วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนีนรกที่บาห์เรน EP.1 หญิงไทยแฉเบื้องลึกวงจรค้ากาม ป่าเถื่อน กดดัน ขายต่อ ตายทั้งเป็น

“บอกเลย ใครที่คิดจะมา นรกชัดๆ ดีแล้วที่หนูรอดมาได้ และดีใจมากๆ เหมือนออกจากขุมนรกเลย”

น.ส.บี (นามสมมติ) กล่าวประโยคแรกทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ หลังจากที่เธอก้าวออกจากวงจรชีวิตสาวค้ากามในบาห์เรนได้สำเร็จจากการที่เธอติดต่อขอความช่วยเหลือกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เมื่อ 5 ธ.ค. 60 และเธอได้บินกลับถึงไทยด้วยความปลอดภัย เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 60 โดยได้รับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรนภายใน 1 วันจากการประสานงานของทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ปฐมเหตุเข้าสู่วงการค้ากามข้ามชาติ เกิดจากประมาทและความกตัญญู

ตลอดระยะเวลา 17 วัน นับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 60 ที่เธอตัดสินใจจากเมืองไทย หวังมาขุดทองในบาห์เรน เธอเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่าเป็นการตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ของชีวิต รู้เลยว่านรกบนดินเป็นอย่างไร

“หนูตัดสินใจผิดเอง พอมีปัญหากับครอบครัวบ่อยๆ และนิสัยอวดดี อยากมีเงินเก็บก้อนโต มีเงินส่งให้พ่อแม่เดือนละ 3-4 หมื่นด้วย จึงติดต่อเพื่อนที่ทำงานขายบริการอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว 3 เดือน ว่างานเป็นอย่างไร เงินดีไหม เพื่อนบอกว่าดี ทำเดือน หรือสองเดือนก็ใช้หนี้แม่แทค (แม่เล้า) หมด แล้วอยากเก็บเงินกลับบ้านเป็นแสนก็ได้

หนูเลยตัดสินใจมาทั้งๆ ที่ไม่เคยขายตัว เพื่อนก็จัดการทุกอย่าง ติดต่อแม่แทคที่ทำงานนี้มา 10 กว่าปี แล้วทางเขาก็จัดการออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่างรวม 2 แสน หนูเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าทำพาสปอร์ตพันกว่าบาท พอได้พาสปอร์ตก็ถ่ายรูปส่งไปให้แล้วเขาก็จัดการซื้อตั๋วเครื่องบินให้” เธอเล่าถึงเส้นทางสู่วงจรค้ากามข้ามชาติ ทั้งๆ ที่ครอบครัวคัดค้าน เพราะฐานะทางบ้านก็มีร้านขายของชำ มีพอกินพอใช้อยู่

เปิดโปงวงจรค้ากาม ด่านแรกที่อำนวยความสะดวกก่อนขึ้นเครื่องคือ “คนอุ้ม”

การตัดสินใจเข้าสู่วงการค้ากามนี้ เธอบอกว่าใช้เวลาตัดสินใจ 2 อาทิตย์ ทั้งๆ ที่ไม่เคยนั่งเครื่องบินและไม่เคยไปต่างประเทศ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะมี “คนอุ้ม” ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการค้ากามข้ามชาติที่แม่แทคจ้างไว้โทรมาบอกว่าให้ทำอย่างไร ต้องเดินไปเช็กอินช่องไหน แล้วนั่งรอขึ้นเครื่องตามประตูที่ระบุในตั๋ว สำหรับข้อตกลงในการทำงานนั้น เธอบอกว่าไม่มีหนังสือสัญญาจ้าง แต่บอกว่าเมื่อมาถึงต้องทำงานใช้หนี้ 2 แสนให้หมด ถ้าหนี้หมดเมื่อไหร่ เงินจากการทำงานก็จะเป็นของเรา

ถูกยึดพาสปอร์ต เงิน 3 พัน มาถึงวันแรกก็ให้ทำงานทันที

8 ชั่วโมงที่อยู่บนเครื่องบิน เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจจนมาถึงเมืองมานามา ประเทศบาห์เรน เพราะอยากกลับบ้าน ไม่อยากทำอาชีพนี้ และภาวนาขออย่าให้ผ่าน ตม. (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง) จะได้ถูกส่งกลับไทย แต่สุดท้ายก็ผ่าน ตม.มาได้โดยไม่ได้ถูกซักไซ้อะไรมาก และทางเพื่อนแนะนำว่าหาก ตม. ถามให้บอกว่ามาหาพี่สาว

เมื่อผ่าน ตม.แล้ว เพื่อนก็มารับไปตึกๆ หนึ่ง มี 3 ชั้นที่แม่แทคเช่าไว้ ภายในตึกเธอต้องอยู่ร่วมกับหญิงไทยที่มาค้าประเวณีอีก 10 กว่าคน เธอถูกยึดพาสปอร์ตและเงินไทย 3 พันบาทไว้ แล้วถูกให้ทำงานทันที ด้วยความที่ไม่อยากทำงานนี้แล้ว จึงโกหกว่าไม่สบาย เธอจึงรอดพ้นไปได้

และได้รู้ข้อมูลเพิ่มว่าต้องทำงานทุกวัน ไม่มีวันหยุด และทำตลอด 24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าจะให้ไปหาตอนกี่โมง แต่ละวันไม่มีกำหนดว่าต้องรับลูกค้ากี่คน แล้วแต่ลูกค้าเลือก จากการที่แม่แทคถ่ายรูปเราแล้วส่งไปให้ลูกค้าดู หากลูกค้าพอใจก็จะตกลงราคากับแม่แทคว่าชั่วคราวหรือค้างคืน 5 พันบาท แล้วเราก็ต้องนั่งแท็กซี่ไปหาลูกค้าเอง ยิ่งได้ฟังเธอก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในวงจรนี้อย่างไม่มีอิสรภาพ

แกล้งป่วย วางยา คิดทำสารพัดวิธี หวังหลุดพ้นจากการเลือกของลูกค้า

รุ่งขึ้นก็ถูกเรียกให้ไปรับลูกค้าอีก เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี อยากกลับบ้านมาก และไม่อยากทำแล้ว ก็เข้าไปนั่งร้องไห้ในห้องน้ำ แต่นับว่าเป็นความโชคดีที่เธอเจอลูกค้าที่สูงวัยและนิสัยดี จ้างให้ไปทำความสะอาดบ้านและทำกับข้าวให้กินอย่างเดียว เทคนิคอื่นๆ ในการเอาตัวรอดของเธอนั้นมีอีกหลายวิธี คือ เอายานอนหลับและยาแก้แพ้ 2 เม็ดใส่เหล้าให้ลูกค้ากิน แล้วเธอก็หลับตรงโซฟา พอรุ่งเช้าก็รีบกลับ, แกล้งป่วย, ล้วงคออ้วกให้รู้ว่าไม่สบายจริง, โกหกว่าเป็นประจำเดือน ปวดท้อง อ้างเป็นนั่นเป็นนี่สารพัด

“เวลาเขามาบอกว่า แต่งหน้า แต่งตัว น้ำตาไหลทันที เพราะไม่อยากไปทำ แล้วหนูก็วิ่งไปอ้วกบ้าง แกล้งขอยากิน บอกพี่หนูไม่ไหว ขอนอนพัก ก็เอาตัวรอดไปได้บางวัน บางครั้งก็ออกไปก็ทำหน้าตาไม่เต็มใจ ไม่สนใจลูกค้า ลูกค้าก็จะโทรโวยวายกับแม่แทคและเปลี่ยนคนให้เขา หนูยอมโดนแม่แทคด่าเพื่อให้ลูกค้าเปลี่ยนคน มีครั้งหนึ่งหนูก็รอดมาได้ เพราะปฏิเสธลูกค้าไม่ให้มีอะไรทางทวารหนัก ถูกตบ แต่หนูก็ยอม จนแม่แทคเปลี่ยนคนให้เขา หนูยอมเจ็บตัว ยอมโดนแม่แทคด่า ดีกว่าต้องทำงาน” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมๆ กับน้ำตารื้นกับความหลังฝังใจที่ยากจะลืม

ถูกกดดัน ถ้ายังทำงานไม่ได้ จะขายต่อให้แม่แทคอื่น

“หนูร้องไห้ทุกวัน เคยคิดจะอดทน ใช้หนี้จนหมดแล้วกลับไทย แต่คงเป็นไปไม่ได้ ไม่มีวันหมดแน่นอน เพราะหนูไม่ไปทำงาน หลบหลีกตลอด เคยบอกเพื่อนว่าอยากกลับบ้าน แต่เพื่อนบอกต้องหาเงิน 2 แสนมาใช้หนี้แม่แทค แล้วหาเงินซื้อตั๋วกลับเอง หรือไม่ก็ต้องทำงานใช้หนี้ให้หมด แล้วค่อยเก็บเงินกลับ แต่ถ้ายังทำงานไม่ได้เขาจะขายมึงต่อ”

เธอยอมรับกับผู้สื่อข่าวด้วยใบหน้าโศกเศร้าว่า รู้สึกกลัวมากที่รู้ว่ามีการขายต่อให้คนอื่น เงินก็ไม่มี หนี้ก็ไม่หมด ต้องจ่ายค่าที่พักและรวมค่าอาหารให้แม่แทคอาทิตย์ละ 9 พันบาทอีก เวลาออกไปทำงานก็จ่ายค่าแท็กซี่เองครั้งละ 500 หรือพันบาท หนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องเบิกล่วงหน้า เงินทำงานที่ได้แม่แทคก็เก็บหมด

“ถ้าย้อนเวลาได้ หนูจะไม่คิดมาทำแบบนี้เลย นรกชัดๆ ถ้าใครจะทำอาชีพนี้ ต้องคิดให้ละเอียดและรอบคอบ อย่าตัดสินใจวู่วาม อย่าใช้อารมณ์เป็นใหญ่ มาแล้วไม่มีโอกาสเลือกใด ถ้าแขกไม่พอใจก็ด่า บางครั้งก็โดนทำร้ายร่างกาย แม่แทคก็ด่า

อย่าคิดว่าจะมาเป็นนางฟ้า เพราะคนมาทำอาชีพนี้เยอะ การแข่งขันก็สูง ไม่รับงานก็จะโดนขายทอดต่อ ถ้าพลาดแล้ว ยากที่จะได้กลับมาไทยอีกแบบหนู ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่มาก หนูโชคดีที่ติดต่อขอความช่วยเหลือ เพียงวันเดียวก็ได้กลับไทย โดยไม่ต้องใช้หนี้ 2 แสน และแม่แทคก็ออกค่าตั๋วเครื่องบินให้” เธอฝากข้อคิดทิ้งท้าย

เบื้องหลังการช่วยให้เธอหลุดจากฝันร้ายในครั้งนี้ เริ่มต้นอย่างไร ขั้นตอนการช่วยเหลือมีอะไรบ้าง โปรดติดตามอ่านได้ในวันพรุ่งนี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนีนรกที่บาห์เรน EP.2 ดึงสติหญิงคิดขุดทอง ถึงที่..หนี้ท่วม หลุมพรางค้ากาม