วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่อง 7 ที่ขับรถเที่ยว เงียบๆ คนเดียวช่วงปีใหม่

ช่วงวันหยุดยาวสิ้นปีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะขับรถเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องผจญกับฝูงรถฝูงชนจำนวนมากมายมหาศาล จากที่เคยเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในภาคเหนือแค่ 6-8 ชั่วโมง บางทีล่อกันไปถึง 18 ชั่วโมง เพราะรถติดหนึบ อยากพักผ่อนแบบเงียบสงบก็ดันไปเจอเข้ากับวงเหล้าตามสถานที่ท่องเที่ยวที่แหกปากร้องเพลงกันทั้งคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน

จะไปกินข้าวร้านดังในหัวเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมกลับพบว่าคิวจองยาวเหยียดจนกระเพาะแทบจะทะลุ อุตส่าห์ขับรถขึ้นมอที่เชียงใหม่จะไปรับประทานอาหารเหนือที่ร้านกาแลสูดบรรยากาศชิลๆ ที่มีทั้งอ่างเก็บน้ำและดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ปรากฏว่าต้องรอกันยาวถึง 50 คิว กว่าจะได้นั่งก็ต้องรออีก 1-2 ชั่วโมง หรือจะไปทานอาหารปักษ์ใต้ที่นายหัวชื่นชอบอย่างร้านระย้าในจังหวัดภูเก็ตที่มีแกงปูขนมจีนรสเด็ดคนก็แน่นเต็มร้านไม่มีที่จะจอดจะนั่งเพราะดันโผล่เข้าไปในช่วงที่เค้าเฮโลกันออกไปกินไปเที่ยว ตามดอยสูงหรือชายหาดที่นิยมก็เต็มไปด้วยผู้คนลูกเด็กเล็กแดงร้องกันกระจองงอแง งั้นไปไหนดีล่ะที่มีคนไม่มากและมีความเงียบสงบให้หลบไปพัก เอาแบบไม่ไกลมากห่างจากกรุงเทพฯแค่ 2-300 กิโลเมตร ลองมาดูกันนะครับว่ามีที่ไหนบ้าง! 

1.เขาปลาร้า หุบป่าตาด อุทัยธานี
ท่านที่ชอบขับรถชมวิวทิวทัศน์ที่มีทั้งเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านกับภูเขาหินปูนสูงๆ ต่ำๆ ที่เงียบสงบแทบจะร้างผู้คน หุบป่าตาดมีพื้นที่เป็นเทือกเขาตั้งตะหง่านสูงชัน เต็มไปด้วยธรรมชาติในยุคดึกดำบรรพ์เชื่อมต่อกับเขาปลาร้าที่มีภาพเขียนบนผนังถ้ำอายุ 3,500-4,000 ปี มีที่ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งนางาม โดยใช้เข้าทางเดียวกับกับเขาปลาร้า และอยู่ก่อนถึงทางเข้าเขาปลาร้าประมาณ 1 กิโลเมตร

ถ้ำในหุบป่าตาดนี้ถูกค้นพบโดยพระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง เมื่อปี พ.ศ. 2522 พระครูได้ปีนลงไปในหุบเขานี้ จึงพบว่ามีต้นตาดเต็มไปหมด (ต้นตาดเป็นไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม) จึงเจาะปากถ้ำเพื่อเป็นทางเข้าในปี พ.ศ. 2527 ต่อมากรมป่าไม้ได้ประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ เพราะที่นี่มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลก และมีพันธุ์ไม้หายาก

ส่วนเขาปลาร้านั้น ชาวบ้านแถบนั้นเป็นผู้ขึ้นไปพบภาพเขียนสีบนผนังเพิงหินของถ้ำประทุนซึ่งเป็นถ้ำที่อยู่บนเขาปลาร้า แล้วแพร่กระจายข่าวกันออกไป หลังจากนั้นนักโบราณคดีจากกรมศิลปากรได้ขึ้นไปสำรวจและนำมาเผยแพร่จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ในยุค 4,000 ปีก่อนของพื้นที่แถบนี้ เขาปลาร้าเป็นภูเขาหินปูน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอหนองฉาง ทอดตัวยาวตามแนว เหนือ-ใต้ ส่วนบริเวณถ้ำประทุนที่พบภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์บนผนังเพิงผาบนเขาปลาร้า อยู่ทางด้านตะวันตกของภูเขา อยู่ในเขตอำเภอลานสัก นับเป็นภูเขาหินปูนที่มีความสูงชันมาก

