วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทริปปีใหม่! ขับรถขึ้นเหนืออย่างไรให้ปลอดภัย? ...ที่นี่มีคำตอบ

ช่วงปีใหม่นี้ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการพักผ่อนท่องเที่ยวรับลมหนาว เชื่อว่าหลายๆ ท่านกำลังวางแผนหาเวลาไปทำกิจกรรมท่องเที่ยวร่วมกับคนรัก ครอบครัว หรือลุยเดี่ยวขับรถคู่ใจตะลอนทัวร์ไปสัมผัสความเย็นบนยอดดอย

โดยสถานที่ยอดฮิตคงหนีไม่พ้น “ภาคเหนือ” มหัศจรรย์แห่งเมืองหนาวของประเทศไทย ย้อนดูสถิติเมื่อปีก่อนที่เปิดเผยจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พบว่า ช่วงหยุดยาวมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมยอดดอยอินทนนท์รวม 5,000 คน ยานพาหนะ 1,300 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของนักท่องเที่ยวกับช่วงหน้าหนาว

นอกจากนี้ภาคเหนือยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยสดงดงามอีกมากมาย อย่าง “ดอยอ่างขาง” ที่ใครได้ไปก็ต้องหลงใหลไปกับทัศนียภาพอันงดงามยามเช้า หรือ “ดอยเสมอดาว” หากต้องการดื่มด่ำความโรแมนติกนอนกุมมือดูดาวกัน หากคุณชื่นชอบการผจญภัยเเละอยากท้าทายสมรรถนะร่างกายตัวเอง ก็สามารถไปเดินป่าได้ที่ “เขาช้างเผือก”

ที่สำคัญ หากการเที่ยวครั้งนี้ของคุณวางแผนเดินทางด้วยการขับรถไปเอง สติและสมาธิของผู้ขับนั้นสำคัญมาก เพราะการขับรถขึ้นเขาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทักษะฝีมือขั้นสูง ซึ่งเส้นทางส่วนมากจะคดเคี้ยว ชัน และแคบ ยิ่งเราไม่รู้เส้นทาง ยิ่งทำให้การขับรถยากลำบาก ไทยรัฐออนไลน์ ได้เคล็ดไม่ลับจาก รู้ใจดอทคอม ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ที่มาช่วยแนะนำการเตรียมตัว เตรียมรถก่อนขึ้นเขามาฝากกัน ดังนี้

สองสิ่งแรกที่ต้องเตรียม เมื่อคิดจะขึ้นเขา

1.การวางแผนเส้นทาง

ควรรู้ว่าจะต้องขึ้นทางไหน เช็กให้ดีว่ามีทางขึ้นและทางลงกี่ทาง หากขึ้นได้มากกว่าหนึ่งเส้นทาง ต้องดูว่าเส้นทางไหนปลอดภัยที่สุด ไปเส้นทางไหนถึงจะดี อย่าลืมตรวจเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย เพราะหากหมอกลงจัดหรือมีฝนตก จะทำให้ทัศนวิสัยการขับขี่ต่ำมาก เราอาจไม่เห็นเส้นทาง ยากต่อการขับรถ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ปัจจุบันคุณสามารถคลิกสำรวจเส้นทางจากแผนที่ดิจิทัลที่มีบริการให้ใช้มากมาย ซึ่งก็เป็นอีกตัวช่วยที่ดี

2.ตรวจสอบสภาพรถยนต์ว่ามีความพร้อมหรือไม่
เช็กดูที่ใบปัดน้ำฝน, แรงดันลมยาง, น้ำมันเครื่อง, แบตเตอรี่ และระบบไฟส่องสว่าง ว่าอยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งานหรือไม่ ที่สำคัญมากคือต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนเดินทางขึ้นภูเขา เพราะหากขึ้นเขาแล้วจะไม่มีปั๊มน้ำมันบริการระหว่างทาง แต่ถ้าฉุกเฉินน้ำมันหมดกลางคันจริงๆ ก็สามารถเรียกใช้ประกันภัยที่คุ้มครองรถคุณอยู่ ให้ส่งเจ้าหน้าที่มาบริการเติมน้ำมันรถให้ฟรีได้เช่นกัน

