วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ถ้ามีเขาเราคงไม่อ้างว้างอย่างนี้...' เพชรา ถึง มิตร ชัยบัญชา พี่ชายที่แสนดี

'ถ้ามีเขาเราคงไม่อ้างว้างอย่างนี้...' เพชรา ถึง มิตร ชัยบัญชา พี่ชายที่แสนดี

  • Share:

นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้ยินเสียงของ "นางเอก" ฉายา "นัยต์ตาหยาดน้ำผึ้ง" ตลอดกาล "เพชรา เชาวราษฎร์" พูดถึงเพื่อนสนิทต่างวัย พี่ที่แสนดี และคนพิเศษที่สุดของชีวิต อย่าง "มิตร ไชยบัญชา" นักแสดงคู่ขวัญรุ่นพี่ ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับคนไทยทั้งประเทศชื่นชมมาแล้วมากกว่า 200 เรื่อง...

ย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อเวลา 15.55 น. ของวันที่ 8 ต.ค. 2513 ณ หาดจอมเทียน พัทยาใต้ จนมาถึงวันที่ 8 ต.ค. 2553  เนื่องในวันนี้ครบรอบ 40 ปี แห่งการสูญเสีย "มิตร ชัยบัญชา" (45ปี ของอินทรีย์แดง)ดาวรุ่งที่เป็นฮีโร่ทั้งนอกจอ และในจอ ที่จากไปแค่เพียง "ร่างกาย" แต่กลับทิ้งความทรงจำแบบดีๆ เอาไว้มากมาย โคจรมาบรรจบอีกครั้ง

ไทยรัฐออนไลน์ได้รับเกียรติจาก "เพชรา เชาวราษฎร์" หรือ พี่อี๊ดของน้องๆ ลูกๆ หลานๆ ในวงการมาย้อนเรื่องราวด้วยเสียงที่ทำให้โลกนี้ยังสดใส ถึงความประทับใจ ทั้ง ซึ้ง เศร้า และมีกลิ่นอายของ "ความรัก" ล่องลอยอยู่รอบตัว

นอกจากจะเป็นเรื่องเล่าที่ทำให้รู้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานาน มิตร ชัยบัญชา ไม่เพียงอยู่ในหัวใจ "เพชรา เชาวราษฎร์" น้องสาวสุดที่รักของเขาแล้ว เรื่องเล่าดีๆ เรื่องนี้ยังพิสูจน์ได้อีกว่าความดีกับกาลเวลา 40 ปีของมิตร ชัยบัญชา ไม่เคยตายและยังคงจดจารอยู่ในหัวใจคนไทยเสมอ...!

เจอกันครั้งแรกที่ไหนนะเหรอ...?
เพชรา เชาวราษฎร์ ทวนคำถามแรกด้วยน้ำเสียงใส ปนหัวเราะนิดๆ สไตล์กุลสตรีไทย พร้อมย้อนความทรงจำให้ฟังว่า น่าจะพบกันในหนังเรื่อง "บันทึกรักของพิมพ์ฉวี" ในปี 2505

"ก่อนที่จะได้ทาบทามว่าจะต้องเล่นหนังร่วมกัน จริงๆ ก่อนหน้านี้เราก็แอบประทับใจ และชื่นชอบการแสดงของคุณมิตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กระทั่งได้รับการติดต่อว่าจะได้เล่นหนังคู่กับคุณมิตร ตื่นเต้นมากคิดไปต่างๆ นานาว่าเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์ คนรักทั้งประเทศ เรามันก็แค่ดาวรุ่ง แต่พอเจอกันก็ผิดคาด เพราะว่าไม่มีฟอร์มเลย มีแต่จะเอาใจช่วยเราด้วยซ้ำไป เพราะตอนนั้นเราจะแสดงอะไรออกไปก็อายๆ บิดไปบิดมาเพราะมาเจอฉากแรกก็เป็นเลิฟซีนเลย คือบทเราต้องโดนผู้ชายอีกคนหนึ่งทิ้งแล้วต้องมาร้องไห้ซบอยู่ที่หลังของคุณมิตร ตอนนั้นเรียกได้ว่า เหงื่อมาจากไหนไม่รู้แตกพลั่กๆ  (หัวเราะอาย) แต่คุณมิตรกลับเฉยก็ยิ้มๆ ว่าจะกี่เทคก็ทนนั่งให้เราพร้อมให้เราเทคได้ตามสบาย" นางเอกมากฝีมือตลอดกาลหัวเราะในความเปิ่นตัวเอง

