วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำป่าไหลซัด บัสตกถนน 2 ผู้โดยสารจมดับ

ใต้ยังวิกฤติหนัก! เตือนฝนถล่มอีก

น้ำป่าซัดรถบัสพลิกตะแคงไหลลงข้างทาง ผู้โดยสารหนีตายอลหม่านดับ 2 อีกรายหนุ่มหาปลาถูกน้ำซัดเสียชีวิตอีก 1 ที่เมืองคอน ยังวิกฤติฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก เร่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยง ส่วนกัปตันนกแอร์บินวนกว่า 1 ชม. รอฟ้าเปิดร่อนลงสนามบิน ที่ จ.สุราษฎร์ธานี น้ำป่าไหลท่วม 33 หมู่บ้าน สะพานขาด สำหรับลมหนาวบนยอดดอย นักท่องเที่ยวคึกคัก กรมอุตุฯแจ้งเตือนภาคใต้ฝนตกหนัก 5 จังหวัด คาด 9-12 ธ.ค. อุณหภูมิลด 2-4 องศาฯ

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤติ เปิดเผยเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุรถบัสถูกกระแสน้ำป่าไหลเชี่ยวซัดตกข้างทาง มีผู้โดยสารอยู่ในรถหลายคน ที่ริมถนนสาย 401 (นครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี) บริเวณหน้าสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้ บ้านเขาฝ้าย หมู่ 7 ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ไปตรวจสอบพร้อมทหารค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล นายยงยุทธ จิตสำรวย นายอำเภอสิชล อาสาสมัครฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพื้นที่อำเภอสิชล

ที่เกิดเหตุน้ำป่าไหลขวางถนนแรงมาก รถขนาดเล็กไม่สามารถวิ่งเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่ใช้รถบรรทุกขนเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือ พบรถบัส ฮีโน่ สีแดง ทะเบียน 10-0009 สุราษฎร์ธานี พลิกตะแคงห่างจากถนน 50 เมตร น้ำท่วมสูงเกือบมิดทั้งคัน ผู้โดยสารจำนวนมากตะเกียกตะกายมุดลอดหน้าต่าง ปีนขึ้นหนีน้ำนั่งอยู่บนตัวถังรถ ทหาร และ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำเรือท้องแบนลงไปช่วยเหลือ ท่ามกลางฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องประกอบกับเป็นช่วงกลางคืน ไม่มีไฟส่องสว่าง การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทุลักทุเลนำผู้โดยสารพร้อมคนขับ 50 คน ไปพักที่หอประชุมอำเภอสิชล และมีผู้สูญหายไป 2 คนอยู่ระหว่างการค้นหา ต่อมาเจ้าหน้าที่พบศพ
ผู้สูญหายทั้ง 2 ราย น้ำป่าซัดร่างลอยไปติดต้นปาล์มด้านหลังสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้บ้านเขาฝ้าย ห่างจากจุดเกิดเหตุ 300 เมตร ทราบชื่อนางจันทร์ คำแก้ว อายุ 68 ปี และนางมณี คำแก้ว อายุ 63 ปี ทั้งคู่เป็นชาว อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

สอบสวนนายวิสรรค์ แขวงเมฆ อายุ 67 ปี คนขับรถบัสทราบว่า ลูกค้าจ้างเหมารถจาก อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ไปงานศพญาติที่บ้านสองแพรก หมู่ 2 ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มีผู้โดยสาร 51 คน เมื่อเสร็จงานเดินทางกลับผ่านจุดเกิดเหตุมีกระแสน้ำเชี่ยว ระดับน้ำสูง รถวิ่งช่องทางขวาได้เพียงช่องทางเดียว จังหวะนั้นมีรถเก๋งจอดเสียอยู่ด้านหน้า ตนขับเบี่ยงซ้ายข้างทาง มีมวลน้ำก้อนใหญ่ไหลผ่านซัดเข้าบริเวณด้านข้างรถอย่างแรง ทำให้รถเสียหลักพลิกตะแคงไหลไปตามกระแสน้ำ ผู้โดยสารหนีออกมาจากรถ นั่งอยู่ที่ตัวถังด้านข้างรอความช่วยเหลือ

