วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

7 คน 7 ปี

โฉมหน้า “กกต.ชุดใหม่” ที่ผ่านตะแกรงร่อน และผ่านกระชอนกรองมาแล้วมีดังนี้คือ...

1, นายเรืองวิทย์ เกษสุวรรณ อดีตอธิการ ม.ราชภัฏชัยภูมิ

2, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.

3, นายอิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ อดีตอธิการ ม.เทคโนโลยีราชมงคล

4, นางชมพรรณ พงษ์เจริญ สุธีรชาติ หัวหน้าสำนักงานทนายความเอกชน

5, นายประชา เตรัตน์ อดีตรองปลัดฯมหาดไทย อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ, อดีต กก.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คสช. (ยุค ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ)

ส่วนโควตาเก้าอี้ กกต.ที่เหลืออีก 2 ตัว ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา และ นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา

เป็นอันว่าได้รายชื่อ “7 เสือ กกต.ชุดใหม่” ที่จะเสียบแทน 5 เสือ กกต. (ชุด อจ.สมชัย ศรีสุทธิยากร) ที่โดนเซ็ตซีโร่ตกเก้าอี้ยกทีม

นี่แหละคือ 6 ชาย 1 หญิงที่จะรับภารกิจจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และจัดการลากตั้ง ส.ว.ต่อไปอีก 7 ปี ตามสเปกเทพของ อจ.มีชัย ฤชุพันธุ์

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าผลการสรรหา กกต. 5 คน ที่ออกมาถือว่าพลิกล็อกพอสมควร

เพราะบรรดาบิ๊กเนมตัวเก็งไม่ผ่านคุณสมบัติกันระนาว

เช่น...พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา อดีตรอง ผบ.ตร.

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าฯคนดัง

พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช.

และ พล.ท.ศานิต สร้างสมวงษ์ อดีตหัวหน้าศาลทหารสูงสุด

สาเหตุที่บรรดาตัวเก็งร่วงผล็อยกันยกพวง เพราะ “อจ.มีชัย” กำหนดคุณสมบัติ กกต.ต้องเคยรับราชการไม่ต่ำกว่าอธิบดี หรือดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยราชการติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี

ทำให้คนที่เคยเป็นอธิบดี หรือหัวหน้าหน่วยราชการไม่ครบ 5 ปี ไม่ได้รับสรรหาเป็น กกต.

ตัวอย่างเช่น พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไม่ผ่านคุณสมบัติเนื่องจากดำรงตำแหน่งไม่ถึง 5 ปี

หรือ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นระดับซี 10 เทียบเท่าอธิบดี ก็ไม่ผ่านคุณสมบัติ เนื่องจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ไม่ถือเป็นหัวหน้าหน่วยราชการ

การกำหนดสเปกสูงและแคบเกินไปทำให้ผู้มีความรู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมไม่ได้รับโอกาสปฏิบัติหน้าที่ กกต.

สุดท้ายต้องเลือกอดีตอธิการ ม.ราชภัฏ อดีตอธิการ ม.ราชมงคล ใส่ตะกร้าล้างน้ำมาทำหน้าที่ กกต.

แต่ที่ “แม่ลูกจันทร์” ผิดหวังอย่างแรงคือ ผู้สมัครกลุ่มตัวแทนภาคประชาสังคมที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งโดยตรง ไม่ได้รับการคัดเลือกเป็น กกต.ชุดใหม่แม้แต่คนเดียว

ทั้งๆที่แหกด่านคุณสมบัติสเปกเทพมาได้ถึง 2 คน

1, นางลัดดา ตันติวิทยาพิทักษ์ กรรมการองค์กรกลาง หรือพีเน็ต ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการเลือกตั้งกว่า 20 ปี

2, นางสมศรี หาญอนันต์สุข กรรมการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเชี่ยวชาญการเลือกตั้งมาอย่างโชกโชน

ไม่ว่าจะมองมุมไหน? ไม่ว่าจะใช้เหตุผลใด? ไม่ว่าจะใช้เงื่อนไขใด? ทั้ง 2 คนนี้มีคุณสมบัติเหมาะเหม็งเจ๋งเป้งที่จะได้เป็น กกต.

แต่ทำไมเค้าไม่เลือกคนที่ควรเลือก??

ก็เพราะเค้ามีตัวเลือกอยู่แล้วน่ะซีโยม.

“แม่ลูกจันทร์”