วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดับ317ราย ยอด5วัน รถติดหนึบแห่กันเข้ากรุง สุรินทร์แชมป์ จับเมาแล้วขับ

ส่งท้ายเทศกาลปีใหม่ยอดตายพุ่ง 317 ราย จ.ศรีสะเกษ สูงสุด 13 ศพ ส่วนสุรินทร์ครองแชมป์เมาแล้วขับ ถนนสายหลักมุ่งเข้ากรุงรถติดหนึบ สถานีขนส่งเนืองแน่นชาวบ้านหอบหิ้วข้าวสาร อาหารแห้งจากบ้านเกิดเพื่อไปลดค่าใช้จ่าย ขณะที่ “สรรเสริญ แก้วกำเนิด” เผยยอดอุบัติเหตุลดลงกว่าปีก่อน นายกฯขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุ่มเทและเสียสละ

ภายหลังฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างชุ่มฉ่ำหัวใจ ประชาชนกลับภูมิลำเนาไปเยี่ยมญาติพี่น้องเริ่มทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ กันอย่างต่อเนื่อง ถนนสายหลักเข้าเมืองกรุงเริ่มติดขัด เจ้าหน้าที่ต้องเปิดช่องทางพิเศษให้รถลื่นไหล ส่วนที่สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และสนามบินเนืองแน่นไปด้วยผู้โดยสาร ต้องจัดเที่ยวรถเสริมบริการรองรับคนจำนวนมาก

แห่ซื้อของฝากกลับบ้าน

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 ม.ค. ที่ตลาดทุ่งเกวียน หมู่ 6 ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวที่ จ.เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ต่างพากันเดินทางกลับพร้อมแวะซื้อของฝากที่ตลาดทุ่งเกวียน เป็นแหล่งจำหน่ายของฝากของที่ระลึกชื่อดังของ จ.ลำปาง รวมสินค้าของกินของใช้ สินค้าพื้นบ้านนานาชนิด และสินค้าโอทอปเพื่อนำติดไม้ติดมือกลับบ้าน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อแคบหมู ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แหนม และหมูยอ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างมีรายได้เพิ่มขึ้น ยอดเงินสะพัดในตลาดทุ่งเกวียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ส่งผลให้การจราจรติดขัด

นักท่องเที่ยวทยอยลงดอย

นักท่องเที่ยวนับหมื่นคนขึ้นไปสัมผัสน้ำพุร้อน และชมวิวบนเขาบ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เริ่มทยอยกันกลับบ้านแล้วเพื่อไปทำงาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร มทบ.33 (ชรบ) ระดมกำลังอำนวยความสะดวก และจัดการจราจรให้คล่องตัว ที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย นักท่องเที่ยว แห่ขึ้นไปชมวิวบนยอดดอยผาตั้ง ดอยผาหม่น ภูชี้เดือน และภูชี้ดาวกันเป็นจำนวนมาก พร้อมชมสวนเกษตรของโครงการผาตั้ง ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน

ไฮโซพม่าแห่เข้ามาช็อปปิ้ง

ที่ตลาดอำเภอแม่สอด จ.ตาก นักท่องเที่ยวกลุ่มไฮโซพม่า ขับรถยนต์ข้ามแดนเข้ามาเที่ยว พร้อมจับจ่ายซื้อของตามห้างสรรพสินค้ากันอย่างเนืองแน่น นายอู จ่อเพียว อายุ 60 ปี ชาวเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า เปิดเผยว่า เดินทางจากเมืองย่างกุ้ง เพื่อจะมาท่องเที่ยวใน อ.แม่สอด และพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มไฮโซอยู่ในพม่า บางส่วนมาจากรัฐกะเหรี่ยง เมืองผาอัน และกรุงเนปิดอว์ บางคณะเดินทางมากับเที่ยวบินของนกแอร์ระหว่างแม่สอด-ย่างกุ้ง สัปดาห์ละ 4 เที่ยว ช่วงเช้าไปเที่ยววัด พอช่วงสายเข้ามาช็อปปิ้งและหาอาหารอร่อยๆกินกัน ประเทศ ไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ชาวพม่าชอบมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก

คนแห่กลับแน่น บขส.