ขณะที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และที่ลุ่ม โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และบริเวณเทือกเขานครศรีธรรมราช เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน หลังมีรายงานฝนตกหนักต่อเนื่องในบริเวณต้นน้ำ อ.ลานสกา ขอให้ประชาชนขนย้ายของขึ้นไปไว้ที่สูง พร้อมทั้งเตรียมพร้อมอพยพทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ ส่วน นายโสภณ ทองไสย หัวหน้า ปภ.จ.นครศรีธรรมราช สาขาสิชล นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปช่วยอพยพชาวบ้านใน ต.สิชล อ.สิชล รวม 4 คนอยู่ในสภาพติดเกาะ ไปพักที่ศูนย์กู้ภัยไต้เต็กเซี่ยงตึ๊งแยกสภา ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

นายวีระพรรณ สุขะวัลลิ ปลัดอาวุโสอำเภอสิชล กล่าวถึงภาพในสื่อโซเชียล น้ำป่าทะลักท่วมวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) ต.ฉลอง อ.สิชล สภาพจมมิดมองเห็นหลังคาศาลาอยู่บางส่วน ทำให้ผู้พบเห็นตื่นตกใจว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายจากมุมต่ำ ในช่วงที่ฝนตกหนัก น้ำนองเต็มพื้นสนามวัดเจดีย์เป็นสถานการณ์ปกติ แต่การถ่ายภาพและนำไปเผยแพร่ทำให้ดูเหมือนว่าน้ำท่วมสูงเต็มพื้นที่วัดเจดีย์จมมิด สร้างความตื่นตกใจให้ผู้คนเป็นอย่างมาก ขณะนี้น้ำท่วมขังเต็มสนามลดลงอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ที่ อ.ท่าศาลา อ.นบพิตำ อ.พรหมคีรี อ.ลานสกา อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ชะอวด อ.ฉวาง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.จุฬาภรณ์ อ.หัวไทร และ อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ฝนตกหนัก น้ำท่วมในพื้นที่ติดลุ่มน้ำปากพนังเป็นพื้นที่รองรับน้ำ บางพื้นที่เกิดน้ำป่าเข้าท่วมบ้านเรือนระดับน้ำสูง 1-3 เมตร ที่วังปลาแงะ ต.พรหมโลก อ.พรหมคีรี สถานที่ท่องเที่ยงแห่งใหม่ชื่อดัง ถูกน้ำป่าจากน้ำตกพรหมโลกไหลเชี่ยวซัดร้านค้า ร้านอาหาร รวมทั้งสถานที่จอดรถของนักท่องเที่ยวพังเสียหาย ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร

ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพบศพนายนิกร ดำเจริญศักดิ์ อายุ 40 ปี ชาว ต.ทรายขาว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จมน้ำในกลางทุ่งนาหมู่ 5 ต.ทรายขาว สอบถามญาติทราบว่า นายนิกรออกไปหาปลาที่บริเวณกลางทุ่งนาแล้วหายไปตั้งแต่ค่ำวันที่ 5 ธ.ค. คาดถูกน้ำป่าซัดร่างจมน้ำเป็นเหตุให้เสียชีวิต ที่ อ.ท่าศาลา เกิดน้ำท่วมโรงพยาบาลท่าศาลา เจ้าหน้าที่เร่งขนย้ายเครื่องมือแพทย์ ยารักษาโรค และย้ายผู้ป่วยขึ้นไปอยู่ชั้น 2 ของอาคาร

ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช สายการบินนกแอร์เครื่องขึ้นจากสนามบินดอนเมือง มุ่งสู่ จ.นครศรีธรรมราช ออกบินเวลา 06.00 น. ตามกำหนดการจะถึงสนามบินนครศรีธรรมราช เวลา 07.15 น. ปรากฏว่าเครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้ กัปตันแจ้งว่าท้องฟ้าปิดมืด สภาพอากาศไม่ดี ต้องบินวนไปมาจนกว่าอากาศจะดีขึ้น ท่ามกลางสายฝนตกลงมาโปรยปราย มีหมอกหนาและลมกระโชก กระทั่งเวลา 08.15 น. เครื่องลงจอดอย่างปลอดภัยรวมเวลาบินวน 1 ชม.