และการถ่ายหนังเรื่องนี้ ที่ต้องใช้ชีวิตระหว่างถ่ายทำนานถึง 3-4 เดือน เป็นจุดกำเนิดทำให้มิตร-เพชราสนิทสนมกันมากมาย

เขาเป็นคนอัธยาศัยดีมากๆ ค่ะใครเห็นก็รัก เป็นผู้ชายที่อบอุ่นอย่างเราแสดงเขาคอยแอบมอง เวลาเราแต่งหน้าเขาก็จะนั่งและคอยลดกระจกช่วยลุ้นให้ผ่านไปด้วยดี ซึ่งเมื่อก่อนเราไม่เคยแต่งหน้า ต้องมีพี่มาคอยช่วยแต่งหน้าให้ แต่งไม่ได้ เขาก็คอยลดกระจกมาดูหน้าเราว่าไปถึงไหนแล้ว (หัวเราะ) เป็นกำลังใจที่ถ่ายทอดมาสู่กันละกันนานหลายเดือนก็เลยสนิทเป็นพี่น้องกัน เพราะเราตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเราจะเคารพคุณมิตรเหมือนพี่ชาย เพราะเขาเกิดปีเดียวกับพี่ชายคนโตของเรา เราก็จะนึกศรัทธาและก็เคารพเขา แล้วก็ตั้งกำแพงหัวใจเอาไว้ว่า "เราจะไม่ใจอ่อนกับผู้ชายรูปหล่อๆ ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน" สาวสวย 2000 ปีกล่าวกลั้นเสียงหัวเราะ

ด้วยความทุ่มเทของทั้งคู่ ทำให้ "บันทึกรักของพิมพ์ฉวี" ที่มีคู่ขวัญอย่าง มิตร ชัยบัญชากับเพชรา เชาวราษฎร์ เป็นที่ถูกอกถูกใจของคนดู ผนวกกับจังหวะชีวิตที่หนังเรื่อง "บันทึกรักของพิมพ์ฉวี" ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง เข้าซ้อนกับหนังเรื่อง "ดอกแก้ว" (พระเอกในเรื่องคือ ชัยยา สุริยัน) ฉายที่โรงหนังเอ็มไพร์ ซึ่งหนังทั้ง 2 สร้างมาจากนิยามที่โด่งดังทั้งคู่ เพชราที่แสดงทั้ง 2 เรื่อง จึงส่งเสริมให้เธอโด่งดังเป็นพลุแตก

แต่ทว่ามาเป็นคู่ขวัญติดลมบนจนชาวบ้านเรียกกันติดปาก "มิตร-เพชรา" ฟีเวอร์ เกิดขึ้นราวปี พ.ศ. 2506-2507

"สาเหตุที่ทำให้คุณมิตร เป็นที่รักกับคนมากมายก็เพราะว่าเขาไม่มีฟอร์ม เป็นคนคบง่าย ปากกับใจตรงกัน แต่พักหลังๆ แอบหูเบานิดๆ (หัวเราะ) โมโหง่ายนิดหน่อย แต่เราก็เข้าใจเพราะงานเยอะ"

อี๊ด-เพชรา ย้อนความทรงจำวันที่ มิตร ชัยบัญชา จากไปแบบไม่มีวันกลับมาจากภาพยนตร์เรื่อง "อินทรีแดง" ว่า วันที่มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต ทั้งคู่ต้องถ่ายหนังเรื่องนี้ด้วยกัน แต่เนื่องจาก เพชราติดถ่ายหนังอีกเรื่อง เลยต้องขอคิวไปถ่ายหนังอีกเรื่อง