ที่สถานีขนส่งจังหวัดลำปาง ผู้โดยสารจำนวนหลายร้อยคนต่างมารอคิวซื้อตั๋วรถโดยสารประจำทาง ทำให้สถานีขนส่งแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่เตรียมเดินทางกลับไปภูมิลำเนา ส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารเดินทางระยะสั้น เพื่อที่จะเดินทางกลับไปทำงานที่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จัดเที่ยวรถมาเสริม 3-4 เที่ยว คาดว่าจะสามารถระบายผู้โดยสารได้ทั้งหมด สำหรับการจราจรที่จังหวัดลำปางยังคงคล่องตัว มีรถหนาแน่นเป็นช่วงๆ ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกทุกทางแยกไฟแดง ที่สถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 3 ประชาชนมารอขึ้นรถกันเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งจัดรถเสริมเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

เมืองสี่แควเปิดช่องทางพิเศษ

จ.นครสวรรค์ การจราจรขาล่องในตัวเมืองนครสวรรค์บนถนนพหลโยธิน ตั้งแต่สามแยกอุทยานสวรรค์ บริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ ไปจนถึงแยกค่ายจิรประวัติ ประชาชนเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนครสวรรค์ต้องเปิดการจราจรช่องทางพิเศษ 1 ช่องทางบริเวณสะพานเดชาติวงศ์ เพื่อเร่งระบายรถที่มาจากทางภาคเหนือเข้าสู่กรุงเทพฯ คาดจะมีรถยนต์เดินทางมาจากทางภาคเหนือ ผ่าน จ.นครสวรรค์อีกเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรบนถนนพหลโยธิน ถนนทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ถนนเลี่ยงเมืองหมายเลข 122 การจราจรหนาแน่น

ตรวจความพร้อมก่อนออกรถ

ที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ แห่งที่ 1 จ.สงขลา นายธานี สืบฤกษ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ขนส่ง จ.สงขลา ตรวจเยี่ยมประชาชนมาใช้บริการที่สถานีขนส่ง พร้อมทั้งตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ นายธานีเปิดเผยว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาจัดเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจความพร้อมรถ และผู้ขับรถโดยสารสาธารณะช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ และสารเสพติดพนักงานขับรถทุกคน และแจกน้ำพร้อมผ้าเย็นให้พนักงานขับรถ เพื่อให้สดชื่นตลอดการเดินทาง ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่มีประชาชนมารอขึ้นรถกลับกันเป็นจำนวนมาก รถไฟทุกขบวนแน่นขนัด

เสริมเที่ยวเดินเรือเฟอร์รี่

ที่ท่าเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวเกาะแก่งต่างๆกันเป็นจำนวนมาก เริ่มทยอยเดินทางกลับทำให้ท่าเรือปากบาราคึกคัก ส่วนใหญ่ประทับใจกับแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวมากในช่วงเทศกาล และอยากกลับมาเที่ยวอีกครั้งในช่วงวันหยุดยาว บรรยากาศการเดินทางกลับทำให้การจราจรบนถนนละงู-ปาก–บารารถติดขัดยาวหลายกิโลเมตร ที่ท่าเทียบเรือเฟอร์รี่เกาะสมุย มีนักท่องเที่ยวขับรถยนต์มาจอดเข้าคิวเป็นแถวยาวเหยียด เพื่อไปขึ้นฝั่งท่าเทียบเรือ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี พนักงานต้องเสริมเที่ยวเรือจากเดิม 30 เที่ยวต่อวัน เพิ่มเป็น 38 เที่ยวต่อวันทั้งไปและกลับเกาะสมุย

ที่บริเวณจุดตรวจหน่วยบริการประชาชนพนาสณฑ์ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส น.ท.สาคเรศ โชติประดา ผบ.ฉก.นย.ทร.33 นำชุดปฏิบัติการกิจกรรมพลเรือนหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือที่ 33 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 มีเจ้าหน้าที่ใส่ชุดมาสคอตทหารแจกผ้าเย็น ลูกอม ให้แก่ประชาชนที่เดินทางกลับจากท่องเที่ยวเทศกาลวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561

