วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ครั้งหนึ่งต้องมา! ชวนเยือน ‘มอสโก-เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก’ ฟินจนอยากไปซ้ำ

ครั้งหนึ่งต้องมา! ชวนเยือน ‘มอสโก-เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก’ ฟินจนอยากไปซ้ำ

  • Share:

หากคุณชื่นชอบการท่องเที่ยวแล้วล่ะก็ เชื่อว่า "รัสเซีย" หรือสหพันธรัฐรัสเซีย จะต้องเป็นประเทศหนึ่งที่เคยได้ไป หรือคิดจะไปเยือนสักครั้งแน่นอน ด้วยความสวยงามของภูมิประเทศ สถาปัตยกรรม หรือแม้แต่อากาศที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี ทำให้มีผู้คนทั่วโลกต่างเดินทางไปท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย อีกทั้ง รัสเซีย ยังเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่กว่า 17.1 ล้านตารางกิโลเมตร รวมถึงประวัติศาสตร์ และราชวงศ์ของชาตินี้ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น คนไทยสามารถไปรัสเซียได้อย่างสบาย เพราะไม่ต้องทำวีซ่าก็สามารถอยู่ท่องเที่ยวได้ถึง 30 วัน เนื่องจากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งในปี 2017 เป็นปีที่ครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ไทยกับรัสเซียด้วย ส่วนการเดินทางก็บินตรงได้อย่างสะดวกกับการบินไทย ที่จะพาคุณบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ สู่สนามบินโดโมเดโดโว่ (Domodedovo International Airport - DME) โดยใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 40 นาที ส่วนขากลับจะเร็วกว่าประมาณ 1 ชั่วโมง

(โบอิ้ง 777-200)
(BANGKOK แบบภาษารัสเซีย)

ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ ไทยรัฐออนไลน์ ได้เดินทางไปด้วยในช่วงวันที่ 9-16 พฤศจิกายน 2560 เพื่อเยือนกรุงมอสโก และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 2 เมืองสำคัญ ซึ่งตรงกับช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 4 ถึง -3 องศาเซลเซียส ออกเดินทางด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 เที่ยวบิน TG974 ในเวลา 10.50 น. ของวันที่ 9 พฤศจิกายน และถึงรัสเซีย เวลาประมาณ 17.10 น.ในวันเดียวกัน โดยเวลาท้องถิ่นจะช้ากว่าไทยอยู่ 4 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ต่อไปยังกรุงมอสโก ส่วนระยะเวลาขึ้นอยู่กับการจราจรว่าติดขัดมากน้อยเพียงใด แต่ขอบอกเลยว่ารถติดไม่แพ้กรุงเทพมหานคร

(สนามบินโดโมเดโดโว่)
(นายวิชญ สิงห์โตโรจน์ ผู้จัดการทั่วไปประจำรัสเซียและเครือเอกราช)

นายวิชญ สิงห์โตโรจน์ ผู้จัดการทั่วไปประจำรัสเซียและเครือเอกราช กล่าวว่า การบินไทย ได้เปิดเส้นทางมายัง รัสเซีย อีกครั้ง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 หลังปิดให้บริการไปเมื่อปี 2557 เนื่องจากเศรษฐกิจรัสเซีย และค่าน้ำมันขึ้นสูง ปัจจุบัน การเดินทางด้วยการบินไทย มี 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์คือ วันจันทร์ พุธ พฤหัสบดี และเสาร์ ได้รับการตอบรับดีมาก ทั้งจากคนไทย คนรัสเซีย และนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ในการใช้บริการการบินไทย ซึ่งคนรัสเซียชอบเมืองไทยมาก เดินทางมาเที่ยวเป็นประจำ มาซ้ำ บางคนมาทุกปีในช่วงฤดูหนาวของรัสเซีย อยู่กันเป็นเดือนก็มี ส่วนช่วงนี้ที่นิยมไปคือ จ.ภูเก็ต

ส่วนอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวในปี 2560 นั้น โตขึ้นจากปีก่อน 20-25% ซึ่งจากตัวเลขของ ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย เดินทางมายังไทยประมาณ 1.25 ล้านคน ส่วนคนไทยก็เดินทางไปยังรัสเซีย มากขึ้นเช่นกัน มีทัวร์จากไทยเปิดจำนวนมาก และการไปดูแสงเหนือที่เมืองมูร์มันสค์ (Murmansk) เป็นที่นิยมที่สุด (แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ไป จึงไม่ได้เก็บภาพแสงเหนือสวยๆ มาฝากกัน) ส่วนการแข่งขันทางด้านการบินตรงจากไทยสู่รัสเซีย ขณะนี้มีเพียงการบินไทย, แอโรว์ ฟลอต (Airrow Flot) และยูรอลแอร์ไลน์ (Ural Airsline) แต่สายการบินหลังนี้จะเป็นในลักษณะเช่าเหมาลำมากกว่า ซึ่ง การบินไทย จะต้องแข่งกับสายการบินท้องถิ่นเช่าเหมาลำเหล่านี้