ถ้ำประทุนบนเขาปลาร้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 480 เมตร หรือสูงจากพื้นราบ 395 เมตร เป็นถ้ำที่สูงสุดของเขาปลาร้า หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพิงผาที่มีภาพเขียนสีเป็นแนวผนังยาวประมาณ 38 เมตร เป็นเพิงผาที่ลาดเอียงประมาณ 80 องศา ภาพที่ต่ำสุดสูงจากพื้นประมาณ 4 เมตร และอยู่สูงสุดประมาณ 9 เมตร 

การขับรถเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวแบบสงบเงียบปราศจากผู้คนต้องเตรียมอาหารและน้ำดื่มติดไปด้วยเนื่องจากหาร้านอาหารหรือร้านสะดวกซื้อได้ยากเต็มกลืน รวมถึงโรงแรมที่พักในย่านนั้นก็มีอยู่ไม่มากแต่ก็จะได้ความเงียบสงบและบรรยากาศของป่าเขาลำเนาไพรในผืนป่าตะวันตกที่มีความสวยงามแทนความอึกทึกครึกโครมในเมือง อย่าลืมเติมน้ำมันให้เต็มถังเข้าไว้ตอนออกจากอุทัยหรือออกจากสุพรรณบุรี เพราะแถบนั้นไม่มีปั๊มน้ำมันคอยให้บริการ

การเดินทางไปยังหุบป่าตาดและเขาปลาร้า จากจังหวัดอุทัยธานี ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 333 ผ่านอำเภอหนองฉาง จากนั้นต่อด้วยทางหมายเลข 3438 ทางไปอำเภอลานสักอีก 21.5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามทางลาดยางอีก 6 กิโลเมตร ก็จะถึงหุบป่าตาด ซึ่งเป็นทางเดียวกับทางไปเขาปลาร้า แต่อยู่ก่อนถึงเขาปลาร้าประมาณ 1 กิโลเมตร ข้อสังเกตก็คือป้ายบอกเส้นทางในแถบนั้นไม่ค่อยจะมีบอกเอาไว้หรือไม่ชัดเจน ทำให้คนที่ไม่ชินเส้นทางขับรถหลงทางกันมากต่อมาก ผมใช้วิธีเมื่อเริ่มจะรู้ว่าหลงก็ลงไปถามชาวบ้านไม่ควรมุทะลุขับตะบึงตะบอนไม่รู้เหนือรู้ใต้ อาจโผล่ไปตะเข็บชายแดนได้แบบไม่รู้ตัว!

2.ปากน้ำปราณ เขากะโหลก
ตำบลปากน้ำปราณเดิมมีเชื่อเรียกว่าปากคลองปราณ เนื่องจากมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่านลงสู่ปากอ่าวทะเล และยังเป็นที่ตั้งสมาคมประมงแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นปากน้ำปราณ มีภูมิประเทศเป็นที่ราบ มีแนวยาวลงติดต่อกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย มีพื้นที่ภูเขาสลับกับที่ราบลงสู่ทะเล เป็นดินปนทรายมีชายหาดทอดยาวประมาณ 2 กิโลเมตร โดยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2.5 ตารางกิโลเมตร ปากน้ำปราณและเขากะโหลกเป็นเส้นทางขับรถเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลของอ่าวไทยโดยสามารถขับไปเรื่อยๆ ประมาณ 22 กิโลเมตรจนไปโผล่ถึงหาดสามร้อยยอด พื้นที่แถบนั้นเป็นชายฝั่งทะเลทอดยาวสุดลูกหูลูกตาและมีความสงบเงียบใช้ได้แต่ต้องระวังไปเจอเข้ากับก้วนนักดื่มที่ชอบตั้งวงกันในย่านนั้น

ส่วนเขากะโหลกเป็นภูเขาลักษณะภายนอกคล้ายกะโหลก มียอดเขาสูงประมาณ 25 เมตร เนื่องจากความชันและสลับซับซ้อนของเขากะโหลกลูกนี้ทำให้มีภูมิประเทศที่สวยงามทั้งหาดทรายกับภูเขา ด้านทิศเหนือของเขากะโหลกเป็นโพรงช่องทะลุขนาดใหญ่ หากมองจากทะเลเข้ามาที่หาดจะมีลักษณะคล้ายหัวกะโหลกมนุษย์

