วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาติเชื่อหนุ่มร้านพรีเวดดิ้งถูกฆ่า แม้ผลชันสูตรระบุหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ญาติเชื่อ หนุ่มเจ้าของร้านพรีเวดดิ้งถูกฆ่า แม้ผลชันสูตรระบุ หัวใจเต้นผิดจังหวะส่งผลทำให้หัวใจล้มเหลว ตร.เร่งส่งอวัยวะบางส่วนไปตรวจเพิ่ม

จากกรณี คดีฆ่าหมกศพหนุ่มเจ้าของร้านพรีเวดดิ้งเมืองตรัง ที่ญาติออกตามหา 4 วัน โดยพบสภาพศพเปลือยกายอยู่ในรถยนต์เก๋ง ล่าสุดตำรวจได้ควบคุมตัวคู่ขาไปสอบสวน ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 ม.ค.61 ญาติได้นำศพ นายภาคิน หรือกานต์ ศรนารายณ์ อายุ 32 ปี หนุ่มเจ้าของร้านพรีเวดดิ้งเมืองตรัง กลับจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มาตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดทุ่งนา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีบรรดาญาติๆ และเพื่อนๆ ราว 100 คนมาร่วมงาน

พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง หัวหน้าทีมสอบสวนกล่าวว่า ผลการชันสูตรของทีมแพทย์ระบุว่า ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย โดยใบมรณบัตร ระบุว่า เสียชีวิตจากอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ส่งผลทำให้ภาวะหัวใจล้มเหลว

ทั้งนี้ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และเตรียมส่งอวัยวะบางส่วน เช่น ตับ ไต เศษอาหารในกระเพาะ และน้ำในร่างกาย ส่งไปตรวจที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อพิสูจน์สาเหตุของการเสียชีวิตให้แน่ชัดอีกครั้ง ซึ่งจากการพูดคุยกับทางญาติ หลังทราบผลการชันสูตรศพออกมา ยังคงปักใจเชื่อว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการฆาตกรรม

โดยผู้ต้องหาคือ นายพีรภัทร หรือแมน เพชรพรม อายุ 26 ปี เบื้องต้นตำรวจได้ตั้งข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร หลังจากทรัพย์สินมีค่าในตัวผู้ตายหายไป และรับสารภาพว่าได้ร่วมรักกัน จากนั้นผู้ตายเกิดอาการช็อกน้ำลายฟูมปากและเสียชีวิต 

สำหรับพยานหลักฐานที่ทีมสืบสวนฯ เก็บมาได้ มีเสื้อของผู้ต้องหาที่ใช้เช็ดน้ำลายฟูมปาก และเสื้อของผู้ตาย ที่ผู้ต้องหาสวมใส่ไป ส่วนสร้อยคอทองคำ 7 บาท เลสข้อมือทองคำ แหวน 2 วง ที่ผู้ต้องหาได้นำไปแปลงสภาพเป็นเงิน

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้นำเงินไปซื้อเครื่องประดับทองคำ 2 ชุด ให้ผู้ต้องหาเอง 1 ชุด และกิ๊กคนใหม่ 1 ชุด รวมทั้งซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน คนละ 1 เครื่อง จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด เพื่อประกอบสำนวนคดี ส่วนโทรศัพท์มือถือ ผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป

ทั้งนี้ ญาติผู้ตายกล่าวว่า แพทย์ระบุว่าไม่พบเศษอาหาร หรือของเหลวที่หลอดอาหารช่วงลำคอ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าจากสภาพศพที่พบในรถยนต์เก๋ง ไม่น่าเสียชีวิตเอง หรืออาจเป็นการโดนวางยาบางชนิดออกฤทธิ์รุนแรง จนผู้ตายเกิดอาการเกร็ง เนื่องจากฤทธิ์ยาส่งผลทำให้เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งยังต้องรอผลของทางนิติเวชระบุชี้ชัดอีกครั้ง.