วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไอดอลแสนขยันแจกความสดใส เฌอปราง BNK48 หนูฝันจะเป็นอาจารย์!

ไทยรัฐออนไลน์ นั่งจ้องตาคุยกับ เฌอปราง อารีย์กุล หรือ แคปเชอ แห่งวง BNK48 ถึงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับ ความเป็นไอดอลสายวิทย์ ที่ดูสวนทางกับเส้นทางที่เรียน บนความคิดที่เป็นระบบ และฝันที่จะเป็นอาจารย์ นักวิจัย...

ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสต้อนรับ เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวง BNK48 (บีเอ็นเคโฟร์ตี้เอดจ์) หรือที่เรียกกันติดปากในหมู่แฟนคลับว่า แคปเฌอ สำหรับ BNK48 เป็นวงไอดอลสาวไทย วงน้องของ AKB48 จากญี่ปุ่น ที่กำลังมาแรง ในโลกโซเชียลเวลานี้ จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ถามถึงเรื่องราวต่างๆ ของเฌอปรางในการมาเป็นไอดอล ที่ได้รับความนิยมจากแฟนคลับสูงเป็นอันดับต้นๆ ในเวลานี้

อยากให้แนะนำวง BNK48 กับคนอ่านไทยรัฐออนไลน์หน่อย

สวัสดีค่ะ เฌอปราง อารีย์กุล จาก BNK48 ค่ะ... สำหรับวง BNK48 มีอายุมาเกือบ 1 ปีแล้วนับจากการออดิชั่น และเปิดตัวอย่างเป็นทางการก็ประมาณ ม.ค.2560 ที่ผ่านมา ส่วนเริ่มเดบิวต์ซิงเกิ้ลแรก AITAGATA จนถึงตอนนี้ก็ 5-6 เดือนแล้วค่ะ

กระแสตอบรับจากแฟนคลับเป็นอย่างไรบ้าง?

กระแสตอบรับค่อนข้างดีมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราเป็นวงน้องสาวของ AKB48 ทำให้มีฐานแฟนคลับอยู่ส่วนหนึ่ง อีกประการหนึ่งที่ทำให้วงได้รับความสนใจ เพราะเป็นเป็นของแปลกใหม่สำหรับเมืองไทย ที่ไทยยังไม่เคยมีวงไอดอลที่มีระบบบริหารจัดการแบบญี่ปุ่นอย่างนี้

เพราะระบบของญี่ปุ่นสมาชิกในวงจะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละซิงเกิ้ล หรือที่เรียกว่า เซ็นบัตสึ โดยมีการคัดเลือกจากทางคณะผู้บริหาร การเลือกตั้ง หรือ งานจับมือ ทั้งนี้ การหมุนเวียนสมาชิกจึงทำให้แต่ละคนจะต้องแข่งขันกัน มีแรงผลักดัน เพื่อทำผลงานให้ดี และที่สำคัญแฟนคลับเอง ก็จับตามองการเติบโตของสมาชิกแต่ละคน อยากเอาใจช่วยไอดอลคนที่ตัวเองชอบเขาจะได้ทำงานอะไรบ้าง จะพัฒนาตัวเองได้แค่ไหน

การแข่งขันกันในวงทำให้บรรยากาศในวงตึงเครียดไหม?

ก็มีบ้างที่เราต้องทดสอบ แต่าหลังๆ เราจะดูพฤติกรรม ดูการแสดง ทำให้เราอยู่กันแบบครอบครัวพี่น้อง ใครช่วยอะไรใครได้แบบนั้นมากกว่า แต่ละคนก็จะมีความสามารถไม่เหมือนกัน โดดเด่นแตกต่างกัน เพราะผู้บริหารจะดูที่คุณสมบัติว่าแบบไหนจะเหมาะกับแต่ละเพลงไหม คาแรกเตอร์เป็นอย่างไร  

จากการเก็บตัวฝึกซ้อมมานาน จนมี 2 ซิงเกิ้ลแล้ว หายเหนื่อยรึยัง?

เรารู้สึกว่าหายเหนื่อย จากที่ต้องซ้อมมานาน พวกเราดีใจที่ทำให้ทุกคนสนุก เฮฮาไปกับเรา เชียร์ไปกับเรา มีเสียงตอบกลับมาว่าพวกเราทำให้เขาสนุกมากเลยรู้สึกสดใสมาก แค่นี้ก็คุ้มมากๆ สำหรับเชอ เฌอดีใจที่ทำให้เขามีความสุข

การได้มาซึ่งตำแหน่งกัปตันของวงได้มาอย่างไร?

เชอก็ไม่ทราบว่าได้มาอย่างไร ผู้บริหารทั้งจากทางไทยและญี่ปุ่นคัดมา เดิมทีเชอได้เป็นตำแหน่งชั่วคราว โดยทางมาร์คซังเห็นว่าเชอพูดภาษาญี่ปุ่นได้ อังกฤษได้ จัดการชีวิตตัวเองได้ดี เป็นพี่เกือบโตสุดด้วย เลยให้เป็นชั่วคราว แล้วก็มาประกาศในวันเดบิวต์ว่าได้เป็นจริงๆ อีกที นั่นคงเพราะ เขาน่าจะเห็นว่าน้องๆ น่าจะฟังเชอ เราพูดอะไรไปจะมีเหตุผล เรามีวิธีการพูดคุยกับเขา

การบริหารจัดการชีวิตในแบบของเฌอปรางเป็นอย่างไร?

เนื่องจากเฌอต้องอยู่คนเดียวที่หอในวันที่เรียน แล้วก็กลับบ้านในวันเสาร์-อาทิตย์บ้าง  ตอนกลางวันก็จะเรียน 1 สัปดาห์เรียน 5 วัน ด้วยความยืดหยุ่นของคณะที่เชอเรียน (คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล) ทำให้เฌอสามารถจัดตารางเรียนที่สามารถรับงานนอกได้ จึงทำให้เราสามารถทำงานได้และมาซ้อมกับ BNK48 ได้ โดยจะเรียนช่วง 08.00-12.00 น. แล้วถ้ามีงาน ก็จะรับงานบ่าย พอตกเย็นก็ไปซ้อมถึง 4-5 ทุ่มแล้วค่อยกลับบ้าน แต่ช่วงนี้พวกเราก็ซ้อมเบาลง เพราะเริ่มได้ออกงาน การออกงานเลยกลายเป็นการซ้อมของเราอีกทาง เพราะพอออกงานเยอะเวลาซ้อมก็น้อยลง พวกเราต้องทำการบ้าน เพื่อนำไปแสดงบนเวที การแสดงบนเวทีเลยเป็นการฝึกของเราไปในตัว 

อยู่ในวงเฌอปรางมีความถนัดด้านไหน?

เฌอไม่มีความถนัดเลยค่ะ ทั้งร้องหรือเต้นก็มาฝึกกับ BNK48 หมดเลย แต่อาจะเป็นเพราะเราสามารถให้สัมภาษณ์ได้ พูดออกสื่อได้ มีภาพลักษณ์ที่ดีๆ โปรไฟล์ดีก็เลยมีโอกาส พอเป็นกัปตันแล้วก็เลยถูกมองว่า สามารถคุมดูแลวงได้ สามารถเป็นหน้าตาของวง ดูแลทุกอย่างได้  

แล้วการเป็นกัปตัน ทำให้เรามีส่วนในการบริหารจัดการวงบ้างไหม?

ตอนนี้ยังค่ะ เพราะเหมือนกับต้องฝึกอีก ในอนาคตอาจจะมี แต่สิ่งที่เฌอมีส่วนร่วมคือช่วยดูงานว่า น้องคนไหนเหมาะกับงานไหน ใครไม่ค่อยได้ออกงานก็ช่วยเลือก แต่ไม่ได้ทำบ่อยนะคะนานๆ ที

รู้สึกอย่างไรที่มีคนประมูลรูปของเราไปด้วยราคาที่สูงมากๆ ?

ก่อนหน้านี้เคยเห็นคนประมูลเป็นเงินหลักหมื่นแต่มันไม่เป็นทางการ แต่พอเป็นการประมูลเป็นทางการ ก็ดีใจที่รูปเรามีมูลค่าทางจิตใจให้กับเขามาก กลายเป็นความกดดันตัวเองที่ต้องทำออกมาให้ดี กลายเป็นแรงที่ทำให้ต้องพัฒนาตัวเองต่อไป เฌอก็เชื่อว่าลึกๆ แฟนคลับเราก็คงคาดหวังกับตัวเฌอไว้สูง ว่าเราทำในสิ่งนั้นๆ ได้ 

ทำไมถึงอยากมาเป็นไอดอล?

จริงๆ เฌอแค่อยากรู้ว่าการเป็นไอดอลเขาทำอย่างไร เพราะเราเรียนวิทยาศาสตร์มา จึงถูกสอนว่าถ้าอยากรู้อะไร ก็ต้องทำการทดลองเอง ลองไปหาข้อมูลเอง ทำเอง เรียนรู้หาประสบการณ์เอง ก็เลยได้มาลองออดิชั่น แต่ไม่มีความคิดที่จะเข้าวงการบันเทิงเลย เฌอชอบ 48 กรุ๊ป ก็สงสัยอยากรู้ว่าเป็นยังไง แล้วก็อยากลอง และสิ่งที่ค้นพบนั้นมันโหดกว่าที่คิดเยอะมาก เฌอไม่เคยคิดว่าการเป็นไอดอลเขาจะไม่มีเวลาขนาดนี้ การทำงานวงการบันเทิงมันไม่ใช่แค่ไปถ่ายงาน 2-3 ชั่วโมงแล้วจบ แต่มันยังมีกระบวนการเตรียมงาน การออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง การรักษาภาพลักษณ์ การเตรียมตัวหาข้อมูล รวมทั้งการเดินทางที่ใช้เวลา

จากเดิมที่ใช้เวลาเรียนแล้วกลับห้องมานั่งหน้าคอมฯ ทำรายงาน ดูการ์ตูนแล้วนอน เพราะเชอไม่ใช่คนชอบเที่ยวกลางคืน แต่สิ่งที่เปลี่ยนหลังจากเป็นไอดอล คือ เฌอได้ไปช็อปปิ้งมากขึ้น ต้องเริ่มดูแลตัวเอง แต่งหน้าทำผม บำรุงผิว เสื้อผ้าหน้าผม ต้องคิดมากขึ้นว่าจะแต่งตัวอย่างไร ต้องมาบำรุงผิว ทำผม เฌอก็ปรึกษาทางบริษัทเรามีสไตลิสต์ หรือไม่ก็เพื่อนๆ รวมทั้งเมมเบอร์ในวงก็ช่วยกันแนะนำช่วยดู โดนคนที่เป็นเจ้าแม่แฟชั่น ความสวยความงามต้องยกให้ อร ไข่มุก และ พี่แก้ว นอกจากนี้ก็ได้เอาความรู้จากการเล่นคอสเพลย์ มาใช้ด้วย

อีกอย่าง คือเราเสียดายโอกาสที่คนอีกหลายคนๆ อยากได้ และอีกเหตุผล คือ อยากหาเงินให้ตัวเองด้วย สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของทางบ้านได้ เพราะทางบ้านเฌอก็มีฐานะปานกลาง ตอนนี้ก็อยู่ปี 4 แล้วยังไม่จบ ยังติดวิชาโทฟิสิกส์อยู่ 

การเป็นไอดอล และการเป็นนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ไปด้วยกันกลมกลืนหรือไม่?

มันค่อนข้างแตกต่างกัน แต่เฌอชอบทั้ง 2 อย่าง เฌอรู้สึกมีความสุขกับการทำงานทั้ง 2 ฝั่ง การที่เรียนเคมีเพราะเฌออยากรู้เรื่องเคมี เกี่ยวกับสสารต่างๆ ที่เราเจอกันเป็นอย่างไร ฝั่งไอดอล เราก็อยากรู้ว่าเขาทำได้อย่างไร เฌอเป็นพวกที่อยู่ได้ด้วยการหาคำตอบกับสิ่งที่อยู่รอบตัว ล่าสุด นี่ไปลงเรียนวิชาเลือกเสรี คือ วิชาอะตอมมิกแอนด์โมเลกุลาร์ฟิสิกส์ ไปเรียนเกี่ยวกับการต่อโมเลกุล การคำนวณพลังงานระดับโมเลกุล ถือว่าได้ลงลึกไปกับสิ่งที่เราเรียน

ถ้าไม่ได้เป็นไอดอล เป็นแค่ นส.เฌอปรางเฉยๆ เรียนจบแล้วอยากทำอะไร ?

อยากเป็นนักวิจัย อยากเรียนต่อปริญญาโท อยากเป็นอาจารย์ด้วยค่ะ เพราะเฌอรู้สึกว่าเราขาดคนที่ช่วยสอนคนอื่นพอสมควร การที่เราไปเป็นคนที่สอนคนอื่นได้ ทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง ทำให้คนได้เรียนรู้นี่เลยเป็นสิ่งที่อยากทำ ถ้าเราได้อธิบายในสิ่งที่เรารู้อยู่ หรือ ทำอยู่ประจำน่าจะทำได้ดีกว่า เชอสอนภาษาก็ได้ สอนเลขก็ได้ แต่ถ้าจะให้สอนตามหลักสูตรก็อาจต้องไปศึกษาทำความเข้าใจก่อน แต่เมื่อตอนนี้เป็นไอดอล เป้าหมายที่จะเป็นอาจารย์ หรือ นักวิจัยก็ต้องพับไปก่อน การเรียนต่อปริญญาโท-เอก ก็เอาไว้ก่อน 

แต่การเป็นไอดอลก็ทำให้เรากลายเป็นกระบอกเสียงของความรู้และงานด้านวิทยาศาสตร์ เฌอเคยไปปรึกษาอาจารย์ อาจารย์บอกว่าเป็นนักวิจัย ตีพิมพ์งานวิจัยมาเยอะแยะหลายเล่ม แต่คนอื่นอาจจะไม่เท่าคนที่ตามคอมเมนต์ของเฌอเลย ถ้าเราสามารถดึงคนให้มาสนใจจากงานที่เฌอทำ ก็จะทำให้คนสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น เฌอเคยอ่านว่าสิ่งที่เชอเรียนจบไปทำอะไรได้บ้าง ก็มีที่น่าสนใจอคือ ผู้จัดการโครงการ หรือ Project manager ที่เป็นคนเชื่อมประสานระหว่างตัวนักวิจัย และ คนภายนอก ไปคนที่ไปอธิบายเรื่องยากๆ ให้คนทั่วไปเข้าใจได้ แต่คนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยรู้ว่ามีอาชีพนี้อยู่

มาถึงผลงานเพลงของ BNK48 ตอนนี้มีอะไรบ้าง?

ก่อนหน้านี้เรามีซิงเกิ้ลแรก คือ Aitakatta (อยากจะได้พบเธอ) ไปแล้ว และล่าสุดซิงเกิ้ลที่ 2 คือ Koi Suru Fortune Cookies (คุกกี้เสี่ยงทาย) ที่เป็นเพลงทำนองติดหูเต้นง่าย มาพร้อมกับเพลงประจำวง คือ BNK48 ที่บอกเล่าเรื่องราวของกรุงเทพมหานคร บรรยายถึงสถานที่ อาหารการกิน และการเดินทาง และเพลงสุดท้าย คือ พลิ้ว หรือ Skirt, Hirari (สเกิ๊ต ฮิราอิ) ที่เป็นเพลงเร็ว อีก 1 เพลง 

ฝากวง BNK48 กับท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์

BNK48 เป็นวงน้องสาวของ AKB48 ที่ใหม่มากๆ ในประเทศไทย มีอะไรหลายๆ อย่าง ที่ให้ได้สัมผัสประสบการใหม่ๆ สมาชิกทุกคนมีความน่ารักสดใส เพลงก็สนุก คุณอาจจะชอบใครสักคนนึงในนี้ก็ได้ พวกเราก็จะพยายามให้เต็มที่ ทำให้วงมีชื่อเสียงต่อไป ยังไงก็ฝาก BNK48 ด้วย อยากให้ได้ศึกษาเพิ่มเติมกันดู ทั้งอินสตาแกรม และ Facebook ของสมาชิก BNK48 แต่ละคนได้.