วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ละครแห่งปี

การเพิ่มช่องโทรทัศน์ในยุคทีวีดิจิตอล ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งผู้ประกอบการรายเก่าและรายใหม่ถึงขั้นล้มหายตายจากและเปลี่ยนถ่ายมือไปมา จนถึงวันนี้เมื่อธุรกิจเริ่มนิ่งจึงเข้าสู่ยุคของการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ ยักษ์ใหญ่ในอดีตถูกท้าทายโดยยักษ์เล็ก ตำแหน่งแชมป์ไม่ใช่สิ่งผูกขาดอีกต่อไป

“ละคร” ยังคงเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันในศึกแห่งการช่วงชิงเรตติ้งเหมือนเดิม สำหรับปีนี้มีสถานีน้องเล็กลุกขึ้นมาท้าทายพี่ใหญ่ไม่น้อย นอกจากช่องหลักๆอย่างช่อง 3 ช่อง 7 ช่องวัน 31 และช่อง 8 แล้ว ปีนี้ยังมีน้องใหม่มาแรงอย่างช่อง GMM 25 แม้แต่ช่องเวิร์คพอยท์ ช่องทรูโฟร์ยู ช่องพีพีทีวี ช่องโมโน ที่มีจุดแข็งในด้านอื่นก็ยังเริ่มกระโดดเข้ามาร่วมวงสงครามละครด้วยเช่นกัน วันนี้ทีมข่าว “บันเทิงทีวี” จะมาร่อนตะแกรงคัดหาละครเด่น ละครดี ในรอบปีที่ผ่านมา และดูว่าเรื่องไหนที่ควรค่าจะเป็น “ละครแห่งปี”

การคัดกรองจะขอส่องละครช่องหลักๆ เริ่มจาก ช่อง 3 พบว่าปีนี้มีละครออนแอร์ใน 2 ช่วงเวลาไพรม์ไทม์รวมแล้ว 42 เรื่อง ที่เด่นๆก็มีละครเรื่อง “คลื่นชีวิต” ที่สร้างสีสันตั้งแต่ต้นปีที่จับเอานางเอกดังอย่าง ญาญ่า-อุรัสยา มาพลิกบทบาทเป็นนางเอกขี้วีนเหวี่ยง ประกับคู่กับ หมาก-ปริญ, ละครม้านอกสายตาอย่าง “บัลลังก์ดอกไม้” ก็สร้างปาฏิหาริย์ได้ แม้นักแสดงจะมีแค่ มาริโอ้ เมาเร่อ เป็นตัวชูโรง แต่ด้วยเรื่องราวที่มุ้งมิ้งโรแมนติกกลับส่งให้ เต้ย-จรินทร์พร ขึ้นมาเป็นนางเอกแถวหน้าของช่องได้ในพริบตา, ช่อง 3 ยังคาดหวังกับซีรีส์ “The Cupid บริษัท รักอุตลุด” มอบหมายให้ค่ายบรอดคาซท์เป็นผู้ผลิตรวมละครรัก 8 เรื่อง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จซะครึ่งนึง อีกทั้งยังปั้นพระนางคู่จิ้นมาประดับช่องได้อีกหลายคู่, ละครรีเมก “เมียหลวง” นึกว่าจะแรงกลับพลิกล็อก ซึ่งคาดว่ามาจากคนดูไม่เชื่อในบทเมียหลวงแสนดีที่แสดงโดย จุ๋ย-วรัทยา, พูดถึงละครพลิกล็อกแล้วไม่มีเรื่องไหนเกิน “เล่ห์ลับสลับร่าง” ซึ่งประกบคู่กันของพระเอกนางเอกเบอร์หนึ่งของช่อง ณเดชน์&ญาญ่า แต่กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถการันตีความสำเร็จได้ เพราะเรตติ้งจุ๋มจิ๋มไม่สมราคา, ทันทีทันใดก็กู้หน้าได้ด้วยเรื่อง “รากนครา” ของผู้จัดมือทอง อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ บวกกับนางเอกคู่บุญ แต้ว-ณฐพร แค่ชื่อสองคนนี้โฆษณาก็แย่งกันจองล่วงหน้าแล้ว, ยังมีเรื่อง “เพลิงบุญ” เรตติ้งดีกระแสแรงจริงไรจริง, ละครรีเมกอีกเรื่อง “บ่วงบรรจถรณ์” แม้จะได้ ใหม่-ดาวิกา มาประกบ มาริโอ้ แต่ว่ากลับไม่เปรี้ยงเท่าที่ควร, ส่งท้ายด้วยเรื่อง “ระเริงไฟ” ที่ เคน-ธีรเดช กับ นุ่น-วรนุช ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง

ช่อง 7 มีละครฉายทั้งช่วงก่อนและหลังข่าวภาคค่ำรวม 36 เรื่อง ที่ต้องกล่าวถึงได้แก่ “คู่ซ่ารสแซ่บ” ที่คู่จิ้นพันธุ์ข้าวเหนียว เวียร์-ศุกลวัฒน์ กับ มิน-พีชญา โคจรมาพบกันอีกครั้ง, อีกเรื่อง “โซ่เสน่หา” ฮือฮามากกับพระเอกนางเอก พอร์ช-ศรัณย์ & พีค-ภัทรศยา ที่มีฉากเลิฟซีนจูบจริงจนปากเปื่อยกันไปข้าง, ละครฟอร์มยักษ์ถูกปล่อยออกมาเขย่าเรตติ้งตั้งแต่ต้นปีด้วยเรื่อง “เพลิงพระนาง” เป็นการหวนคืนจอในรอบ 3 ปีของนางเอกตัวแม่ อั้ม-พัชราภา ซึ่งก็ทำให้แฟนละครไม่ผิดหวัง, ละครฟอร์มเล็กอย่าง “มัสยา” กลับกลายเป็นหมัดน็อกละครของวิกคู่แข่งซะงั้น สร้างคู่จิ้นคู่ใหม่ “มุกมิก” ให้แก่วิก 7 สีคือ มิกค์ ทองระย้า กับ มุกดา นรินทร์รักษ์, ควรค่าแก่การรอคอยสำหรับละคร “น้ำเซาะทราย” เมื่อพระ-นางคู่ขวัญในตำนาน ศรราม&สุวนันท์ โคจรมาพบกันอีกครั้งในรอบ 10 ปี งานนี้ กบ ได้รับทั้งคำชื่นชมและเรตติ้งทีเดียว, ละคร “มายา” ซึ่งผู้จัดค่ายโพลีพลัสทุ่มทุนไปถ่ายทำไกลถึงประเทศอังกฤษ เป้-อารักษ์ ประกบกับนางเอกเจ้าของฉายา “สวยวัวตายควายล้ม” ขวัญ-อุษามณี, วิก 7 สีก็มีซีรีส์เหมือนกันชุด “ภารกิจรัก” เป็นความรักของคนในเครื่องแบบ 4 เหล่าทัพ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ รวบรวมเอาพระเอกนางเอกดังไว้มากมาย

ช่องวัน 31 มีละครออนแอร์รวม 15 เรื่อง ดังแต่ต้นปีด้วยเรื่อง “ราชินีหมอลำ” นำแสดงโดย หนูนา-หนึ่งธิดา และเป็นการหวนคืนจอในรอบ 5 ปีของ กวาง-กมลชนก, ยังมีซีรีส์ชุด “เสน่หา Diary” รวม 3 เรื่อง โดย “บ่วง” ฮือฮา ที่สุดกับเรื่องราวของชายรักชาย นำแสดงโดย กัปตัน-ภูธเนศ กับ อัค-อัครัฐ, และเรตติ้งดีที่สุดของช่องคือ “เธอคือพรหมลิขิต” ที่นำแสดงโดย บี้-สุกฤษฎิ์ กับ เอสเธอร์-สุปรีย์ลีลา, ส่งท้ายปลายปีด้วยเรื่อง “ชายไม่จริงหญิงแท้” ซึ่งทำให้ค้นพบว่า ใหม่-ดาวิกา ปลอมเป็นกะเทยได้ดีและดังกว่าเป็นผู้หญิงซะอีก!

ช่อง 8 ปีนี้มีละครลงจอ 8 เรื่อง ฟอร์มใหญ่ก็มี “เชลยศึก” นำแสดงโดย มังกร-ปภาวิน กับ ฝ้าย-เวฬุรีย์, ส่วนใหญ่จะเน้นแซ่บๆอย่าง “เกมพยาบาท” จับคู่ ฟิล์ม–รัฐภูมิ กับ เอมี่ กลิ่นประทุม, “เพลิงรักไฟมาร” ซึ่ง ไนกี้–นิธิดล ข้ามวิกมาประกบคู่ มด–ณปภัช และ “ใจลวง”

