำรวจที่มีความสามารถเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เป็นประสบการณ์ที่ตาลหาไม่ได้จากที่ไหน คือทุกคนเก่งหมดเลย งานสืบสวนเป็นงานที่ท้าทายนะ ตาลว่ามันเหมาะกับตาลมากๆ" 


สำหรับมุมคิดของผู้กองตาล เกี่ยวกับเรื่อง "คนไทยไม่ชอบตำรวจ"  เธอบอกกับเราว่า อาจเป็นเพราะ ตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องรักษากฎหมายและใกล้ชิดกับประชาชน เมื่อประชาชนทำผิด เราก็ต้องใช้กฎหมายมาบังคับ ในส่วนนี้เป็นธรรมชาติของคนเมื่อไม่พอใจหรือมีคนพยายามบังคับเราก็จะทำให้เรารู้สึกไม่ชอบ หรือเกลียดเป็นธรรมดา และอีกอย่างหนึ่ง คนไทยยังคงยึดติดกับภาพลักษณ์เดิมๆ ที่เคยเจอหรือได้ยินได้ฟังมาเกี่ยวกับด้านไม่ดีของตำรวจ

"บางทีประชาชนหลายกลุ่มก้อนอาจจะยังไม่ทราบว่า ปัจจุบัน ตำรวจได้พัฒนาองค์กรและบุคคลากรมากขึ้นแล้ว ระบบเก่าๆ ที่คนส่วนน้อยเคยถือปฏิบัติจนเป็นภาพลักษณ์ติดตา ตาลไม่อยากให้ไปยึดติดกันมากนัก เพราะความคิดเหล่านั้นมันบั่นทอนการทำงานของตำรวจที่เค้าประพฤติดี ตาลอยากให้ประชาชนเปิดใจ ลดอคติลง เพราะทุกอาชีพล้วนมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ปะปนกันไป

ผู้กองตาล มองอาชีพตำรวจเหมือนกระโถนท้องพระโรง ที่ใครๆ ก็ใช้งานได้ เป็นคนที่ใครๆ รุมใช้อยู่คนเดียว เป็นคนที่ถูกใช้เป็นที่ระบายอารมณ์ เป็นที่รองรับอารมณ์ของคนอื่น ๆ เป็นคนรับเคราะห์หรือรับบาปแทนคนอื่น

"ตาลมองแบบนี้จริงๆ นะคะ ไม่ต้องมีตัวแปลหรืออธิบายอะไรเพิ่ม ทุกคำพูด ทุกความหายมันตรงตัว ตำรวจโดนทุกอย่างจริงๆ แต่ถามว่าสู้มั้ย โดยส่วนตัวตาลๆ สู้ค่ะ สู้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงไปสู้รบกับเค้านะคะ สู้ที่จะอยู่เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าเราทำได้ทุกอย่าง และพร้อมที่จะเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง"

ภายหลัง พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เข้ารับตำแหน่งเป็นแม่ทัพกองปราบฯ ได้ทำการคัดเลือกนายตำรวจติดตาม ซึ่งผู้กองตาล กลับกลายเป็นตำรวจหญิงนายเวรคนแรกที่ถูกเลือกมาทำงานด้วยกัน 

"ตอนแรกที่ตาลถูกเลือกให้มาเป็นนายเวร รู้สึกตกใจและแปลกใจเหมือนกันค่ะ แอบงงที่ผู้การกองปราบ อยากได้นายเวรเป็นผู้หญิง แต่มีลักษณะไม่เหมือนผู้หญิง 5555 ผู้การคงมองเห็นอะไรในตัวตาล ผู้หญิงอาจจะมีความละเอียดมากว่าผู้ชาย หัวอ่อนกว่า บังคับบัญชาง่ายกว่า ในขณะที่ทำงานบรรลุเป้าหมายเหมือนกัน ต้องขอบพระคุณท่านที่ให้โอกาส และประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งตาลก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด"

ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ให้เหตุผลถึงการเลือกผู้กองตาล มาเป็นนายตำรวจติดตาม เพราะว่าดูไม่แข็งกระด้างเหมือนตำรวจชาย แต่ก็ไม่นุ่มนิ่มเหมือนผู้หญิง ที่สำคัญ สามารถเข้ากับแม่บ้านของเราได้ เพราะเขามีความเป็นผู้หญิงอยู่ อีกทั้งเชื่อว่าผู้กองตาล มีความสามารถพิเศษบางอย่างในตัว คล่องแคล่วและเก่ง สามารถขับเคลื่อนงานไปในทิศทางเดียวกันได้


"ผมไม่ได้แยกแยะว่างานนี้ผู้หญิงต้องทำ หรืองานนั้นผู้ชายต้องทำ ผมให้โอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนอย่างเท่าเทียม มองความเหมาะสมเป็นหลัก ตำรวจหญิงผ่านการฝึกหนัก ฝึกความอดทน พร้อมทั้งเรียนรู้ทฤษฎีต่างๆ ในโรงเรียนนายร้อยเหมือนผู้ชาย เมื่อลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงเขาต้องเก่งไม่แพ้กันอยู่แล้ว และการคัดเลือกผู้ใต้บังคับบัญชาของผม เน้นดูความเหมาะสม ความสามารถ ไม่เน้นเพศสภาพที่หลากหลาย เอาผลงานเข้าว่าครับ เราเป็นนาย การให้โอกาสลูกน้อง และให้ใจลูกน้อง นั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด "

ผู้กองตาล บอกกับเราว่า อุปสรรคในการทำงาน ไม่ว่าจะผู้หญิง หรือผู้ชาย อาชีพอะไร ก็ต้องมีอุปสรรคในการทำงานแตกต่างกันไป เราก็ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับอุปสรรคต่างๆ ที่จะเข้ามาอยู่เสมอ แต่เชื่อว่าตัวเองจะผ่านมันไปได้ดีในทุกครั้ง ขอเพียงแค่เรามีสติ 

"การเข้ามาเป็นตำรวจกองปราบฯ ทำให้เราได้เรียนรู้และได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง สิ่งที่ไม่เคยทำทั้งในหน้างานสืบสวนสอบสวน ถ้าสอบสวนก็จะเป็นคดีที่แตกต่างจากโรงพัก มีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น และมีความเสียหายมาก และในส่วนของงานสืบสวน เราไม่เคยทำมาก่อนเลย จึงเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทำอะไรที่ตื่นเต้น ท้าทายมาก" 

***และสำหรับอนาคตงานรับราชการของผู้กองตาล เธอไม่ได้มีคาดหวังต้องไปถึงตำแหน่งสูงๆ เธอเพียงแค่อยากให้วงการตำรวจเปิดกว้างให้ "ตำรวจหญิง" ได้พิสูจน์ความสามารถในหลายๆ สายงาน ไม่เฉพาะแค่งานอำนวยการอย่างเดียว ...และเมื่อเปิดโอกาสให้พิสูจน์แล้วค่อยมาตัดสินกันที่ผลงาน อย่าตัดสินกันแค่รูปลักษณ์ หรือเพศสภาพที่หลากหลาย ..

*** ถือว่าเธอ ยืนถูกที่-อยู่ถูกจุด เป็นเรื่องโชคดีเหลือเกิน ที่หน่วยงานระดับประเทศ เปิดโอกาสให้เธอแสดงฝีไม้ลายมือหลายหลาก โดยเฉพาะตำแหน่ง "นายเวรหญิงคนแรกของกองปราบปราม" ที่เหมือนจะดูง่ายๆ แต่ก็ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะก้าวมาเป็น   

Police Community

ไม่เสียแรงที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เปิดโอกาสให้นักเรียนหญิงเข้ามามีบทบาทในการซึมซับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่ไปกับนักเรียนชาย ซึ่งมีความรู้ความสามารถไม่แพ้กัน .. 9 ม.ค. 2561 15:05