(ภายในอาณาบริเวณพระราชวังเครมลิน และอาคารที่เห็นในภาพว่ากันว่าเป็นสถานที่ทำงานของ วลาดิเมียร์ ปูติน ส่วนมุมขวาเป็นหอนาฬิกาในพื้นที่จัตุรัสแดง)
(ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ หนัก 40 ตัน แต่ไม่สามารถใช้ได้จริง)
(ระฆังพระเจ้าซาร์ หนัก 200 ตัน)

สถานที่ท่องเที่ยวของทั้ง มอสโก และ เซนต์ปีเตอร์ส นั้น มีมากมายเหลือเกิน แต่ที่มาแล้วต้องไม่พลาด ไกด์ของทริปอย่าง น.ส.กันยารัตน์ ซือตระกูล หรือ หลิน ผู้ซึ่งคลุกคลีอยู่กับประเทศรัสเซีย และเป็นไกด์มาอย่างยาวนานถึง 19 ปี สามารถจดจำเรื่องราว และประวัติศาสตร์ของบ้านเมืองนี้ได้ดีอย่างน่าทึ่ง ทำให้เราทั้งคณะรู้สึกชื่นชมมาก โดยเจ้าตัวได้ลิสต์ 20 สถานที่ที่ไม่ควรพลาดหากมาเยือนที่นี่ไว้ให้ ดังนี้

เริ่มจาก มอสโก

1. จัตุรัสแดง, พระราชวังเครมลิน
2. พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รีแชมเบอร์
3. State Diamond Fund (จัดแสดงมงกุฎ-เครื่องเพชรของพระเจ้าซาร์)
4. ถนนอาราบัต (สถานที่พบปะสังสรรค์ของคนรัสเซีย ของแพงแต่ดี)
5. ละครสัตว์ (ขึ้นอยู่กับความชอบ)

(มหาวิหารเซนต์บาซิล)
(อาคารในพื้นที่จัตุรัสแดง)
(ห้างสรรพสินค้ากุม)


6. เดินสวนสาธารณะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ช่วงต้นเดือนตุลาคม) 
7. เมืองซากอร์สก (Zagorsk) เมืองศาสนา ไปเช้าเย็นกลับได้ นับถือคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ คล้ายกับนครรัฐวาติกัน มีคนมาขอพรสำเร็จ และสมหวังหลายราย โดยคนไทยเคยไปขอคู่ก็ได้มาแล้ว
8. รถไฟใต้ดิน เริ่มเปิดใช้งานปี ค.ศ. 1945 เริ่มแรกมีทั้งหมด 13 สาย คิดราคาเที่ยวละ 55 รูเบิล มาขบวนละ 1 นาที (ไม่ต้องรีบ) ปัจจุบันมีทั้งหมด 203 สถานี ซึ่งในปี 2018 จะมีการติดภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น รองรับการเป็นเจ้าภาพบอลโลก)
9. เซนต์ซาเวียร์ มหาวิหารใหญ่ที่สุดในรัสเซีย จะใช้ทำพิธีสำคัญ และมีการถ่ายทอดสด
10. ล่องเรือแม่น้ำมอสโก (คือ เรือเรดิสันครูซ ไม่มีวันหยุดบริการ ค่าเรือประมาณ 800 รูเบิล ไม่รวมอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนค่าเงิน 100 รูเบิล จะเท่ากับ 56 บาทโดยประมาณ)

(ประตูชัย - Triumphal Arch of Moscow)
(พระราชวังแคทเธอรีน)
(ป้อมปีเตอร์ แอนด์ พอล ปัจจุบันเป็นสุสานพระราชวงศ์โรมานอฟ)


เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

1. พระราชวังฤดูหนาว เดอะเฮอร์มิเทจ
2. ป้อมปีเตอร์ แอนด์ พอล
3. พระราชวังแคทเธอรีน (พระราชวังฤดูร้อน)
4. พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ (ควรมาฤดูร้อน และเป็นพระราชวังที่รัชกาลที่ 5 เคยประทับขณะเสด็จประพาสรัสเซีย)
5. ล่องเรือแม่น้ำเนวา (แนะนำให้มาฤดูร้อน สวย และโรแมนติกมาก)

(ภายในมหาวิหารเซนต์ไอแซค)
(โบสถ์หยดเลือด อยู่ในระหว่างการบูรณะ)