บริเวณชายหาดเขากะโหลกแห่งนี้ยังเป็นแหล่งรวมเครื่องเล่นทางน้ำให้เช่า เช่นบานาน่าโบ๊ต เรือคายัค รวมถึงจุดที่ให้เช่าเตียงผ้าใบหรือเสื่อปูนอนริมทะเล ส่วนอาหารการกินนั้นไม่ได้หายากเย็นเท่ากับหุบป่าตาด แถวๆ เขากะโหลกมีร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ ร้านอาหารทะเลอย่างร้านจิ๋มแดงที่น่าแวะไปลิ้มลอง ควรรักษาสภาพแวดล้อมด้วยการเก็บขยะไม่ทิ้งมั่ว ส่วนโรงแรมที่พักแถบเขากะโหลกจะตั้งอยู่ตามแนวถนนติดชายหาดและมีให้เลือกมากมายหลายที่ทั้งถูกและแพง รับรองว่าคนไม่เยอะเหมาะกับการปลีกวิเวกเป็นอย่างยิ่ง

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่านสมุทรสงครามแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านเพชรบุรีเข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านพุทธมณฑล นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ถึงปราณบุรี เมื่อเจอแยกปราณบุรีให้แยกซ้าย ผ่านตำบลปราณบุรี แล้วเข้าสู่ตำบลปากน้ำปราณ ระยะทางจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 15 กิโลเมตร

3.อุทยานเขาสามร้อยยอด
นี่คือพื้นที่ธรรมชาติที่มีความแปลกประหลาดและสวยงาม เป็นสถานที่ที่ผมใช้ถ่ายรถทดสอบมานานหลายปีแล้วจากความรกร้างและเงียบสงบที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก อุทยานสามร้อยยอดตั้งอยู่ในเขตอำเภอกุยบุรีเชื่อมต่อกับอำเภอปราณบุรี ห่างจากหัวหินลงมาทางทิศใต้ประมาณ 63 กิโลเมตร ตามตำนานของเทือกเขาสามร้อยยอดแห่งนี้เมื่อนานมาแล้ว เคยเป็นทะเลมีเกาะใหญ่น้อยอยู่มากมาย ในสมัยนั้นมีขบวนเรือ สำเภาจีน แล่นผ่านไปมาเพื่อขนสินค้าและประสบกับลมพายุจนเรืออับปาง คนบนเรือที่รอดชีวิตไปอาศัยอยู่ตามเกาะต่าง ๆ จำนวน 300 คน จึงเรียกพื้นที่ในแถบนี้ว่าเกาะสามร้อยยอด ต่อมาเพี้ยนเป็น เขาสามร้อยยอด จนถึงทุกวันนี้

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 98 ตารางกิโลเมตร หรือ 61,300 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศมีภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน มีที่ราบน้ำแบบทุ่งหญ้าที่น้ำท่วมถึงอยู่ริมชายฝั่งทะเล กลายเป็นที่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด รวมถึงนกอพยพในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อุทยานสามร้อยยอดได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2509 และเป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งทะเลแห่งแรกของประเทศไทย

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ ทุ่งสามร้อยยอด เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโดยมีพื้นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและมีน้ำขังหรือท่วมถึงตลอดทั้งปี มีทั้งส่วนที่เป็นน้ำจืดและน้ำกร่อย เป็นแหล่งที่มีองค์ประกอบทางชีวภาพและกายภาพ เป็นเอกลักษณ์ของระบบ ซึ่งมีความหลากหลายชนิดของพืช สัตว์ และธาตุอาหาร ทุ่งสามร้อยยอดเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและ นกอพยพตามฤดูกาล เป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ บริเวณเชิงเขา มีศูนย์ศึกษาธรรมชาติทุ่งสามร้อยยอด โดยมีเส้นทางเดินศึกษาพันธุ์ไม้น้ำเป็นสะพานไม้ยกระดับ สูงขึ้นมาจากท้องทุ่งและทอดตัวเป็นแนวยาวเข้าไปในทุ่ง 

ถ้ำไทร เป็นถ้ำที่มีความงดงามอีกถ้ำหนึ่ง อยู่บริเวณเขาสูง ใกล้กับบ้านคุ้งโตนด การขึ้นชมถ้ำมีระยะทางไม่ไกลมากนัก นักท่องเที่ยวสามารถนำรถยนต์ไปจอดไว้ที่เชิงเขาใกล้กับทางเดินไปถ้ำได้ ภายในถ้ำค่อนข้างมืด แต่มีตะเกียงคอยให้บริการบริเวณถ้ำในวันหยุด 

