วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หัวโจก 27 ปี ลากคอได้อีกแก๊งคอลฯ

ตร.แถลงหน 4 รวบเพิ่ม21คน มีไทย-ไต้หวัน ยึด ‘5หมื่นซิม’ ทะลักริมแดน

ตร.ร่วม ปปง.แถลงจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 4 คราวนี้ รวบอีก 21 คน ส่วนใหญ่จับได้จากพื้นที่ภาคเหนือ มีทั้งคนไทยและไต้หวัน เผยตัวหัวโจกระดับสั่งการเป็นหนุ่มไทยอายุเพียง 27 ปี ถูกจับกุมในครั้งนี้ด้วย บิ๊กทอม-พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ เผยภาพรวม การจับกุมใหญ่ที่ผ่านมาจนถึงครั้งนี้ ขออนุมัติศาลผู้ร่วมขบวนการได้ 146 หมายจับ กวาดมาดำเนินคดีได้แล้ว 98 คน

ตร.รุกหนักแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แถลงจับครั้งที่ 4 รวบอีก 21 ผู้ต้องหา มีระดับสั่งการเป็นหนุ่มไทย วัย 27 ปีด้วย โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี รรท.ผบช.ทท. พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. และนายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้แทนเลขาฯ ปปง.ร่วมแถลงการณ์จับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 4 ผู้ต้องหา 21 ราย

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.กล่าวว่า จากการสืบสวนจับกุมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ขยายผล ก่อนร่วมกันบูรณาการตรวจค้นกลุ่มเครือข่าย 24 จุด ในพื้นที่ บช.ภ.5 จำนวน 22 จุด พื้นที่กรุงเทพฯ 2 จุด จับกุมผู้ต้องรวม 21 คน เป็นระดับสั่งการคือ นายอภิชาติ กัณตวิสิฐ อายุ 27 ปี ระดับคนดูแลคอลเซ็นเตอร์ 2 คน จับกุมได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ พนักงานคอลเซ็นเตอร์ 15 คน นอกจากนี้ ยังดำเนินคดีกับชาวไต้หวันผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน คือนายซู โป ชู นายทัง เกียว ยู และนายลิน จีนา เว่ย จับกุมได้ในพื้นที่ บช.ภ.5 จนถึงครั้งนี้ จับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว 4 ครั้ง ขออนุมัติออกหมายจับ 146 หมายจับ จับกุมผู้ต้องหา 98 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 48 ราย หนีไปต่างประเทศ 7 ราย ที่ผ่านมาได้รับการร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีด้วยกันหลายแก๊ง แต่จากการสืบสวนในเบื้องต้นทราบว่าแต่ละแก๊งเชื่อมโยงถึงกัน ส่วนบอสใหญ่จะเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ด้าน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่ บช.ภ.5 ได้รับคดีไว้ 17 คดี มูลค่าความเสียหายมากกว่า 16 ล้านบาท แต่เชื่อว่าคดีที่เกิดขึ้นน่าจะมากกว่านี้ เจ้าหน้าที่เกาะติดคดีนี้มานานกว่า 6 เดือน จนสามารถขออนุมัติออกหมายจับ 33 หมายจับ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา และบูรณาการเจ้าหน้าที่ร่วมกันเข้าปิดล้อมตรวจค้นตามหมายจับในพื้นที่ จับกุมผู้ต้องหาได้ 18 คน ยังจับกุมไม่ได้อีก 15 คน สืบทราบว่าบางคนหลบหนีไปต่างประเทศ เพื่อไปทำหน้าที่พนักงานคอลเซ็นเตอร์เหมือนเดิม จากนี้จะสืบสวนจับกุมต่อไป

เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท. รอง ผบช.ทท.กล่าวว่า การทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถึงขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก มีการจับกุมผู้ต้องหาไม่ว่าจะเป็นคอลเซ็นเตอร์ในประเทศ ไทย และคอลเซ็นเตอร์จากต่างประเทศ อยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสเข้ามาเยอะๆ หากพบเหตุการณ์เช่นนี้ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จากนี้จะดำเนินการในขั้นตอนการพิทักษ์ทรัพย์ การคืนทรัพย์สิน อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

ส่วนนายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้แทนเลขาฯ ปปง. กล่าวว่า ในส่วนของ ปปง.ขณะนี้อยู่ระหว่างวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงิน และตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของผู้กระทำความผิด เพื่อยึด อายัดทรัพย์ ตามกฎหมาย ปปง. จากนั้นจะเข้าสู่มาตรการคุ้มครองสิทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อไป

สายวันเดียวกัน ที่จุดตรวจค้นบริเวณด่านพรมแดนคลองลึก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายสุพัฒนพงษ์ แซ่ลิ้ม รรท.นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ ประสาน พ.ต. ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201 สนธิกำลังตรวจค้นกรรมกรชายชาวเขมร เข็นรถเข็นสองล้อเหล็กบรรทุกกระเป๋าเดินทาง 3 ใบ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย ค้นในกระเป๋าทั้งหมด พบซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือของค่ายดีแทค 50,345 ซิม และค่ายทรูมูฟ 5 ซิม รวม 50,350 ซิม ทั้งหมดยังไม่ได้เปิดใช้งาน แต่มีหมายเลขโทรศัพท์ทุกซิม

จากการสอบถามกรรมกรชาวกัมพูชาอ้างว่า เป็นเพียงผู้รับจ้างเข็นรถเข็นเท่านั้น จากนี้เจ้าหน้าที่ จะประสานค่ายโทรศัพท์มือถือให้รันนัมเบอร์ซิมที่ตรวจยึดว่า เป็นซิมที่วางจำหน่ายในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ เบื้องต้นคาดซิมมือถือทั้งหมดเป็นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน ว่าจ้างกรรมกรเขมรลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย เพื่อนำไปใช้โทร. หลอกลวงเหยื่อ หรือเป็นแก๊งสร้างยอดไลค์ ยอดวิวเก๊