วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มชลบุรีถูกสวมบัตร ปชช.นาน 10ปี ลูกจะเข้าเรียน ไร้หนทางเข้าร้องสื่อ

เศร้า!! หนุ่มชีวิตรันทดพึ่งสื่อร้องทุกข์ โดนสวมบัตรประชาชน ต่อไม่ได้มานานนับ 10 ปี ทุกวันนี้เหมือนเป็นคนเถื่อน แถมลูกจะเข้าเรียน ต้องให้เมียโกหกว่าตาย แต่ถูกทวงถามบัตรมรณะ จึงวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ ทุกวันนี้แค่เก็บขยะประทังชีวิตและครอบครัว เนื่องจากไม่มีบัตร ปชช.มาหลายปี...




เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ สุตะพบ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/60 ซอย 12 หมู่ 1 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าว โดยยืนถือบัตรระบุชื่อ นายสมบัติ สุตะพบ เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2511 ที่อยู่ตามบัตรเลขที่ 105 หมู่ 6 ต.สองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง ทำบัตรเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2544 บัตรหมดอายุ 14 มกราคม 2551 พร้อมใบถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านระบุตรงกับบัตรประชาชนให้ผู้สื่อข่าวดูเป็นหลักฐาน


นายสมบัติ เปิดเผยว่า เมื่อก่อนบวชพระ ปี พ.ศ. 2545 จำพรรษาที่วัดเทพนิมิต ต.บ้านค่าย อ.วังจันทร์ จ.ระยอง เมื่อได้บวชแล้วรู้สึกสบายใจเลยบวชอยู่ 5 พรรษา สึกเมื่อกลางปี 2550 และได้อยู่กินกับ นางมณฑา สิทธิพงษ์ อายุ 46 ปี กระทั่งมีลูกสาวด้วยกันเป็นผู้หญิงชื่อ ด.ญ.ธิติกานต์ สุทธิพงษ์ อายุ 8 ขวบ ใช้นามสกุลภรรยา ตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนเทศบาลชลราษฎรนุเคราะห์ (วัดต้นสน) ต.บางปลาสร้อย อ.เมืองชลบุรี ต่อมา ได้ดูบัตรประชาชนของตัวเองพบว่าบัตรหมดอายุปี 2551 ก็เลยไปที่อำเภอเมืองชลบุรี เพื่อขอต่อบัตรประชาชน แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าต่อไม่ได้เนื่องจากมีใบหน้า 2 คน ในชื่อเดียวกัน และให้ตนเดินทางไปที่อำเภอที่ทำบัตรที่ จ.ระยอง แต่ก็ทำไม่ได้ เขาบอกให้ไปแจ้งความที่ จ.ชัยภูมิ พื้นที่ที่มีคนสวมบัตรตนเอง ตนรายได้ไม่ดีไม่มีเงินค่ารถเดินทางก็ไม่มีเลยปล่อยเลยตามเลยมาหลายปี และที่ต้องร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวเพราะลูกสาวจะต้องใช้บัตรประชาชนของบิดาในการศึกษา เมื่อก่อนที่เข้าเรียนที่โรงเรียนเทศบาลชลราษฎรนุเคราะห์ นางมณฑา ก็ต้องโกหกทางโรงเรียนว่า พ่อเด็กตาย พ่อสูญหายไปแล้วจึงได้เข้าเรียน 


"เดี๋ยวจะต้องเข้าเรียนระดับมัธยม จะต้องใช้บัตรประชาชนของบิดา จะให้ภรรยาใช้วิธีเดิมคือแจ้งว่าบิดาตายก็ต้องมีใบมรณะบัตรแสดง ซึ่งตนจะไปหาที่ไหน ตนสงสารลูกไม่รู้จะทำอย่างไรจึงร้องสื่อให้ช่วยเหลือ ตนมีน้องชายพ่อแม่เดียวกันยืนยันได้ตอนนี้อยู่ จ.ระยอง และพี่สาวแม่เดียวกันแต่คนละพ่ออยู่ จ.ตราด ให้มายืนยันได้เลย ตนเป็นคนไทยแต่เหมือนคนเถื่อน ส่วนคนที่สวมบัตรใบหน้าคล้ายคนพม่าต่างด้าวมาก ขอวิงวอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเหลือตนด้วย ตอนนี้ได้รับความลำบากมากจริงๆ ยิ่งเวลาไปหาหมอตอนที่ป่วยต้องจ่ายเงินเต็ม ไม่เหมือนคนอื่นจ่ายแค่ 30 บาท เท่านั้น นายสมบัติ พูดพร้อมกับยกมือไหว้วิงวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือโดยด่วน" นายสมบัติ กล่าว


นายสมบัติ กล่าวถึงความรันทดในชีวิตตัวเองว่า ขณะนี้ตนกับภรรยาลำบากมาก ทุกวันต้องออกไปหาเก็บขยะขายเพื่อประทังชีวิตทั้งครอบครัว ก่อนหน้านี้ตระเวนหางานทำก็ไม่มีใครรับเนื่องจากบัตรประชาชนขาดมาหลายปีแล้ว ขาตนเองก็ไม่ค่อยดี เดินมากแล้วปวด ต้องขี่รถ จยย.พ่วงข้างไปไหนมาไหน บ้านที่อยู่ก็เช่าที่ดินเขาเดือนละ 480 บาท แล้วหาเก็บเอาเศษไม้ และหาเงินซื้อปูนมาปลูกแค่พออาศัยอยู่กับภรรยา ลูก และหลานอีก 2 คน.