หาดสามพระยา เป็นหาดทรายที่สวยงามสงบเงียบไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมมากนัก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปทางทิศเหนือประมาณ 3.5 กิโลเมตร บริเวณหาดสามพระยามีต้นสนทะเล เมื่อน้ำทะเลลดลงปรากฎชายหาดอันงดงาม ความยาวของชายหาดทรายประมาณ 1 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมี เขากะโหลก ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอุทยานฯ มีชายหาดอันสวยงาม และเกาะต่างๆ ในทะเล ได้แก่ เกาะโครำ เกาะนมสาว เกาะระวิง เกาะระวาง และเกาะสัตกูด

หาดแหลมศาลา และถ้ำพระยานคร ตั้งอยู่ที่บริเวณเขาเทียน ใกล้บ้านบางปู ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปทางทิศเหนือประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยงามมีชื่อว่า หาดแหลมศาลา ในสมัยรัชกาลที่ 1 ขณะที่เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด บังเอิญเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถ เดินทางต่อไปได้ จึงจอดเรือหลบคลื่นที่ชายหาดแห่งนี้ ระหว่างที่พักแรมอยู่บริเวณนั้น ได้ค้นพบถ้ำ ขนาดใหญ่ เพดาน ถ้ำมีปล่องให้แสงสว่างลอดเข้าไปมอง เห็นความสวยงามภายในถ้ำ จึงได้รับการขนานนามว่า ถ้ำพระยานคร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยเป็นเชิงชั้นหลืบม่าน บางส่วนก็หยดย้อยลงมาเป็น รูปร่าง ต่างๆงามแปลกตา ระหว่างทางมีบ่อน้ำกรุด้วยอิฐดินเผารูปสี่เหลี่ยมคางหมู กว้าง 1 เมตร ลึก 4 เมตร เรียกว่า บ่อพระยานคร จุดเด่นของถ้ำก็คือ พลับพลาแบบจตุรมุข ชื่อว่า พระที่นั่งคูหาหาสน์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ นับเป็นเครื่องเชิดชูอย่างยิ่งของถ้ำพระยานคร กลายเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน

การเดินทางจากกรุงเทพฯ เมื่อขับรถจากท่ายางในจังหวัดเพชรบุรีมาถึงแยกถนนเลี่ยงเมืองบายพาสให้ใช้เส้นทางบายพาสแล้วขับตรงมาระยะทาง 50 กิโลเมตร เชื่อมกับถนนเพชรเกษมและเชื่อมต่อไปยังอำเภอปราณบุรี ให้สังเกตห้างแม็คโครทางขวามือ จากนั้นให้ขับตรงไป ผ่านแยกไฟแดงแรกหน้าค่ายธนะรัชต์ ผ่านปั๊มน้ำมันเอสโซ่, ปั๊มเซลล์ และปั๊มคาลเท็กซ์ทางซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายที่แยกไฟแดงที่สอง หลังจากเลี้ยวซ้ายก็ขับตรงมาเรื่อยๆ ประมาณ 3.7 กิโลเมตร ข้ามทางรถไฟ ผ่านวงเวียนปากน้ำปราณบุรี เลี้ยวขวาไปทางป้ายบอกเส้นทางไปเขากระโหลก จากนั้นขับตรงไปเรื่อยๆเรียบทะเลประมาณ 16.5 กิโลเมตร ก็จะเข้าสู่อุทยานฯ

4.อุทยานพุเตย
อุทยานแห่งชาติพุเตย เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรี ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอด่านช้างของจังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบด้วยป่าเขาลำเนาไพรที่มีความดิบเถื่อนและอุดมสมบูรณ์ เทือกเขาสลับซับซ้อนและลาดชันมาก ส่วนที่สูงที่สุดเรียกว่า ยอดเขาเทวดา มีระดับความสูง 1,123 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย มีป่าสนสองใบธรรมชาติที่สวยงามเหมาะที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ

ในอดีต กรมป่าไม้ได้พิจารณาเห็นว่าพื้นที่ป่าไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำ ป่าเขาห้วยพลู ท้องที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเดิมเป็นวนอุทยานพุเตย วนอุทยานพุกระทิง วนอุทยานเตรียมการตะเพินคลี่ และป่าไม้ข้างเคียงมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้และจัดตั้งขึ้นเป็นวนอุทยานพุเตย วนอุทยานพุกระทิง ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำ จังหวัดสุพรรณบุรี และจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 จากการสำรวจป่าพุเตยพบว่าผืนผ่าตะวันตกแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์ป่านานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ของภูเขา เกาะ และน้ำตกที่สวยงาม โดยกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อสงวนไว้ให้ป่าพุเตยคงอยู่ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติเดิม มิให้ถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงไป 

