วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แชมป์ไม่แชมป์! เปิดมุมมอง 3 กุนซือดังถึงช้างศึก U-23 ในศึก M-150 Cup

ทัวร์นาเมนต์รายการพิเศษอย่าง “M-150 Cup” ถือกำเนิดเปิดฉากฟาดแข้งเป็นครั้งแรกเพื่อเป็นเวทีให้ ทีมชาติไทยได้ลงเล่นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนไปลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียในช่วงต้นปีหน้า โดยนอกเหนือจากทีมชาติไทย แล้วก็ยังมี ทีมชาติญี่ปุ่น, ทีมชาติเกาหลีเหนือ, ทีมชาติอุซเบกิสถาน, ทีมชาติเมียนมา และ ทีมชาติเวียดนาม โดย 3 ทีมแรกอยู่ร่วมกันในสายเอ ขณะที่สามทีมหลังอยู่ในสายบี ซึ่งจะฟาดแข้งกันในระหว่างวันที่ 9-15 ธันวาคมนี้ ที่สนามไอโมบาย สเตเดียม จังหวัดบุรีรัมย์...

เท่าที่ผ่านมาเราจะได้เห็นทัพช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การนำทีมของ โซยัน ยานโควิช หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวบัลแกเรีย พาทีมลงทำการฝึกซ้อมเพื่อติวเข้มนักเตะเพื่อให้พร้อมเต็มที่สำหรับลงแข่งขันในรายการนี้ และล่าสุดเพิ่งมีการพาทีมลงอุ่นเครื่องเพื่อประเมินผู้เล่นตลอดจนแท็กติกเป็นครั้งสุดท้ายในเกมที่เอาชนะ กำแพงเพชร เอฟซี 3-0 ที่สนามฝึกซ้อมภายในแคมป์เกียรติธานี ซึ่งในเกมดังกล่าว โค้ชโซรัน ใช้เป็นเกมเฟ้นหาผู้เล่นตัวจริงที่จะลงฟัดกับทีมจากแดนอาทิตย์อุทัยอีกด้วย

แน่นอนว่าตั้งเป้าสำหรับถ้วยใบนี้ก็คือแชมป์สถานเดียว เพราะมันจะส่งผลกระทบไปถึงความมั่นใจของทีมก่อนลุยศึกใหญ่ในช่วงต้นปีหน้า ส่วนจะไปได้ถึงเป้าหมายหรือไม่นั้นวันนี้เรามี 3 หัวหน้าผู้ฝึกสอนชื่อดังที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการลูกหนังไทยมาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่ารู้ลึกทุกซอกมุม มาร่วมแสดงทรรศนะถึงความพร้อม, วิเคราะห์ จุดแข็ง-จุดอ่อน ในมุมมองของแต่ละคน ตลอดจนความคาดหวังในรายนี้

1. "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล

ภาพรวมของทีมในเวลานี้เรากำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมทีมเพื่อสู้ศึกชิงแชมป์เอเชียในช่วงต้นปีหน้า ความฟิตของนักเตะโดยรวมตอนนี้ก็อยู่ที่ราวๆ 70-80% โดยจุดที่มองว่าอยู่ในแง่บวกจะเป็นความมุ่งมั่นของนักเตะ ความสามารถเฉพาะตัว รวมความคุ้นเคยที่นักเตะชุดนี้อยู่ร่วมกันมานาน ส่วนข้อบกพร่องที่เห็นก็จะเป็นในส่วนของรูปแบบในเกมรุกที่ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ทั้งในการขึ้นเกมรุกทางริมเส้น การเจาะตรงกลาง หรือการเล่นลูกกลางอากาศ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเชื่อว่าจุดบกพร่องเหล่านี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อลงสนามแข่งขันจริง

เรากำลังประเมิน โซรัน ยานโควิช ในทุกๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของผลการแข่งขัน รูปแบบการเล่นของทีม การตอบสนองของผู้เล่นที่มีต่อโค้ช สมมติถ้าผลงานออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ แน่นอนว่าเราจะให้ความสนับสนุนเขาทุกด้าน ทั้งในส่วนนำข้อมูลข้อผิดพลาดมาให้ดู

รูปแบบการเล่นที่จะใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยเฉพาะที่จะเล่นกับ ทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติเกาหลีเหนือ โดยส่วนตัวผมคาดว่าน่าจะมีความหลากหลายเข้ามาไม่ว่าจะเป็นการกดดันสูงจากแดนคู่แข่ง การขึ้นเกมรุกจากริมเส้นตลอดจนการเจาะตรงกลาง โดยในเกมกับญี่ปุ่น ที่ครั้งนี้พวกเขาขนผู้เล่นอายุระหว่าง 18-20 ปี ผมเชื่อว่าเราเอาชนะได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับเกมที่เจอกับเกาหลีเหนือ ถ้าเราเล่นได้ตามมาตรฐานของเรา แต่ถ้าถามว่าจะก้าวไปถึงแชมป์มั้ยไม่ขอฟันธงแต่เชื่อว่ามีโอกาส

2. โค้ชจุ่น อนุรักษ์ ศรีเกิด

ภาพรวมของทีมชาติไทย ยู-23 ชุดนี้ ถ้าเทียบผลงานจากการที่นักเตะเล่นให้สโมสรในไทยลีก หลายๆ คนอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม แต่จากการที่มีนักเตะจาก เชียงราย ยูไนเต็ด ถอนตัวออกไปทีนี้เราก็ต้องมาดูว่า โซรัน จะเลือกหยิบจับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไรให้เหมาะสม