เมื่อตรวจเช็กสภาพรถพร้อมแล้ว...ก็มาถึงเทคนิคการขับรถขึ้นเขาให้อุ่นใจทั้งไปและกลับ

1.ใช้เกียร์ต่ำ ปลอดภัยทั้งขึ้นและลง

การใช้เกียร์ต่ำในการขับรถขาขึ้นและขาลง ทำให้รถมีกำลังพอที่จะไต่ระดับความชันได้ รถที่เป็นเกียร์กระปุกหรือเกียร์ธรรมดา ให้ใช้เกียร์ 1-2 สลับกัน หากเกียร์ 2 เริ่มอืด ก็สลับมาที่เกียร์ 1 ได้ รถเกียร์ออโต้ให้ปรับมาที่เกียร์ L การใช้เกียร์ต่ำจะทำให้เกิด “Engine Brake” ช่วยชะลอความเร็ว ลดภาระการใช้เบรก ป้องกันไม่ให้จานเบรกไหม้ หากใช้เกียร์สูงอย่างเช่น เกียร์ 3, 4 หรือ 5 จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังและแรงฉุดมากพอที่จะเคลื่อนที่ขึ้นเนินเขาได้ และเป็นการผลาญน้ำมันโดยไม่จำเป็น

2.อย่าเหยียบเบรกตลอดเวลา
อย่าเหยียบเบรกต่อเนื่องหรือเหยียบแช่เป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงที่จะต้องขับลงเขาต่อเนื่องเป็นระยะทางยาว เพราะจะทำให้เบรกไหม้ และอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เมื่อเบรกไม่ทำงาน การเหยียบเบรกที่ถูกต้องคือ เหยียบเป็นระยะๆ

3.รักษาระยะห่าง
ไม่ควรขับจี้ท้ายรถคันหน้ามากเกินไป ควรเว้นระยะห่างพอประมาณ ซึ่งระยะห่างที่เหมาะสมคือ ระยะห่างจากรถคันหน้า 30-50 เมตร เพื่อให้มีระยะที่สามารถชะลอความเร็วหรือหลบเลี่ยงได้ทันในกรณีที่คันหน้าเสียจังหวะหรือรถไหล

4.บีบแตร เปิดไฟ สร้างสัญญาณเพื่อความปลอดภัย
เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้รถที่กำลังสวนลงมาบนเส้นทางที่แคบ มีทางคดเคี้ยว และต้นไม้บังมืดทำให้มองไม่เห็นว่ามีรถสวนเลน การบีบแตรและเปิดไฟจึงเป็นสัญญาณบอกฝ่ายตรงข้าม เพื่อจะได้เบี่ยงหลบทัน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนการขับรถขึ้นเขาที่ถูกต้องและปลอดภัยคือ การขับชิดซ้ายไว้ก่อน ไม่คร่อมเลน เพราะถ้ามีรถอีกฝั่งแซงมาในทางโค้ง จะได้หักหลบได้ทัน

5.มีสติ สมาธิ อดทน จำไว้เสมอว่าอย่าแซงแบบประมาท!
การขับรถขึ้นเขาเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง หากเราขับไม่แข็งพอ ไม่คุ้นชินทาง สติและสมาธิคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราจดจ่ออยู่กับการขับรถ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้หากเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ส่วนใครที่มีความชำนาญการขับรถก็ใช่ว่าจะปลอดภัยไปตลอดเส้นทาง เพราะอุบัติเหตุเกิดจากความประมาท ดังนั้นถ้าคิดจะเเซงระหว่างขับขึ้นเขา ต้องแซงแบบมีสติและควรอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัย.