วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เวียนนา" มหานครโรแมนติก

เวียนนาเมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เมืองโรแมนติกในฝันของคนทั่วโลก...

เมื่อ การบินไทย เชื้อเชิญให้ร่วมทริปเที่ยวบินปฐมฤกษ์ กรุงเทพฯ-เวียนนา เลยเป็นโอกาสให้ได้ไปสัมผัสกับเมืองโรแมนติกในฝันของคนทั่วโลก

พิธีเปิดตัวเที่ยวบินปฐมฤกษ์ มี คุณอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหารการบินไทย และเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ทรงศักดิ์ สายเชื้อ รวมถึงตัวแทนสมาคมการท่องเที่ยวแห่งกรุงเวียนนา ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อไทยและต่างประเทศ ณ สนามบินนานาชาติกรุงเวียนนา โดยนับจากนี้การบินไทยเปิดเที่ยวบินไปเวียนนา สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน จันทร์ พฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์...แบบชิลๆ

การเดินทางท่องเที่ยวในเวียนนา ต้องถือว่าสะดวกสบายมาก เพราะมีทั้งรถบัส รถรางไฟฟ้า หรือถ้าอยากจะโรแมนติกก็สามารถเดินเล่นในเขตจัตุรัสรอบตัวเมืองได้ไม่ยาก

หลังเช็กอินที่ โรงแรมแกรนด์ เฟอร์ดินันด์ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโอเปร่าเฮ้าส์ “คุณหนึ่ง” ปรียานันท์ มงคลศรี หัวหน้าทัวร์กิตติมศักดิ์ ก็นำคณะเดินฝ่าลมหนาวไปยังตลาดแนชมาร์ก ซึ่งถือว่าเป็นตลาดเก่าแก่กลางกรุงเวียนนา ที่เปิดมาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 16 จนถึงวันนี้ มีร้านค้ามากกว่า 100 ร้าน ขายสินค้านานาชนิด ทั้งเนื้อสัตว์ ผักสด ผลไม้ตามฤดูกาล ระหว่างเดินได้กลิ่นเครื่องเทศของเคบับรสเลิศจากพ่อค้าชาวตุรกี ตลบอบอวล พวกเราเลยเดินชิมอาหารกันเพลิน

สวัสดีเวียนนาในเช้าวันรุ่งขึ้น ด้วยการเดินทางสู่ พระราชวังเบลเวแดร์ (Belvedere Palace) ที่สร้างขึ้นราวต้นศตวรรษที่ 18 ในอดีตพระราชวังแห่งนี้ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายยูจีน ที่ต่อมาได้ขึ้นเป็นแม่ทัพของราชวงศ์ฮับส์บวร์ก โดยเขาเป็นเจ้าชายองค์หนึ่งที่ชื่นชอบงานศิลปะอย่างมาก

พระราชวังเบลเวแดร์ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ความน่าสนใจของพระราชวังแห่งนี้ อยู่ที่ Upper Belvedere ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ภาพเขียน ภายในมีงานศิลปะที่โด่งดัง คือ ภาพเขียนที่ชื่อว่า The Kiss ผลงานของ Gustav Klimt จากพระราชวังเบลเวแดร์ ช่วงบ่ายเราไปมีจุดหมายที่ พระราชวังเชินบรุนด์ ซึ่งมีความหมายว่า น้ำพุอันสวยงาม พระราชวังแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อดีตเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บวร์ก สร้างขึ้นปลายศตวรรษที่ 17 โดยจักรพรรดิดิเลโอโปลด์ที่ 1 แต่เสร็จในสมัยของพระนางมาเรีย เทเรซา ที่ตั้งพระทัยสร้างให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ ในฝรั่งเศส

ด้านหลังของพระราชวังเชินบรุนด์เป็นสวนสไลต์อังกฤษ มองเห็นความงามของอาคาร Gloriette ที่เป็นซุ้มระเบียงขนาดใหญ่ ซึ่งถูกเนรมิตเป็นฉากหลังอย่างวิจิตรบรรจง โดยมีสวนสัตว์อีกแห่งตั้งอยู่ติดกัน

หลังเที่ยวชมพระราชวังอันยิ่งใหญ่ตระการตาแล้ว อีกวัน เราจึงนัดหมายไปสัมผัสบรรยากาศแบบโลคอลกันที่ตลาดขายของมือสอง ซึ่งต้องนั่งรถไฟสายสีเขียวจากสถานี Karlsplatz ไปยังสถานี Kettenbruc-kengasse ซึ่งเป็นที่ตั้งเดียวกับตลาดแนชมาร์ก