สนามบินขอนแก่นคนแน่น

ที่สถานีขนส่งขอนแก่นแห่งที่ 3 (บขส.3) ประชาชนจำนวนมากรอขึ้นรถโดยสารเดินทางกลับกรุงเทพฯและในพื้นที่จังหวัดต่างๆหลังสิ้นสุดเทศกาลปีใหม่ ตั๋วถูกจองเต็มหมดแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มเที่ยวรถเสริมเพื่อให้บริการแก่ประชาชน ป้องกัน ไม่ให้ผู้โดยสารตกค้าง เช่นเดียวกับที่ท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น เที่ยวบินเดินทางไปยังกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-หาดใหญ่ และภูเก็ต มีจำนวนผู้โดยสารวันละ 5,000 คน เจ้าหน้าที่ต้องจัดระบบการเช็กอิน การขนย้ายสัมภาระ และการอำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางมากกว่า 19 เที่ยวบิน ส่วนสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ เส้นทางขาล่องมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯนั้น การจราจรหนาแน่นตั้งแต่บริเวณสี่แยกสามเหลี่ยมเขตเทศบาลนครขอนแก่นยาวไปจนถึงสามแยกท่าพระ เจ้าหน้าที่จัดการจราจรเพื่อให้รถเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนจุดบริการประชาชน และจุดตรวจต้องปรับแผนการดำเนินงานมาตั้งในฝั่งขาล่องทั้งหมด

สรุปยอดเจ็บ 63 คน ตาย 8 ราย

ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การดำเนินการเฝ้าระวัง และป้องกันอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่เกิดอุบัติเหตุ 66 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 63 ราย เสียชีวิตแล้ว 8 ราย เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจ 72 จุด ทั้ง 26 อำเภอ เรียกตรวจรถ 223,852 คัน ดำเนินคดี 17,351 ราย จับกุมผู้ขับขี่เมาแล้วขับ 599 ราย สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจนทำให้เสียชีวิตนั้นพบว่า เกิดจากขับขี่รถขณะเมาสุรา ขับรถเร็ว และฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร

เสริมรถเพิ่มอีก 30 เที่ยว

สำหรับบรรยากาศการเดินทางกลับหลังสิ้นสุดเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ที่สถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี ประชาชนเข้าคิวซื้อตั๋วรถโดยสารตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 2 ม.ค. ต้องรอขึ้นรถในช่วงเวลา 16.00 น. ไปจน ถึงค่ำ ทำให้มีคนคับคั่ง ด้านนายเสริมพล คุณละทิ เจ้าพนักงานขนส่งชำนาญงาน หัวหน้าสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า มีผู้โดยสารจำนวนมาก ต้องเพิ่มเที่ยวรถรองรับการเดินทางกลับไปทำงาน จากปกติวิ่งรถวันละ 320 เที่ยว เพิ่มขึ้นอีก 30 เที่ยว เนื่องจากตั๋วถูกจองเต็มทั้งหมด แต่ยังมีผู้โดยสารมาขึ้นรถอย่างต่อเนื่อง คาดว่ามีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการประมาณ 10,000 คน

บขส.งดจำหน่ายตั๋วชั่วคราว

สถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 2 ประชาชนหอบกระเป๋าสัมภาระเดินทางไปซื้อตั๋วรอขึ้นรถโดยสารเดินทางกลับไปทำงานกรุงเทพฯ บรรยากาศเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ช่วงเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ม.ค.พนักงานที่ช่องจำหน่ายตั๋วรถโดยสารสาย 21 นครราชสีมา-กรุงเทพฯ ของทุกบริษัทติดป้ายงดจำหน่ายตั๋วชั่วคราว และกลับมาขายตั๋วอีกครั้งในเวลา 13.30 น. สาเหตุเพราะสภาพการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพ ทำให้รถโดยสารต้องใช้ระยะเวลานานในการวิ่งกลับมารับผู้โดยสาร ประชาชนจำนวนมากต้องยืนต่อแถวรอคอยซื้อตั๋ว จนแถวยาวล้นออกมานอกชานชาลา บางบริษัทจะต้องนั่งรอรถเป็นเวลานาน 5-6 ชั่วโมง พนักงานจัดเต็นท์หลบแดด จัดพนักงานมาร้องเพลง และเล่นเกมกับผู้โดยสารเพื่อคลายเครียด พร้อมแจกของรางวัลปีใหม่

คุมเข้มด่าน ตม.บึงกาฬ

ด่านศุลกากรบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ชาว สปป.ลาว เป็นแรงงานกลับไปเที่ยวบ้านเกิด ต่างทยอยเดินทางกลับเข้ามาเพื่อทำงานในไทย ส่วนชาวไทยส่วนหนึ่งไปทำงานตามเมืองต่างๆ ของ สปป.ลาว ทยอยเดินทางกลับไปทำงานหลังจากหยุดยาว 4 วันในช่วงปีใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบึงกาฬ พร้อมทหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข คุมเข้มตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย ด้านนายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผวจ.บึงกาฬ กล่าวว่า ระดมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วน ตั้งจุดตรวจตามเส้นทางสายหลัก และสายรองครอบคลุมทั้งจังหวัด เข้มงวดการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาบนรถ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน สรุปมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว 39 ครั้ง บาดเจ็บ 38 คน และเสียชีวิต 2 ราย