"จริงๆ วันนั้นเราต้องอยู่เพราะต้องเป็นคนขับเฮลิคอปเตอร์ ที่นี่หนังของพี่หวน รัตนงามเขาจะปิดกล้องแล้วจ่อจะเข้าฉายที่ "เอ็มไฟร์" ก็เลยเข้าไปขอบอกว่ามันอีกคัดเดียวที่ค้างอยู่ คุณมิตรก็ยอม ซึ่งธรรมดาเขาจะไม่ยอม ถ้าเป็นคิวเขาแล้ว เขาจะบอกให้นั่ง-นอนคอยอยู่ที่นั่น ซึ่งความจริงหนังเรื่องนี้ต้องถ่ายจบไปวันที่ 7 ต.ค.แล้ว แต่บังเอิญพวกเขาลืมบันไดลิง เลยมาถ่ายในวันที่ 8 ต.ค. แต่ผู้กำกับดันไปโหนบันไดซะเอง แล้วพวกที่อยูบนบก ช่างกล้องก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน เฮลิคอปเตอร์ก็ไม่รู้ ก็เห็นนั่งด้านล่างโบกๆ ก็ขับไปเรื่อย  แล้วอะไรมันจะทานไหว เท้าก็ไม่ได้เหยียบขั้นบันได อยู่นานๆ มือก็ล้า เสร็จแล้วน้ำหนักตัวเขาเยอะ อดนอนก็อดจะเอาอะไรมาทนไหว"

เพชรา รู้ว่ามิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตที่ร้านทำผม หลังจากแยกกันเพื่อขอตัวไปถ่ายหนังอีกเรื่อง ตกกลางคืนเราก็จะไปทำผมเพื่อไปเข้ากับหนังอีกเรื่องหนึ่ง บังเอิญร้านทำผมอยู่ตรงนางเลิ้ง ตรงวัดแคนางเลิ้ง อยู่ๆ เราก็เห็นคนวิ่งกัน เกรียวๆ เราก็ถามเจ้าของร้านว่านี่เขาจะวิ่งไปทางไหนกัน วิ่งกันไม่รู้จบสิ้นซะที เขาไปไหนกัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เจ้าของร้านออกไปถาม เขาก็บอกเราด้วยเสียงตื่นเต้นว่า มิตรตกเครื่องบิน ศพจะมาวัดแคนางเลิ้ง เราก็ไม่เชื่อก็โทรไปเช็คปลายสายบอกว่าจริงค่ะคุณอี๊ด เราก็หายใจไม่ออกหมดเรี่ยวแรง นั่งหายใจไม่ออกอยู่นาน พร้อมกับบอกกับตัวเองว่า "ไม่จริงหรอก" เขาเคยบอกว่าเขาจะไม่ตายโหง

"เรื่องเขาสัญญาว่าจะไม่ตายโหงมีอยู่ว่า ตอนที่เขามาเป็นผู้กำกับหนัง เขาเคยมาปรึกษาเราว่าอยากเป็นผู้กำกับหนังดีไหม หรือว่าจะไปเรียนเป็นกัปตันเครื่องบินดีซึ่งต้องไปเรียนเพิ่มอีกเกือบปีกว่าจะได้ขับเครื่องบินโดยสาร "อี๊ดว่าอย่างไร..." เขาเห็นว่าเราเฉย คุณมิตรก็บอกไม่ไปดีกว่าเพราะว่าหมอดูเคยบอกว่าเขาจะตกเครื่องบินตาย เดี๋ยวไปตกเครื่องบินตายแถวเมืองนอก อยู่ดีๆ เรื่องนี้ก็ผุดขึ้นมา นึกแล้วก็พูดกับตัวเองซ้ำว่า คุณมิตรตาย คุณมิตรตายบอกกับตัวเองให้มันเขาหู ตรงนั้นนาน ว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าไปงานศพได้ก็เกือบ 4 ทุ่มแล้ว นั่งตรงนั้นตั้งแต่ 6 โมง ไปถึงก็เอาใส่โลงสวดเรียบร้อยแล้ว"

เพชรา ไปยืนหน้าโลงศพ คนเขาก็เปิดโลงให้ดู เราก็บอกว่าทำไมเอาเขามาใส่โลงเขายังไม่ตายมั้ง พวกเพื่อนๆ และผู้ใหญ่ที่อยู่ในนั้นก็บอกว่าไม่ตายได้ยังไงอี๊ดยุบทั้งแถบ... ก็ยืนมองอยู่แบบนั้น บอกไม่ถูก มันปวดหัว มึน เพลีย แล้วตอนนั้นเราจะไปถ่ายหนังที่ไต้หวันในวันที่ 12-13 ต.ค. แต่คุณมิตรก็มาเสียไป กองถ่ายก็วิ่งหาตัวแสดงแทนกันให้วุ่นเลย เราก็ไปไต้หวันทั้งๆ ที่ยังมึนๆ มันมืดไปหมดเหมือนคนป่วย ตาแดงกล้ำ ธรรมดาไม่ได้นอนตาก็เป็นนกกระปูดอยู่แล้ว ไปไหนก็บอกกับตัวเองเสมอว่า คุณมิตรตาย...คุณมิตรตายแล้วนะ...!!! พยายามให้มันชินว่าเขาไม่อยู่แล้ว