6. พิพิธภัณฑ์แมมมอธ มีสภาพแมมมอธสมบูรณ์ที่สุด
7. มหาวิหารนักบุญไอแซค ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะของนโปเลียน
8. วิหารหยดเลือด
9. ถนนเนียฟสกี้ โพรสเพคต์ (Nevskiy Prospekt)
10. มหาวิหารคาซาน (เป็นอีกที่หนึ่งที่ใช้ทำพิธี)

(พระราชวังฤดูหนาว)
(ปี 2017 ครบ 100 ปีปฏิวัติรัสเซีย)

สำหรับการเดินทางไปนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และกลับมายังมอสโก เราไปด้วย "ซับซาน" หรือรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที นับว่าเป็นอีกทางเลือกนอกจากสายการบินในประเทศนั่นเอง แต่ รัสเซีย ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวเพียงเท่านี้ ช่วงหลังหลายคนเริ่มสนใจไปดูออโรร่า หรือแสงเหนือ ที่เมืองมูร์มันสค์ กันมากขึ้น ถ้าจะมาให้คุ้มก็แนะนำว่าต้องเมืองนี้ด้วย หากถามว่ามาด้วยตัวเองได้หรือไม่ ตอบเลยว่าได้ แต่คุณอาจจะต้องทำการบ้านมากหน่อย เพราะคนรัสเซียส่วนมากไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ จึงอาจเป็นอุปสรรคอยู่บ้างแต่ก็ถือเป็นเรื่องน่าสนุกและท้าทายดี สำหรับการคมนาคมก็สะดวกสบาย ด้วยการโดยสารรถไฟใต้ดินไปยังสถานีต่างๆ แต่มีอย่างหนึ่งที่แพงกว่าบ้านเรามากคือ ภาษี ที่รัสเซียเก็บมากถึง 18% และปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังขอรีฟันด์ไม่ได้ แต่ในอนาคตอาจจะเป็นไปได้ เพราะมีการนำเข้าที่ประชุมเป็นวาระแล้ว

(ซับซาน รถไฟความเร็วสูง)
(สถานี Komsomolskaya ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม และนักท่องเที่ยวต้องเก็บภาพเป็นที่ระลึก)
(สถานี Kievskaya ซึ่งสถานีรถไฟในรัสเซีย จะมีความสวยงามแตกต่างกันไป)

ได้เที่ยวแล้วก่อนจะกลับก็ต้องไม่ลืมซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับมาฝากคนที่เมืองไทย อย่างแรกคงหนีไม่พ้น ตุ๊กตาแม่ลูกดก (มาโตรชก้า матрёшка หรือมาจากคำว่า Mother) แบล็กคาร์เวียร์จากทะเลแคสเปียน ซึ่งชาวรัสเซียจะทานคู่กับแพนเค้ก ส่วนวอดก้า ก็เป็นของฝากที่คนมักซื้อหากัน รวมถึงผ้าคลุมไหล่ลวดลายเป็นเอกลักษณ์ และผ้าขนสัตว์ เสื้อคลุม เสื้อโค้ต หรือเครื่องนุ่งห่มที่ทำจากขนสัตว์ 

อ่อ...มีทริกเล็กๆ น้อยๆ มาฝากเรื่องการเข้าพักในโรงแรมที่มอสโก หากเข้าพักช่วงสุดสัปดาห์จะได้ราคาถูกกว่าวันธรรมดา เนื่องจากมอสโก เป็นเมืองธุรกิจ มักมีนักธุรกิจเดินทางมาพักในวันธรรมดาจำนวนมากนั่นเอง 

แต่หากจะให้แนะนำก็คงอยากให้มากับ การบินไทย สายการบินแห่งชาติ ที่บินสบาย จองง่าย จ่ายสะดวก และอุ่นใจ ผ่าน thaiairways.com ไม่ว่าจะซื้อตั๋วอย่างเดียว หรือมากับ Royal Orchid Holidays ก็ยังได้ เพราะมักมีทริปดีๆ ออกมาอยู่เสมอ และสามารถจัดทริปอย่างที่ต้องการได้เองด้วย บอกได้เลยว่าอยากจะมาซ้ำที่ประเทศนี้มากๆ เพราะยังมีอีกหลายที่ที่ยังไม่ได้ไป แต่ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน ช่วงไหนของปี ก็ขอให้มีความสุข เดินทางโดยสวัสดิภาพ และสวัสดีปีใหม่ 2018 ค่ะ.

(บรรยากาศล่องเรือในแม่น้ำมอสควา)
(ลุจนีกี ซึ่งในปี 2018 จะใช้เป็นสถานที่แข่งขันบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ)
(ซุปบอร์ชต (Borscht) ทำจากบีทรูต เป็นอาหารประจำชาติที่ให้พลังงานอย่างมากกับชาวรัสเซีย)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้