เนื่องจากสภาพพื้นที่เหลือเพียงบริเวณที่ลาดชันตามภูเขาและที่ราบเชิงเขาไม่มากนัก สองข้างทางเขียวชอุ่มและเต็มไปด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าสนเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพป่าที่เป็นป่าสนเขาตามธรรมชาติแห่งเดียวในภาคกลาง ส่วนสัตว์ป่ามีทั้งสมเสร็จและเลียงผา เก้งกวาง เสือดาว ลิง ค่าง เป็นสัตว์ป่าที่พบได้บ่อยที่สุด รวมถึงพันธุ์นกป่าหายากและสัตว์เลื้อยคลานจำนวนมาก 

แถบป่าพุเตยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ เช่น ถ้ำย้อยระย้าและผาใหญ่ ภายในถ้ำเป็นหินงอก หินย้อยเป็นประกายสวยงามตามธรรมชาติ อยู่ที่บริเวณเขาตู่ตี่ การเดินทางมีการปีนป่ายตามไหล่เขา หินงอกขรุขระ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบผจญภัย 

ศาลเลาด้าแอร์ อยู่บนเทือกเขาพุเตย เป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเครื่องบินเลาด้าแอร์ตก เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2534 จนทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตหมดทั้งลำมากถึง 223 คน

ถ้ำนาคี ห่างจากอำเภอด่านช้างประมาณ 30 กิโลเมตร และห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย ประมาณ 2 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติอยู่บริเวณเขาตู่ตี่ ซึ่งมีพรรณพืชที่มีความสวยงาม เช่น จันผา บัวสวรรค์ ขึ้นอยู่หนาแน่น การเดินทางมีการปีนป่ายตามไหล่เขาเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการผจญภัย

น้ำตกพุกระทิง มีน้ำตก 9 ชั้น มีน้ำมากที่สุดในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน อยู่ที่บ้านคลองเหล็กไหล-วังโหรา ห่างหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ 2 (พุกระทิง) ประมาณ 7 กิโลเมตร ตามเส้นทางธรรมชาติถึงชั้นที่ 1 สำหรับชั้นที่ 2-9 เดินทางเท้า

น้ำตกตะเพินคี่ เดินทางโดยรถยนต์จากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ตามเส้นทางไปบ้านกล้วยเลี้ยวซ้ายขึ้นไปถึงนำตก ถึงก่อนหมู่บ้านตะเพินคี่ ห่างจากที่ทำการฯประมาณ 25 กิเมตร

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอุทยานพุเตย เช่น ป่าสนสองใบธรรมชาติ ถือเป็นป่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์ เพราะป่าสนสองใบจะเจริญเติบโตในพื้นที่ภูเขาสูงชันที่มีความสูงจากระดับน้ำ ทะเล 1,000 เมตร แต่ป่าสนแห่งนี้เจริญเติบโตบนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับนำทะเลเพียง 763 เมตร เท่านั้น สภาพป่าเขียวทึบและมีความบริสุทธิ์สมบูรณ์มากจนได้รับเลือกให้เป็นศูนย์แม่พันธุ์ไม้สนสองใบในภาคกลาง บางต้นมีขนาดใหญ่วัดได้ 2-3 คนโอบ และมีต้นปรงยักษ์อายุประมาณ 200-300 ปี สามารถกางเต็นท์พักค้างบนลานป่าสนสองใบโดยติดต่อเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ 

การเดินทางและการเข้าถึงอุทยานแห่งชาติพุเตยต้องใช้วิธีเดียวกับการไปเที่ยวแถบหุบป่าตาด นั่นก็คือ คุณต้องนำอาหารเครื่องดื่มติดตัวไปเอง รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงก็อย่าประมาทคิดว่าในถังนั้นเหลือพอ เพราะแถบอุทยานพุเตยนั้นหาปั๊มน้ำมันได้ยากเย็นแสนเข็นกันเสียจริงเชียว! เส้นทางออกจากจังหวัดสุพรรณบุรีใช้เส้นทาง 322 ถึงอำเภอดอนเจดีย์ให้ใช้เส้นทาง 3264 ถึงบ้านสระกระโจม ให้เลี้ยวขวาตามเส้นทาง 333 และก่อนถึงอำเภอด่านช้าง 4 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายใช้เส้นทาง 3086 ถึงแยกปลักประดู่ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางถึงบ้านวังยาวให้เลี้ยวขวาบ้าน ห้วยหินดำมุ่งสู่ตัวอุทยานฯ ระวังให้ดีเพราะป้ายบอกทางไม่ค่อยชัดเจน หากคิดว่าหลงก็ควรจอดถามทางกับชาวบ้านไม่ควรขับลุยเข้าไปแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ คุณอาจหลงทางไปไกลลิบจนทำให้น้ำมันหมดถังก็มีความเป็นไปได้สูงมาก 