ถามว่าวันนี้ ครบรอบ 40 ปีที่ มิตร ชัยบัญชาจากโลกนี้ไป แล้วอะไรทำให้ มิตร ชัยบัญชา ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอๆ

"เขาก็เป็นคนที่ปฏิบัติตัวดี ตรงเวลา หลายๆ อย่างอัธยาศัยดี ไม่ยุ่งไม่เกี่ยวอะไร ไม่เกะกะ เป็นต้นแบบที่ดี เป็นแบบอย่างที่ดีมากๆ สำหรับเด็กรุ่นใหม่ในยุคสมัยนั้น คุณมิตรเป็นนักแสดงที่ตรงต่อเวลามาก แม้ว่าจะง่วงนอนและทำงานหนักมากขนาดไหน เราจะต้องไปถึงที่ถ่ายทำก่อนคนอื่น บางทีก็ต้องไปยืนรอเจ้าของหนัง ไปถึงก็นอนงีบง่ายๆ ในกองถ่าย โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงาน คุณมิตรเขาปฏิบัติอย่างดีดี อาทรต่อเพื่อนร่วมงาน"

โดยเฉพาะการปฏิบัติตัวที่ดี ต่อ เพชรา เอง คุณมิตรเป็นผู้ชายที่อยู่ใกล้แล้วอบอุ่นเพราะว่าเขาคุ้มครอง ปกป้องมาตลอด

"ตอนที่เราออกจากสังกัดเราก็เป็นดาวรุ่งที่กำลังเนื้อหอมไปไหนก็ไม่มีคนติดตามไปคนเดียว บางครั้งอย่างที่ทราบว่าเวลาถ่ายมันก็ไม่สว่าง ถ่ายเสร็จแล้วมันต้องมีคนส่งกลับ เขาก็จะห่วงใย หรือเขาเห็นคนทำท่าเจ้าชู้กับเราเขาก็จะเขามาแสดงตัวปกป้อง จนกระทั่งคนอื่นไม่กล้ามาเข้าใกล้เรา นิสัยไม่ดี "อี๊ดเดี๋ยวพี่ไปส่งนะ…" หรืออย่างสมัยก่อนเขาจะเสียครึ่งปี เขาก็จะโทรมาบอกว่ารถพี่เสีย อี๊ดรับพี่หน่อยซิ เดี๋ยวคนขับรถพี่ต้องไปโน่น-นี่ อี๊ดรับพี่หน่อย เราก็ต้องไปรับเขา เราก็นึกถึงตอนที่เขารับส่งเราตั้งแต่เรายังไม่ปีกกล้าขาแข็งนะค่ะ เราก็ต้องขับไปรับเขา ตอนนั้นน้ำเขรอะเลย บางทีก็ว่าเขา "นี่คุณมิตรคุณมาอยู่บ้านนี้ต้องซื้อเรือเพิ่มนะ เอาไว้ออกจากปากซอย" เขาก็ยิ้มๆ บางทีไปต่างจังหวัดเราก็ต้องไปรับเขา ไปด้วยกันเย็นก็กลับมาส่งอีก 2-3 คัตเท่านั้นเอง เขาก็แสดงน้ำใจ เขามาส่งเองรับเอง"

นอกจากนี้ อดีตนางเอกยอดนิยมตลอดกาล ยังได้เล่าถึงเรื่องลึกลับ เมื่อครั้ง มิตร ชัยบัญชาเสียชีวิตด้วยว่า เธอฝันถึงมิตร ชัยบัญชาติดต่อกันกว่า 20 ปี

"เราฝันถึงเขาบ่อยมากๆ อย่างบางคืนเราฝันว่าไม่รู้ว่าตัวเราอยู่ที่ไหนริมแม่น้ำใหญ่ อยู่ๆ คุณมิตร ก็เดินเข้ามาแล้วก็บอก ไปๆ... เราถามว่าไปไหน เขาบอกว่าพี่มารับไงแล้วก็มองไปอีกฝั่งของแม่น้ำเห็นเครื่องบินจอดอยู่ แต่ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ เราก็บอกว่าหนูไม่ไปไม่ได้ อย่างบางทีก็ฝันเห็นเขาใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นสีทหารอากาศ ผ้าขาวม้าคาดพุง ทำหน้าทะเล้น เพชราบอกว่า ฝันเห็นภาพมิตร ชัยบัญชาหลากหลายเรื่องราวอยู่อย่างนั้นกว่า 20 ปี"