ขึ้นจากสถานี รถไฟไปสู่ด้านบน บริเวณลานกว้างมีสินค้ามือสองวางจำหน่ายเต็มพื้นที่ โดยเฉพาะสินค้ามือสอง อาทิ ถ้วยชามรามไห โคมไฟ ภาพวาด ของตกแต่งบ้าน หนังสือมือสอง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ รอให้นักล่าสมบัติโบราณและนักท่องเที่ยวเลือกจับจ่าย ประเภทตาดีได้ตาร้ายเสีย แล้วต่อรองราคากันตามถนัด งานนี้ได้ทั้งเสื้อกั๊กกันหนาว, เสื้อโค้ตกันหนาว, หนังสือ, ของแต่งบ้าน ด้วยงบประมาณ 10 ยูโร หรือประมาณ 390 บาท...เท่านั้น

ช็อปปิ้งแล้วก็ได้เวลาชิม ไกด์กิตติมศักดิ์ของเราบอกว่า ถ้ามาเวียนนาแล้ว พลาดไม่ได้กับไส้กรอกร้านดัง Bitzinger ซึ่งตั้งอยู่ในย่าน Albertina Platz ที่โดยปกติจะมีทัวริสต์สายกินต่อคิวกันยาวเหยียด โชคดีตอนไปถึงลูกค้ายังบางตา รีบสั่งไส้กรอกย่าง ชิ้นละ 3.7 ยูโร และไส้กรอกชีส ชิ้นละ 4.2 ยูโร มาลิ้มลอง...รสชาติอร่อยถึงเครื่องถึงชีส

ที่เวียนนานอกจากจะมีพระราชวังสวยงามแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่สมควรไปเที่ยวชม อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ Sisi ซึ่งเคยเป็นที่พักของจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ และพระนางอลิซาเบธ ที่มีชื่อเล่นว่า Sisi ซึ่งเป็นชายาที่จักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ รักมากที่สุด มีการเล่าเรื่องราวตั้งแต่เป็นสามัญชน ก่อนสมรสและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ตั้งแต่อายุได้เพียง 16 ปี กระทั่งถูกลอบปลงพระชนม์ระหว่างเสด็จเที่ยวยุโรป

ช่วงบ่ายแก่ๆ อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ เรามีเวลาอยู่บ้าง เลยไปเดินเที่ยวแถวจัตุรัสสเตฟาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารเซนต์สเตฟาน ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเวียนนา เป็นมหาวิหารแบบโกธิค สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1137 เพื่ออุทิศแด่นักบุญสเตฟาน ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือ หอคอยทางทิศใต้ที่มีความสูง 136.7 เมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 75 ปี ซึ่งถ้าขึ้นไปบนหอคอยนี้ จะเห็นทิวทัศน์รอบตัวเมืองเวียนนาที่สวยงาม

ตกค่ำ ปิดท้ายกันที่ ถนนคาร์นท์เนอร์ ซึ่งเป็นถนนช็อปปิ้ง เชื่อมต่อ ถนนกราเบนน์ และ ถนนโคร์ลมาร์ก ใกล้ๆ มหาวิหารสเตฟาน ตลอดสองข้างทางมีทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้าจำหน่ายสินค้าแบรนด์ดัง เครื่องแก้วคริสตัล ของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านไอศกรีม ร้านกาแฟ เรียกว่า แค่เดินเล่นชิลๆก็อิ่มสุขแล้ว ขากลับที่พักได้ยินเสียงออเคสตราแว่วมาจากจุดใดจุดหนึ่ง แน่นอน มันคือโรงละครของเมืองหรือที่เรียกว่า โอเปราเฮาส์ ที่ซึ่งทำให้รู้ว่าศิลปะไม่มีวันตาย ก่อนจะกลับไปแพ็กกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับเมืองไทย

ระหว่างที่มองออกไปนอกหน้าต่างโรงแรม ผู้คนยังคงเดินขวักไขว่บนถนน บ้างก็กอดและสัมผัสกันอย่างอบอุ่น...ศิลปะและดนตรี ไม่มีวันตายฉันใด ความรักก็เป็นเช่นนั้น...

แด่เวียนนา...มหานครโรแมนติก...!!!!