ช่อง GMM 25 ยิ่งมายิ่งแรงขนมาแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบตลอดปีมีถึง 35 เรื่อง แบ่งยิบย่อยหลายประเภททั้งซีรีส์อกหักรักคุดตระกูล “คลับ ฟรายเดย์”, โปรเจกต์ “เลิฟซอง เลิฟซีรีส์” ที่เน้นเอาใจวัยโจ๋ และละครยาวที่สร้างจากนักเขียนนวนิยายชื่อดังในโปรเจกต์ “เพลิงกฤษณา” และ “เดอะไรต์เตอร์ส” ซึ่งละครที่ดังที่สุดคือเรื่อง “หลงไฟ” ด้วยฝีมือการแสดงที่ทุ่มเททั้งตัวของนางเอกสาว ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ในบท “ก้านแก้ว”

โดยภาพรวมละครปีนี้การแข่งขันสูงทำให้มีละครดีๆที่เข้าตามากมายได้แก่ “รากนครา” ของผู้กำกับเจ้าเก่า อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ ที่แม้เป็นละครพีเรียดอิงประวัติศาสตร์ แต่สามารถขัดเกลาบทและตีกรอบเรื่องราวได้ดีไม่ไปล่วงเกินประเทศเพื่อนบ้านจนกลายเป็นดราม่าระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเกลี่ยความสำคัญของบทให้นักแสดงนำอย่างเท่าเทียมทั้ง แต้ว-ณฐพร, หมาก-ปริญ และ มิว-นิษฐา จนได้รับคำชื่นชมมากมาย อีกเรื่องที่ ช่อง 3 ส่งประกวดคือ “เพลิงบุญ” เป็นความดีงามของละครที่ไม่ได้ขายความแรงของเมียน้อยตบตีแย่งผัวชาวบ้าน เพราะบทของเมียหลวงโดย เบลล่า มีความสำคัญตีคู่ไปกับเมียน้อยอย่าง เจนี่ อีกทั้งยังให้เห็นด้านมืดของผู้ชายที่มีสันดานดิบเกือบทุกคนแม้ว่าจะเป็นคนดีแค่ไหนก็ตาม ในความแรงได้สอนให้เห็นคุณค่าของความรัก มิตรภาพ และการให้อภัย ความดีความดังยังส่งให้เป็นละครเรตติ้งสูงสุดของช่องในปีนี้ด้วย

ด้าน ช่อง 7 สี ก็มีทีเด็ดคือละครเรื่อง “เพลิงพระนาง” ละครในรอบ 3 ปีของ อั้ม-พัชราภา เลอค่าทั้งโปรดักชั่น ฉาก และเสื้อผ้าอลังการงานสร้างที่สร้างให้ อั้ม กลายเป็นนางพญาสวยเลอค่าที่สุดใน 3 โลก ซึ่งยังไม่ทันข้ามปีก็มีเวทีหนึ่งมอบรางวัลขวัญใจมหาชนไปแล้ว และยังจะส่งให้ อั้ม เป็นตัวเก็งตำแหน่ง “ดารานำหญิงยอดเยี่ยม” ทุกเวทีในปีหน้าแน่นอน สุดท้ายเรื่อง “หลงไฟ” ละครของช่อง GMM 25 ที่เข้ารอบสุดท้ายมาเป็นปีแรก มีความโดดเด่นที่กระแสปังมากกับบทบาทของ “ก้านแก้ว” ที่นางเอกหน้าใส ใบเฟิร์น กล้าเล่นเป็นสาวไซด์ไลน์จนกล่าวได้ว่าความดังของละครเรื่องนี้ฝากไว้ที่ ใบเฟิร์น คนเดียว!

ละครดีมีได้หลายเรื่อง แต่ “ละครแห่งปี” มีได้เรื่องเดียว และก็ขอมอบให้แก่ “เพลิงพระนาง” ที่เป็นทั้งละครเรตติ้งสูงสุดของปี อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างของการสร้างสรรค์งานละครคุณภาพ และฝีมือการแสดงระดับขึ้นหิ้งของตัวแม่ของวงการบันเทิง อั้ม–พัชราภา.

การเพิ่มช่องโทรทัศน์ในยุคทีวีดิจิตอล ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งผู้ประกอบการรายเก่าและรายใหม่ถึงขั้นล้มหายตายจากและเปลี่ยนถ่ายมือไปมา จนถึงวันนี้เมื่อธุรกิจเริ่มนิ่งจึงเข้าสู่ยุคของการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ... 30 ธ.ค. 2560 14:25 ไทยรัฐ