5.เขื่อนปราณบุรี
นี่คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม มีความสงบเงียบรกร้างห่างไกลจากความวุ่นวาย เขื่อนปราณบุรีเป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำปราณบุรีซึ่งกลายเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาที่งดงามน่าประทับใจ ยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่อากาศสดใสตลอดช่วง บนสันเขื่อนในช่วงเย็นย่ำเบื้องหน้าคือภาพของทิวเขาโอบล้อมผืนน้ำ อากาศเย็นสบายในเดือนธันวาคม ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน และยังเป็นสถานที่ตกปลายอดนิยมของชาวเมืองประจวบคีรีขันธ์อีกแห่งหนึ่ง

เขื่อนปราณบุรีสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงอำเภอปราณบุรี สันเขื่อนมีความยาวมากถึง 1.5 กิโลเมตร หรือ 1,500 เมตร กว้าง 8 เมตร และตั้งชันสูงลิบถึง 42 เมตร เขื่อนปราณบุรีเป็นแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ชลประทานในเขตโครงการฯประมาณ 235,750 ไร่ สามารถผันน้ำลงแม่น้ำปราณบุรี เพื่อการอุปโภค-บริโภคของราษฎรทั้งสองฝั่งแม่น้ำปราณบุรี  และยังช่วยบรรเทาอุทกภัยในบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนปราณบุรีได้อีกด้วย เขื่อนดินขนาดยักษ์แห่งนี้ใช้ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2525 รวมระยะเวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้นนานถึง 16 ปี

คุณสามารถขับรถชมทิวทัศน์จากถนนทางหลวงชนบทที่เชื่อมต่อกับเส้นทางบายพาสชะอำ-ปราณบุรี เวลาที่มีความสวยงามมากคือ ยามที่พระอาทิตย์ตกดินลับเหลี่ยมเขา ลำแสงสีทองตัดไปกับเทือกเขาตะนาวศรีเป็นที่จับตามาก การเดินทางสามารถขับรถเข้ามาได้ทั้งเส้นทางจากวัดห้วยมงคล หรือจากถนนสายเพชรเกษมแล้วเลี้ยวซ้ายเข้ามาจากถนนใหญ่ประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงสันเขื่อน เนื่องจากมีที่ตั้งที่ค่อนข้างห่างไกลจากหมู่บ้าน ร้านค้าร้านอาหารและโรงแรมในแถบนั้นจึงไม่มี แต่ขับรถจากชะอำหรือหัวหินไม่ไกลก็จะพบกับเขื่อนดินขนาดใหญ่ที่ไม่ค่อยจะมีคนมาเที่ยวมากนัก ควรเตรียมอาหารน้ำดื่มให้พร้อม ส่วนปั๊มน้ำมันในแถบนั้นก็มีให้บริการอยู่พอสมควร 

การเดินทางเข้าสู่เขื่อนปราณบุรี ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม จ.ประจวบฯ-จ.เพชรบุรี ถึงหลักกิโลเมตร ที่ 258 บริเวณหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนราดยาง ขับตรงเข้าไประยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณเขื่อนปราณบุรี ท่านที่พักอยู่แถวๆชะอำหรือหัวหินขับรถไม่ไกลแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึง

6.ปากน้ำประแส
ปากน้ำประแสมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดระยองใกล้กับสวนสนและหาดแม่พิมพ์ มีความงดงามด้วยวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นชายหาดยาวเหยียด ในสมัยอยุธยา ชุมชนประแสเป็นชุมชนริมน้ำโดยมีแม่น้ำประแสเป็นเส้นเลือดสายหลักหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน ปัจจุบัน ปากน้ำประแสกลายเป็นชุมชนประมงขนาดใหญ่ เป็นแหล่งการค้าด้านอาหารทะเล และเกษตรกรรมที่ชาวชุมชนประแสใช้ดำรงชีพมาจากรุ่นสู่รู่น

