วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเมืองใหม่ในขวดเก่า

การตรวจพบอาวุธสงครามที่ จ.ฉะเชิงเทรา และทางการได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหลายคนด้วยกัน ในจำนวนนี้มีชื่อของอดีตนักการเมือง จักรภพ เพ็ญแข อยู่ด้วย โดยโยงเอาเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ปี 2557 ในฐานความผิดร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนหรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงคราม ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการจัดฉากของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อเป็นข้ออ้างในการ สืบทอดอำนาจ ต่อไปหรือไม่ เพราะผู้ต้องหาบางคนเคยถูกทางการควบคุมตัวดำเนินคดีแต่ได้รับการปล่อยตัวมาก่อนได้อย่างไร

เป็นแผนซ้อนแผนหรือไม่

คดีเสื้อแดง ที่โยงไปถึงสถานภาพของพรรคการเมือง เพื่อไทย จะว่าไปแล้วถ้ามีการตัดสินคดีว่ามีความผิดตามรัฐธรรมนูญ มีโทษถึงยุบพรรค วิบากกรรมทางการเมืองก็จะเกิดกับพรรคการเมืองอีกระลอก ฝั่งการเมืองจึงไม่ได้มองแค่เรื่อง ปลดล็อกการเมือง อย่างเดียว แต่มองไปถึง ซุปเปอร์ล็อก ที่จะเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองในอนาคต

ประกอบกับการสรรหา องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ใกล้งวดเต็มที คณะกรรมการสรรหา กกต. ที่มี ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน เคาะรายชื่อบุคคลที่ได้รับการสรรหารอบสุดท้าย สะเด็ดน้ำที่ชื่อของ เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. อิสสรีย์ หรรษา-จรูญโรจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ชมพรรณ์ พงษ์เจริญ สุธีรชาติ ที่ปรึกษากฎหมายบริษัทวรวิสิฏฐ์ และ ประชา เตรัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เมื่อรวมกับ กกต.ที่จะเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอีก 2 คน กกต.ก็จะครบ 7 คนพอดี

ตามกรอบเวลาภายในวันที่ 12 ธ.ค.นี้

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ยิ่งจะเป็นการท้าทาย สัญญาประชาคม ไม่ว่าจะเป็นการตกปากรับคำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะกำหนดความชัดเจนของวันเลือกตั้งในต้นปีหน้า กำหนดโรดแม็ปการเลือกตั้ง ตามกรอบรัฐธรรมนูญ การทวงสัญญาประชาคมจากต่างประเทศ ล้วนแต่มีผลกดดันรัฐบาลที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อยตามกรอบเวลา จะไปเลื่อนไปขยาย ก็ยิ่งจะมีแรงกดดันมากขึ้นทุกที

การบ้านวันนี้ของ รัฐบาล คสช. จะทำอย่างไรให้สถานการณ์บ้านเมือง พร้อมที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งได้ ตามเป้าหมายของ คสช.ที่กำหนดเป็นพิมพ์เขียวไว้แล้ว โดยวิธีการให้ความร่วมมือจากฝ่ายการเมือง และ โดยวิธีการจัดการกับพรรคการเมืองด้วยกลไกของกฎหมาย

เพราะฉะนั้น การเมืองจึงไม่ต่างอะไรกับเหล้าเก่าในขวดใหม่ ฝ่ายหนึ่งมุ่งอยู่กับการจัดระเบียบการเมืองใส่ขวดให้ได้ตามนโยบาย ฝ่ายหนึ่งก็ต้องดิ้นออกจากขวดให้เร็วที่สุด

ผลสรุปจึงอยู่ที่ว่า ใครจะเจ็บตัวมากกว่ากัน คสช.อยู่นานก็เจ็บ การเมืองยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บ ล็อกการเมืองก็จะแน่นขึ้นเรื่อยๆ หาจุดลงตัวไม่ได้

สุดท้ายก็ต้องรบกันเหมือนเดิม กลับไปสู่การเมืองแบบเดิมๆ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th