วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อัลเฟรด–เนติพงษ์

ควันหลงจากงานมุทิตาจิต 3 บิ๊กแห่งวงการลูกหนังไทย “บิ๊กหอย” ธวัชชัย สัจจกุล, “บิ๊กก๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ และ “น้าชัช” ชัชชัย พหลแพทย์ ที่สนามราชมังคลาฯ ซึ่งผ่านไปแล้วอย่างอบอุ่นประทับใจ เมื่อเกือบ 2 สัปดาห์ก่อน

เสียดายตอนนี้สภาพร่างกายผมไม่ค่อยอำนวย ไม่อย่างนั้นงานรำลึกความหลังแบบนี้ไม่พลาดต้องไปร่วมแจมกับเขาด้วยแน่นอน ประสาคนที่เคยเป็นกระจอกข่าวในยุคบอลไทยเฟื่องฟูสุดขีดช่วงนั้นพอดี

ได้ดูการถ่ายทอดสดบรรยากาศของงานผ่านทางช่องทีวีของสยามสปอร์ต เห็นแล้วดีใจที่ได้เห็นอดีตนักเตะรุ่นเก๋า รวมทั้งสื่อมวลชน คนทำข่าวร่วมรุ่น รวมทั้งศิลปินดารา และเซเลบอีกหลายคนมารวมตัวกัน ซึ่งเป็นภาพที่หายากยิ่ง

น่าเสียดาย ในงานนี้ผมกวาดสายตาดู ยังไงก็มองไม่เห็นอดีตดาวเตะทีมชาติไทยคนนึงที่โด่งดังสุดๆในยุคนั้น

เขาชื่อ “อัลเฟรด” เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ ซึ่งเป็นยอดศูนย์หน้านามกระเดื่องที่ไม่มีใครไม่รู้จัก โดยเฉพาะแฟนบอลที่ติดตามทีมชาติเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว

ดาวซัลโวลูกครึ่งไทย–ฝรั่งเศส ผู้นี้ เคยถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของประเทศ ดีกว่าเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ก้าวขึ้นมาดังพร้อมๆกันเสียอีก

ยิ่งผลงานในสโมสรต้นสังกัด อย่างธนาคารกสิกรไทย ในห้วงเวลานั้นกำลังขึ้นหม้อด้วยแล้วยิ่งส่งให้ชื่อเสียงของอัลเฟรดกระหึ่มเป็นพลุแตกไปกันใหญ่!

การคว้าแชมป์สโมสรเอเชียถ้วยเอเชียนคลับ (เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ปัจจุบัน) ถึง 2 สมัย รวมทั้งไทยลีก และควีนส์คัพ บวกด้วยการเป็นดาวซัลโวในระดับชาติอย่างศึกอาเซียนคัพ และ เอเชียน ซุปเปอร์คัพ คือเครื่องการันตีคุณภาพฝีเท้าของเขาในช่วงรุ่งๆได้เป็นอย่างดี

ความจริงอัลเฟรดน่าจะไปโลดยิ่งกว่านี้ หากเขาไม่ด่วน! ตัดสินใจแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลด้วยอายุเพียง 25 ปี ชนิดช็อกแฟนๆทั้งประเทศ

ก่อนจะหันหลังให้วงการลูกหนังอย่างสิ้นเชิง แล้วเปลี่ยนแนวหันไปเอาดีทางกีฬากอล์ฟจนสามารถเทิร์นโปรได้ในที่สุด

เนติพงษ์มาเปิดเผยในภายหลังถึงสาเหตุที่เขายุติเส้นทางค้าแข้งก่อนวัยอันควรในครั้งนั้นว่า รู้สึกเบื่อหน่ายและหมดไฟที่จะไขว่คว้าความสำเร็จบนเส้นทางฟุตบอลต่อ หลังผิดหวังไม่ได้ไปค้าแข้งในอังกฤษกับสโมสรมิดเดิลสโบรช์

เจ้าตัวบอกว่าตอนนั้นกำลังจะได้เซ็นสัญญาอยู่แล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องเอกสารที่สมาคมกีฬา ฟุตบอลฯในยุคก่อนยังไม่มีความรู้มากพอ ก็เลยต้องชวดโอกาสไปอย่างน่าเสียดายที่สุด

ข่าวคราวของอัลเฟรดห่างหายไปตามกาลเวลา กระทั่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เขาเพิ่งคัมแบ็กกลับคืนวงการอีกครั้ง ด้วยการรับงานเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย 19 ปี โดยถือใบอนุญาตโค้ชระดับซี ไลเซนส์

และเมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งจะมีข่าวเจ้าตัวไปเปิดตัวเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของทีม “โปงลางคะนอง” กาฬสินธุ์ เอฟซี เพื่อลุยสู้ศึกไทยลีก 3 ในปีหน้า

ที่ผ่านมาแม้ผมเองจะไม่ค่อยผูกพันหรือรู้จักมักจี่อะไรกับอัลเฟรดเท่ากับเพื่อนทีมชาติร่วมรุ่นเดียวกับเขามากนัก

แต่ในฐานะของแฟนบอลรุ่นเก่าเล่ายี่ห้อคนนึง ก็อยากเห็นเจ้าตัวสมหวังประสบความสำเร็จไปได้โลดบนเส้นทางฟุตบอล

เส้นทางสายเดิมๆ ที่น่าจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของ “อัลเฟรด–เนติพงษ์”

มากกว่าเส้นทางสายอื่น!!!

บี บางปะกง