ถนนมิตรภาพรถติดสะสม

ส่วนสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้นและติดขัดเป็นระยะ โดยเฉพาะบริเวณตามแยกสัญญาณไฟจราจรในเขตชุมชนต่างๆ ตั้งแต่เข้าเขต อ.บัวลาย อ.สีดา อ.คง แยกตลาดแค แยก อ.โนนสูง และแยกบ้านโพธิ์ เป็นช่วงก่อสร้างขยายช่องจราจร รวมทั้งถนนสาย 24 เดชอุดม-โชคชัย-สีคิ้ว บริเวณสี่แยกไฟแดง อ.โชคชัย รถติดขัดเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องคอยอำนวยการบริการปล่อยรถทางตรงนานขึ้น เพื่อระบายรถไม่ให้เกิดการสะสม ส่วนที่ถนนบายพาสเลี่ยงเมืองกาฬสินธุ์ มีรถติดสะสมเคลื่อนตัวได้ช้า

สายเอเชียรถติดเข้ากรุง

ถนนสายเอเชียหมายเลข 32 ในพื้นที่ อ.เมืองสิงห์บุรี ช่องทางขาล่องเข้ากรุงเทพฯ รถหนาแน่น เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทจังหวัดสิงห์บุรีติดตั้งป้ายทางเลี่ยงและทางลัดเพิ่มเติมบนทางหลวงชนบทสาย 3026 และเปิดช่องทางเดินรถพิเศษบริเวณถนนสายเอเชีย หลัก กม.ที่ 104 (ขาล่อง) เพื่อรองรับ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ส่วนสถานีบริการจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวี มีรถยนต์เข้าเติมก๊าซอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจัดระเบียบจะต้องรับบัตรคิว แล้วรอเรียกตามหมายเลขเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ต้องนำรถไปต่อแถวยาวออกไปที่ถนน เพื่อช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ส่วนบรรยากาศที่สถานีขนส่งจังหวัดอ่างทอง ประชาชนตกค้างรอขึ้นรถเป็นจำนวนมาก รถโดยสารไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่วนรถตู้โดยสารไม่เพียงพอเช่นกัน การจราจรติดขัดรถไม่สามารถเดินทางกลับมารับผู้โดยสารได้ทันท่วงที ที่ถนนสายอ่างทอง -อยุธยา และถนนสายบางปะหัน-ปทุมธานี รถหนาแน่นมากเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ

ขนสัมภาระเข้ากรุงลดค่าใช้จ่าย

ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ขบวนรถไฟจากสถานีต่างๆ ทั่วประเทศทยอยเข้าจอดที่ชานชาลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งประชาชนเข้ากรุงเทพฯ กลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ หลังจากเสร็จสิ้นการฉลองเทศกาลปีใหม่ 2561 เป็นภาพคุ้นตาที่จะเห็นประชาชนส่วนใหญ่นำผลผลิตทางการเกษตรจากบ้านเกิดติดตัวมาด้วย เพื่อใช้ในการดำรงชีพ เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ส่วนมาตรการการรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟและทหารกระจายกำลังเพื่อดูแลพื้นที่โดยรอบชานชาลา เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนและป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาก่อเหตุ ด้านนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค. มีผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนคน ถือว่าเป็นยอดที่สูงกว่าปกติ แต่คาดว่าวันที่ 2 ม.ค.นี้ ประชาชนส่วนใหญ่ จะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯมากที่สุด คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนคน เตรียมจัดรถไฟ เสริมออกจากจังหวัดที่มีประชาชนจะเดินทางกันมาก เช่น จ.อุดรธานี และ จ.อุบลราชธานี เพื่อรองรับการเดินทาง มั่นใจว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างอย่างแน่นอน

“หมอชิต” บริการเสริมส่งฟรี

ส่วนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 2 ม.ค. ประชาชนพร้อมสิ่งของสัมภาระทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯอย่างคึกคัก หลังกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ด้านนายณัฐวุฒิ อ่อนน้อม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการเดินรถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ในวันที่ 2-5 ม.ค.2561 เพิ่มรถจากปกติ 6,500 คันต่อวัน เป็น 7,200 คันต่อวัน นอกจากนี้ เพื่อลดความแออัดสถานีขนส่งหมอชิต 2 ให้รถโดยสารปรับอากาศ ชั้น 1 และรถวีไอพีของ บขส. นำผู้โดยสารไปลงที่กรมการขนส่งทางบก และ บขส.จจัดรถบริการรับส่งฟรี 2 เส้นทาง คืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและสถานีขนส่งหมอชิต 2 เบื้องต้นในวันที่ 1 ม.ค. มีประชาชนเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯผ่าน 3 สถานี ได้แก่ สถานีขนส่งหมอชิต 2 สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ และสถานีขนส่งเอกมัย 110,000 คน และวันที่ 2 ม.ค. มีจำนวน 160,000 คน ส่วนวันที่ 3 ม.ค. คาดว่าจะมีจำนวน 100,000 คน ต่อมา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมกำลังตรวจความเรียบร้อยที่สถานีขนส่งหมอชิต กำชับเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังเหตุลักทรัพย์

ฉลองปีใหม่ 5 วัน ดับ 317 ราย

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 (ศปถ.) ว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนวันที่ 1 ม.ค. วันที่ 5 ของการรณรงค์ขับรถ มีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 677 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 71 ราย ผู้บาดเจ็บ 696 คน สาเหตุจากเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 5 วัน (28 ธ.ค.60-1 ม.ค.61) รวม 3,056 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,188 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 9 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ตรัง ตาก นครนายก นราธิวาส น่าน ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (114 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ศรีสะเกษ (13 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (118 คน)

นายกฯกำชับดูแลความปลอดภัย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กำชับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เข้มงวดกวดขันวินัยจราจร และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับ กทม.อย่างปลอดภัย เบื้องต้นรับรายงานว่าจำนวนอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บลดลงกว่าปีก่อน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพมาตรการที่ภาครัฐกำหนด และความร่วมมือของประชาชน หลังฉลองปีใหม่ประชาชนเดินทางกลับจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ทั้งจุดตรวจ ด่านชุมชน และบนถนนหลวงสายหลัก โดยเฉพาะความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถบัส และรถตู้ นายกฯกำชับผู้ที่มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของสถานีขนส่งสาธารณะ ทั้งสถานีขนส่งรถโดยสารประจำทาง สถานีรถไฟ สถานีรถตู้ เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน เพราะอาจเป็นช่วงที่มิจฉาชีพใช้โอกาสก่อเหตุ นายกฯ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท และเสียสละ

บช.ภ.1 ระดมจับมากที่สุด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการ และกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนทยอยเดินทางกลับ ทำให้การจราจรหนาแน่น พร้อมให้บริการช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ส่วนสถิติการระดมกวาดล้างอาชญากรรม และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ในทุกฐานความผิด เช่น ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ พ.ร.บ.ยาเสพติด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1,544 หมายจับ บช.ภ.1 จับกุมมากที่สุด 550 หมายจับ รองลงมา บช.น.จับกุม 311 หมายจับ สำหรับโครงการฝากบ้าน ไว้กับตำรวจ ประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ระหว่างวันที่ 25 ธ.ค.2560 ถึง 3 ม.ค.2561 มีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 9,141 หลัง เพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว 2,500 หลัง ท้ายสุด ผบ.ตร.ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สุรินทร์ “เมาแล้วขับ” สูงสุด

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า รับรายงานจากนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติว่า สถิติศาลสั่งคุมประพฤติคดี พ.ร.บ.จราจรทางบก และขับรถประมาทในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.60 ถึง 1 ม.ค.61 ทั่วประเทศพบว่า มีผู้ที่ศาลสั่งคุมประพฤติทั้งหมด 3,517 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 3,105 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 88.28 คดีขับรถประมาท 44 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 1.25 คดีขับซิ่ง 1 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.02 คดี ขับเสพและอื่นๆ 367 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 10.43 เมื่อพิจารณาสถิติคดีเมาแล้วขับยอดสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1.จ.สุรินทร์ 319 คดี 2.กรุงเทพมหานคร 288 คดี 3.จ.สกลนคร 201 คดี 4.จ.นนทบุรี 182 คดี และ 5.จ.อุบลราชธานี 163 คดี