เมื่อถามถึงความฝันครั้งล่าสุด เพชราบอกว่า เป็นความฝันขณะที่เธอกำลังปรับปรุงห้องรับแขก และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็คือ ไม่คิดว่าจะเป็นการสื่อสารครั้งสุดท้ายของพี่ชายที่แสนดี

"ตอนนั้นบ้านเราต้องทำห้องรับแขกแล้วเราก็มีรูปคุณมิตรใหญ่ๆ ติดอยู่ เราเอารูปเขาไปอยู่ในห้องเก็บของเราก็นอนกลางวัน เขาก็มาหน้าทะเล้นใส่แล้วก็พูดว่า "อี๊ดนะ...อี๊ด" เอาพี่ไปไว้ห้องเก็บของทำไมพี่เหงานะ เพราะว่าบ้านเราไม่ค่อยมีคนมา เราก็เอารูปเขามาอยู่ในห้องรับแขกเหมือนเดิม จนกระทั่งมีคนที่สนิทมาขอรูปเขาไปก็เห็นว่าบ้านเขาน่าจะคึกคักปรากฏว่าหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยฝันเลย เราคิดว่าคุณมิตรอาจจะงอนด้วยที่เราเอารูปเขาไปให้คนอื่น แต่จริงๆ ถ้าบอกได้เราก็อยากจะบอกเขาว่า เรากลัวเขาเหงาก็เลยให้ไปอยู่ที่อื่นที่คนเข้าๆ ออกๆ มากกว่าบ้านเรา" เพชราบอกว่า หลังจากวันนั้นก็กว่า 5-6 ปีแล้วที่เธอรู้สึกว่า พี่ชายที่แสนดีคนนี้ไปอยู่ที่อื่นที่สูงกว่า ไม่ได้อยู่ใกล้เหมือนเดิม

สำหรับ เพชรา เชาวราษฎร์ นิยามของคนชื่อ "มิตร ชัยบัญชา" คืออะไร

"ในวงการมีใครอีกไม่กี่คนที่เราต้องคิดถึงอย่างเขา (เสียงเศร้า) จะเรียกเขาว่ามีบุญคุณที่ปกป้องกันมา ถึงจะโกรธกันบ้าง เขาก็โกรธไม่จริง โกรธเห็นเราแข็งๆ เขาก็มาง้อ เขาจะเป็นฝ่ายง้อทุกครั้ง ถ้าเป็นไปได้และเขาได้ยินเราอยากจะบอกกับคุณมิตร เขาเป็นแบบอย่างที่ดีมากๆ เป็นที่รักและศรัธาของประชาชน เด็กรุ่นใหม่ๆ มีศรัธทากับเขาเยอะ แม้เขาจะเสียชีวิตไปนานแล้วคนยังระลึกนึกถึงด้วยความอาลัยตลอดเวลา สำหรับตัวเราเขาก็ยังสดใสในความทรงจำอยู่เสมอ ยังรู้สึกอบอุ่นเหมือนนึกถึงตลอดเวลาที่เราทำงานด้วยกัน วันนี้เรายังจำสิ่งที่ดีๆ ชัดเจน สำหรับเราแล้วคุณมิตร เป็นพี่ชายที่แสนดี เป็นที่รักและเคารพในความรู้สึก...มันบรรยายไม่ถูก พอไม่มีเขาก็รู้สึกอ้างว้างเหมือนกันนะ ตอนที่เราอยู่ในวงการ บางครั้งถ้ามีอะไรไม่ดีนักมันมักจะมากระทบเราก็รู้สึกถ้ามีเขาอยู่คงไม่เป็นอย่างนี้"

แม้แต่ชีวิตของเราเองที่มาประสบอะไรหลังๆ อย่างตอนที่ "ดวงตามองไม่เห็น" ก็คิดถึงเขาเสมอๆ ถ้ามีเขาอยู่เขาคงปลอบใจเราไม่ทำให้เราเศร้ามากมายขนาดนี้


แด่การจากไป 40 ปี จากมิตรภาพที่แสนดี ของ "ถ้ามีเขาเราคงไม่อ้างว้างอย่างนี้..." เพชรา ถึง มิตร ชัยบัญชา พี่ชายที่แสนดี

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้