จุดแข็งที่เห็นเด่นชัดเลยก็คือนักเตะชุดนี้มีความสามารถเฉพาะตัวที่สูง หลายๆ คนสามารถไปกับบอลได้อย่างยอดเยี่ยมและค่อนข้างมีความมั่นใจ และในเรื่องของจุดที่ถือว่ายังต้องปรับปรุงนั่นก็คือการเล่นเกมรับที่บางครั้งเราจะเสียพื้นที่ให้คู่แข่งได้โจมตีอยู่บ่อยๆ 

โซรัน เค้าถือเป็นโครงสร้างของทีมชาติไทยชุดใหญ่ เพราะเขามาจากการเป็นผู้ช่วยของ ราเยวัช ซึ่งในตัวของ ราเยวัช เองก็มีเข้ามาดูด้วย แต่ทั้งหมดทั้งมวลอาจจะมีความแตกต่างของรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องของแท็กติก

รูปแบบการเล่นที่คิดไว้ก็คือน่าจะเล่นเกมรับก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเราเจอกับทีมในสายที่มีแรงกิ้งสูงกว่า การที่เล่นในบ้านแน่นอนว่าต้องมีจุดเด่นให้เห็นได้ชัด เราจะต้องมีการเล่นเพรสซิ่งและนำพาบอลเปลี่ยนไปเป็นเกมรุก ต้องดูว่าถ้าแบบนี้จะทำได้ดีขนาดไหน

นักเตะที่ถือว่าเป็นคีย์แมนผมยังยกให้ เจนรบ สำเภาดี อยู่นะ ถึงแม้ว่าในสโมสรเขาจะเล่นเป็นกองกลาง แต่ในทีมชาติเขาเป็นกองหน้า ก็ยังคิดว่าเขาจะจบสกอร์ได้ดี ถ้าถามถึงเป้าหมายผมคิดว่าถ้าสามารถเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

3. โค้ชเทิด เทิดศักดิ์ ใจมั่น

เรียกได้ว่าช้างศึก ยู-23 ปีชุดนี้ถือเป็นการรวมรุ่นกันได้ดีที่สุด เพราะเล่นกันมานาน บางคนเล่นไทยลีกมาแล้วก็คุ้นเคยกันดี และการที่ โซรัน ยานโควิช เข้ามา ผนวกกับการที่ "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ ขยับตัวออกมาเป็นผู้ช่วย ซึ่งเขามีข้อมูลและรู้จักนักเตะเป็นอย่างดี จึงมีข้อมูลวัตถุดิบดีๆ ถ่ายทอดให้กับโซรัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ได้มากสุดก่อนไปลุยศึกชิงแชมป์เอเชียในปีหน้า

จุดเด่นหลักๆ ที่ผมเห็นในทีมชุดนี้คือ พวกเขาอยู่ในวัยใกล้ๆ กัน ทำให้มีความสนิทสนมคุ้นชินกันเป็นอย่างดี จะได้ในเรื่องของทีมเวิร์ก ส่วนจุดที่ถือว่าอาจเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่นั่นคือพวกเขายังไม่เคยลงเล่นในรายการระดับเอเชียมาก่อน ที่ผ่านมาก็เล่นในแถบอาเซียน หรือลงเล่นในฟุตบอลซีเกมส์

ถ้าพูดตัวของ โซรัน ในมุมมองของผมยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากเพราะผมเห็นเขาในบทบาทการเป็นผู้ช่วยของ มิโลวาน ราเยวัช ในทีมชาติไทยชุดใหญ่มาก่อน แค่ผมคาดหวังว่าเขาจะนำสิ่งแปลกใหม่เข้ามา เท่าที่รู้มาเขาอยู่กับนักเตะมาตลอด 2 สัปดาห์

รูปแบบการเล่นที่คาดไว้ โดยทั่วไปโค้ชในโซนยุโรปตะวันออกจะเล่นเกมรับแล้วเน้นโต้กลับที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่แน่ว่าบางที โซรัน อาจจะนำรูปแบบการเล่นเกมรุกมาใช้เลยก็ได้ ซึ่งตรงจุดนี้ก็ต้องมาดูบทสรุปว่าจะออกมาน่าพอใจหรือเปล่า

ผู้เล่นชุดนี้อาจจะยังไม่มีใครโดดเด่นมากกว่ากันเท่าไร ถ้าพูดถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่การทำประตูก็ต้อง "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ตัวทำเกม "เมสซีเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ อะไรทำนองนี้ แต่ผู้เล่นในทีมชุดรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พวกเขาจะเล่นกันเป็นระบบมากกว่า ซึ่งถ้าถามผมว่าในทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้เราจะสามารถคว้าแชมป์ได้หรือเปล่านั้นผมว่าจุดสำคัญอยู่ที่นัดแรกซึ่งจะลงสนามพบกับทีมชาติญี่ปุ่น ถ้าเราเอาชนะได้แน่นอนว่าความมั่นใจตลอดจนความฮึกเหิมจะมีมากขึ้น

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอล M-150 คัพ 2017 ระหว่างวันที่ 9-15 ธันวาคม 2560 ที่ สนามไอโมบาย สเตเดียม จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งหมดมีดังนี้ (สดทางช่อง True4U ช่อง 24)

วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2560 เวลา 16.00 น. Group B : เวียดนาม vs เมียนมา เวลา 20.00 น. Group A : ไทย vs ญี่ปุ่น

วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม 2560 เวลา 16.00 น. Group A : ญี่ปุ่น vs เกาหลีเหนือ เวลา 20.00 น. Group B : เมียนมา vs อุซเบกิสถาน

วันพุธที่ 13 ธันวาคม 2560 เวลา 16.00 น. Group B : อุซเบกิสถาน vs เวียดนาม เวลา 20.00 น. Group A : เกาหลีเหนือ vs ไทย