วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ภาพที่ร้อยเรียงให้สวยงามดั่งกวีสร้างมิตรไมตรีระหว่างกัน

นับตั้งแต่ปี 2550 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นความรู้แก่นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป สำหรับปีนี้คณะผู้จัดงาน สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ, มูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ, บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ และกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมจัด นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2560 “กาวยประภา” ที่ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 4 มี.ค.2561 ทุกวันยกเว้นวันจันทร์

โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จฯทรงเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในพระองค์ พร้อมทรงบรรยายเรื่องภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เป็นเวลาเกือบ 1 ชม. ทรงเลือกภาพถ่ายฝีพระหัตถ์กว่า 40 ภาพที่ทรงบันทึกจากการเสด็จฯเยือนต่างประเทศ, ภาพชีวิตสัตว์ในวังสระปทุม รวมทั้งภาพเบื้องหลังการทำงานสร้างพระเมรุมาศ โดยทรงบรรยายอย่างเป็นกันเอง มีรับสั่งว่าแสดงภาพมา 10 กว่าหน ก็ยังมีผู้ชมมาเชียร์อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ตั้งแต่เริ่มเตรียมงานที่ผู้มาบ่นอ่านชื่องานไม่ออก หรือจำไม่ได้ ซึ่งชื่องานนิทรรศการครั้งนี้คิดเป็นภาษาอังกฤษก่อน (Poetry of Light) คำว่า “กาวย” เป็นภาษาสันสกฤต หมายถึง กวีผู้นำคำมาเรียงร้อยให้เป็นระเบียบ เกิดความสวยงาม ให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งขึ้นอยู่กับการรับรู้ของแต่ละบุคคล จะเขียนให้โกรธ หัวเราะ เศร้า ก็ได้ จริงๆถ้าให้ถูกไวยากรณ์ ต้องใช้ชื่อว่า ประภากาวย แต่เมื่อสลับกันจะไพเราะกว่า จากนั้นได้ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์อย่างมีพระอารมณ์ขัน ว่าทรงเคยนำหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ทูลเกล้าฯถวายให้แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ทอดพระเนตร และมีรับสั่งว่า “บางรูปถ่ายทำไม” บางทีทรงไม่ได้ตั้งพระทัยจะถ่าย แต่พระหัตถ์ไปกดพอดี จากนั้นทรงบรรยายภาพ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล “สัญญาว่าจะมาทุกปี” ว่าคนนี้มาตามนัด ทรงถ่ายภาพแรกของ ดร.สุเมธ ตอนอยู่ในแปลงพริก แต่รู้สึกว่าพริกตอนนี้ไม่เผ็ดเหมือน เดิม แต่ “ปู่เมธ ยังแข็งแกร่ง” และภาพปล่อยเต่าวันเกิด มีรับสั่งว่าเต่าที่เตรียมมาปล่อยต้องปิดทอง ผู้คิดค้นประเพณีนี้คือ “คุณยายปุ่น” จะซีเรียสมาก จนเด็กในวังเรียกว่า “คุณยายเต่าทอง” ตอนนี้เป็น ป้าจัน ลูกสาววัย 95 ปี มารับหน้าที่จัดหาแทน

นอกจากนี้ พระองค์ยังรับ สั่งเกี่ยวกับภาพเบื้องหลังการทำพระเมรุมาศ อาทิ ภาพ “วิธานสถาปกศาลา” ทรงบรรยายว่า การจัดสร้างพระเมรุมาศได้ก่อสร้างโรงขยายแบบเพื่อขยายแบบ 1 : 1 เรียกกันว่า “โรงขยายแบบ” แต่คนทำงานบอกไม่ไพเราะ จึงตั้งชื่อ “วิธานสถาปกศาลา” ซึ่งหมายถึงโรงขยายแบบ หรือภาพโครงสร้างพระเมรุมาศ ที่รับสั่งว่า วัสดุก่อสร้างพระเมรุมาศเปลี่ยนไปเยอะ มีทั้งไม้และเหล็ก จากกระดาษต้องมาเป็นผ้า เพราะงานพระราชพิธีจัดเดือนตุลาคม วัสดุต้องกันฝน หรือภาพลายผ้าม่านพระเมรุมาศ มีรายละเอียดมาก ไม่คิดว่าจะทอได้ อาจต้องใช้วิธีพิมพ์ แต่คุณนิดา ปิณฑานนท์ ควบคุมให้ช่างทอได้จนสำเร็จ และยังมีภาพฉัตรดอกไม้กรองชั้นบนสุด ฝีมือของพระองค์เอง โดยทรงใช้เวลาทำ 4 ชั่วโมง 30 นาที กว่าจะเสร็จ และภาพพระโกศไม้จันทน์ เป็นงานฉลุลายละเอียด ตามโบราณราชประเพณี จะต้องเผา แต่ทรงขอเอาไว้ให้ลูกหลานได้เห็นฝีมืองานโบราณคงอยู่ต่อไป.