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของปากน้ำประแสที่รู้จักกันดีก็คือ สะพานประแสสิน ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตั้งอยู่ริมปากน้ำประแส ภายในเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย ผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งของชาวเมืองระยอง เรือรบหลวงประแส ตั้งตระหง่านอยู่ที่ชายหาดดำบริเวณปากแม่น้ำประแส เป็นเรือรบในสมัยสงครามเกาหลีที่ปลดระวางแล้ว ชายหาดแหลมสน เป็นหาดที่ค่อนข้างเงียบสงบ ปัจจุบัน เทศบาลตำบลปากน้ำประแสได้ทำการปรับภูมิทัศน์โดยรอบใหม่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว 

ป่าชายเลนและทุ่งโปรงทอง น่าจะเรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการเดินทางท่องเที่ยวปากน้ำประแสเลยทีเดียว สำหรับการได้สัมผัสความงามของทุ่งโปรงทองโดยเฉพาะในยามเช้าตรู่และยามเย็น เมื่อแสงสีทองของดวงอาทิตย์สาดจับเรือนยอดของต้นโปรงที่ขึ้นกันอย่างเบียดเสียด และทำให้ทั่วท้องทุ่งแห่งนี้กลายเป็นสีทองอันเป็นที่มาของคำว่า ทุ่งโปรงทอง สามารถเดินชมทิวทัศน์หรือศึกษาธรรมชาติไปตามสะพานไม้ที่พาลัดเลาะเข้าไปในเขตป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ ถือเป็นป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภาคตะวันออก ยามค่ำคืนยังมีบริการล่องเรือชมหิ่งห้อย ไปตามปากน้ำประแส ชมธรรมชาติสองฝั่งน้ำทั้งหมู่บ้านชาวประมงและต้นโกงกาง ปากน้ำประแสยังมีบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ของชาวชุมชนประแสอีกด้วย  

การเดินทางสู่ปากน้ำประแสใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท ระยอง-จันทบุรี หรือทางบายพาสบ้านบึง-แกลง เมื่อถึงอำเภอแกลง ให้เลี้ยวขวาแล้วขับต่อไปจนถึงสามแยกจะเห็นป้ายบอกทางเข้า เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 12 กิโลเมตร คุณจะพบกับสามแยกประแส จากนั้นเลี้ยวขวาเข้ามายังปากน้ำประแสก็จะถึงตำบลปากน้ำประแส

7.มวกเหล็ก ลำพระเพลิง เขาแผงม้า วังน้ำเขียว 
เป็นเส้นทางขับรถชมวิวชิลๆ กันทั้งวัน อากาศเย็นแบบนี้เหมาะมากกับการขับรถกินลม เริ่มจากถนนมิตรภาพขาเข้าจากแยกแดรี่โฮมซึ่งเป็นทางหลวงชนบทแบบสองเลนสวนลาดยางอย่างเรียบหมายเลข 1016 เชื่อมต่อกับถนนธนะรัชต์ ลัดเลาะไปตามเส้นทางขึ้นลงเนินเล็กๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยภูเขาสูงต่ำสลับกันไป ทางหลวงชนบทเล็กๆ เส้นนี้ถือว่ามีความสะดวกในการเดินทางอย่างมาก ตลอดสองฝากฝั่งเต็มไปด้วยทิวทัศน์ของหุบเขา ที่ราบ ทุ่งหญ้า สองฝั่งถนนยังเป็นที่ตั้งของโครงการหมู่บ้านหรู โรงแรม รีสอร์ต สนามกอล์ฟ ไร่องุ่น นอกจากนี้ยังมีโครงการจัดสรรที่ดินขายสำหรับสร้างบ้านพักตากอากาศอีกหลายโครงการ ในช่วงวันหยุดยาวมักมีผู้คนจำนวนไม่น้อยใช้ถนนเส้นนี้เพื่อเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดของถนนมิตรภาพ 

พื้นที่ในแถบมวกเหล็กมีลักษณะเป็นภูเขากระจัดกระจายอยู่ในบริเวณที่ราบตอนกลางของจังหวัดสระบุรี เป็นแผ่นดินที่มีลักษณะเป็นคลื่นลอนต่ำ ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดซึ่งอยู่ในเขตอำเภอมวกเหล็กเป็นส่วนใหญ่ มีความสูงประมาณ 200-400 เมตร จากระดับน้ำ บริเวณที่เป็นเทือกเขาสูงมีแนวการวางตัวของเทือกเขาตามแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นส่วนจงอย ด้านตะวันตกของทิวเขาดงพญาเย็น จากทิวเขานี้แถวของภูเขาจะติดกันเป็นพืดโค้งไปตามแนวตะวันตกเฉียงใต้ต่อเนื่องตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ส่วนใหญ่มีระดับความสูงประมาณ 500-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ยอดเขาสูงสุดของบริเวณนี้คือยอดเขาอินทนี มีความสูง 1,050 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ตลอดทางหมายเลข 1016 จะพบกับบรรยากาศสองข้างทางที่สวยงามของผืนป่าเขาใหญ่ เมื่อขับมาจนถึงสามแยกตัวที ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2090 ก่อนถึงด่านขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบทสาย นม. 3052 ซึ่งเส้นทางเหล่านี้จัดสร้างขึ้นด้วยแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การไม่ทำลายธรรมชาติ และรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ

เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนดินแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติ จากลักษณะของภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจีร่มรื่น เขื่อนลำพระเพลิงจึงเป็นสถานที่ท่อง-เที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองโคราชมาช้านาน และนักท่องเที่ยว ทั่วไปมักนิยมเดินทางมาชมทัศนียภาพ วิวทิวทัศน์และตากอากาศแถวบริเวณเขื่อนอยู่เสมอ รวมทั้งประกอบกิจกรรมทางน้ำต่าง ๆ เช่น การล่องเรือ ตกปลา ฯลฯ เขื่อนลำพระเพลิงเป็นสถานที่ท่านสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีโปรดปรานมาก ครั้งใดที่ พระองค์เสด็จประพาสอีสานจะเสด็จมาประทับ ณ บ้านพักรับรองของกรมชลประทาน

เขื่อนลำพระเพลิงสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 โดยการกั้นน้ำที่ภูเขาโซ่ และภูเขาหลวงที่ประชิดกันบริเวณบ้านบุหัวช้าง ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในการเกษตรกรรม และป้องกันอุทกภัย โดยเขื่อนได้เปิดใช้เมื่อปี พ.ศ. 2510 และอยู่ในความดูแลของกรมชลประทานซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอวังน้ำเขียว ช่วงเย็นๆ คนที่ชอบถ่ายรูปและดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่นไม่ควรพลาด ลักษณะของเขื่อนเป็นทะเลสาบยาวไปตามลำน้ำ จากหน้าเขื่อนประมาณ 21 กิโลเมตร ลำพระเพลิงกักเก็บน้ำได้ถึง 320 ล้านลูกบาศก์เมตร 

เขาแผงม้าหรือเขาภูหลวง ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกถางป่าจนโล่งกลายเป็นเขาหัวโล้น กระแสอนุรักษ์ธรรมชาติทำให้มีการปิดพื้นที่ของเขาแผงม้าเพื่อพื้นฟูสภาพแวดล้อม ปัจจุบัน เขาแผงม้ากลับมางดงามเหมือนเดิมหลังจากโครงการพื้นฟู ทำให้เขาแห่งนี้ปกคลุมไปด้วยป่าไม้หนาแน่น มีพื้นที่กว้างขวางกว่าแสนไร่ มีสัตว์ป่าอย่างวัวกระทิงจากผืนป่าเขาใหญ่ใช้ป็นเส้นทางหากินอยู่เป็นประจำ เขาแผงม้ามีสภาพที่เขียวครึ้ม ทัศนียภาพสวยงาม มีสัตว์ป่าโดยเฉพาะฝูงกระทิงซึ่งเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์กลับเข้ามาสู่ป่าผืนนี้อีกครั้ง บ่งบอกถึงความอุดมสมบุรณ์ของป่าในแถบเขาแผงม้าที่กลับพื้นคืนมา เป็นสถานที่เฝ้าดูฝูงกระทิงและสัตว์ป่านานาชนิดของนักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติ การเดินทางไปเขาแผงม้า ตามทางหลวงหมายเลข 304 ก่อนถึงตลาด 79 อำเภอวังน้ำเขียว ให้แยกซ้ายที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลวงราชไปอีก 11 กิโลเมตร จะเห็นป้ายโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ปากทางเข้าทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปราว 2 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการของสำนักงานฯเขาแผงม้า.



อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

เจาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันเงียบสงบ 7 แห่งในช่วงปีใหม่ เบื่อคนเยอะเกินไปต้องเปลี่ยนทิศทาง! 26 ธ.ค. 2560 12:59 27 ธ.ค. 2560 20:07 ไทยรัฐ