จ.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ ต.ดอนสัก ต.ปากแพรก ต.ไชยคราม และ ต. ชลคราม อ.ดอนสัก รวม 33 หมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ช่วยกันอพยพชาวบ้านอย่างเร่งด่วน ที่ถนนสายหลักดอนสัก-บ้านใน น้ำท่วมกว่า 2 กม. ถนนดอนสัก-ชลคราม และถนนสายบ้านพอด น้ำท่วมสูงต้องปิดการจราจร ด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เดินทางไปตรวจสอบสะพานวังตะเคียน

อ.กาญจนดิษฐ์ ถูกน้ำป่าซัดสะพานขาด สั่งการให้เจ้าหน้าที่สร้างสะพานเบลีย์ให้ใช้สัญจรชั่วคราว และกำชับให้นายอำเภอ อปท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พร้อมช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ส่วนพื้นที่ริมแม่น้ำตาปี อ.พระแสง และ อ.เวียงสระ ระดับน้ำลดลง มวลน้ำเริ่มไหลเข้า อ.เคียนซา และ อ.พุนพิน ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม.

จ.ตรัง น้ำท่วม 8 อำเภอ 11 เทศบาล 18 ชุมชน 61 ตำบล 450 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 19,103 ครัวเรือน 76,459 ราย สำหรับพื้นที่ ต.บางรัก และ ต.หนองตรุด อ.เมืองตรัง และ อ.กันตัง เป็นพื้นที่รองรับน้ำ ชาวบ้านยังคงเดือดร้อนเพราะน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้น้ำระบายลงทะเลช้ากว่าปกติ เช่นเดียวกับ จ.พัทลุง น้ำท่วมในพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัด 6 อำเภอ ถนนถูกตัดขาด ระดับน้ำสูง 80 ซม.

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ติดแม่น้ำปัตตานีใน 5 อำเภอประกอบด้วย อ.หนองจิก อ.ยะรัง อ.โคกโพธิ์ อ.แม่ลาน และ อ.เมืองปัตตานี ระดับน้ำเริ่มเข้ากลับสู่สภาวะปกติ เว้นพื้นที่ลุ่มสองฝั่งแม่น้ำปัตตานียังคงมีน้ำไหลหลาก เนื่องจากมวลน้ำเหนือจากพื้นที่ จ.ยะลา ไหลระบายลงแม่น้ำ และสู่ปากอ่าวปัตตานียังคงมีปริมาณน้ำสะสมจำนวนมาก ส่วนนายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอปัตตานี ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่บ้านปะกาฮารัง พร้อมนำหน่วยแพทย์เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เตรียมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์อุทกภัย พบปะให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.ตรัง ในวันที่ 8 ธ.ค. หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องน้ำท่วมใน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.นาโยง อ.เมือง อ.รัษฎา อ.ห้วยยอด อ.ปะเหลียน อ.วังวิเศษ อ.กันตัง และ อ.ย่านตาขาว ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 19,076 ครัวเรือน

ที่ จ.สงขลา เกิดน้ำท่วมขังที่บ้านปากจ่า หมู่ 5 ต.ควนโส อ.ควนเนียง มานานกว่า 1 สัปดาห์ ชาวบ้านเดือดร้อน ส่วนสุนัขเพศผู้หนีน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน นอนนิ่งหิวโซลงมาหาอาหารด้านล่างไม่ได้ ทำให้ตัวซูบผอม ชาวบ้านเห็นไม่กล้าขึ้นไปช่วย เพราะกลัวถูกกัด กระทั่งมีอาสาสมัครปีนขึ้นไปอุ้มสุนัขลงมาแล้วหาอาหารให้กิน สอบถามทราบว่าสุนัขตัวนี้ไม่ใช่สุนัขในหมู่บ้าน ลอยมาตามน้ำแล้วปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านเพื่อเอาชีวิตรอด ติดอยู่บนหลังคานานเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว

สำหรับสภาพอากาศลมหนาวภาคเหนือและอีสาน นายชัชวาล อินทุมาร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ทุ่งกบาลกระไบอยู่ในเขตอนุรักษ์ในป่าเขาใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา อุณหภูมิต่ำสุด 17 องศาเซลเซียส มีหมอก อากาศหนาว นักท่องเที่ยวจำนวนมากมากางเต็นท์สัมผัสลมหนาว ช่วงกลางคืนไปส่องดูสัตว์ป่า และนอนดูดาว ช่วงเช้าชมพระอาทิตย์ที่จุดชมวิว “ผาชมภูเขียว” ที่ จ.เชียงราย อุณหภูมิ 14-15 องศาฯ บนยอดดอย 8-9 องศา เจ้าหน้าที่นำผ้าห่มและเสื้อกันหนาวแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ขาดแคลน

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่า ในช่วงวันที่ 6-8 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา จากนั้นวันที่ 9-12 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จะยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงตลอดช่วง มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร