วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดเปลี่ยนเยอรมนี

หลังการเลือกตั้งเมื่อ 24 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา แม้ว่าพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียนหรือซีดียูและพรรคสหภาพสังคมคริสเตียนหรือซีเอสยูซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของนางอังเกลา แมร์เคิล จะชนะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีติดต่อกันเป็นสมัยที่ 4 แต่จนถึงตอนนี้ ผ่านไปแล้วกว่า 2 เดือน นางแมร์เคิลก็ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะแม้ว่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่ก็ยังไม่ใช่เสียงข้างมากในสภา

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคซีดียูและซีเอสยู ได้คะแนนเสียงเพียงร้อยละ 32.9 ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวม 246 คน จาก 709 คน ลดลงจากครั้งที่แล้วที่ได้คะแนนเสียงข้างมากร้อยละ 41.5 รวม 311 คน จาก ส.ส. 631 คน

จำนวน ส.ส.พรรคซีดียูและซีเอสยูลดลงไปถึง 65 คน เรียกว่าตกต่ำสุดๆ นับแต่ พ.ศ. 2492 เป็นต้นมา

พรรคสังคมประชาธิปไตยหรือพรรคเอสพีดี นำโดยนายมาร์ติน ชูลซ์ ที่ได้จำนวน ส.ส.มาเป็นอันดับสอง คะแนนนิยมก็ลดลงไปมาก ได้เพียงร้อยละ 20.5 มี ส.ส. 153 คน จากเดิมที่เคยได้ 193 คน ซึ่งทั้งสองพรรคใหญ่นี้เคยจับมือกันรวม ส.ส.ได้ 504 จาก 631 ที่นั่ง และก็จับมือกันตั้งรัฐบาลมาก่อน

การเลือกตั้งหากไม่ได้เสียงข้างมากเพียงพรรคเดียว พรรคที่ชนะการเลือกตั้งต้องเจรจากับพรรคอื่นๆ เพื่อรวมกันให้ได้ ส.ส. เกินครึ่ง ใครจะเป็นรัฐบาลเยอรมนีต้องมี ส.ส. มากกว่า 355 คน (จาก 709 คน)

หากสองพรรคที่ผมเอ่ยไปข้างต้นร่วมมือกันอีกรอบ ป่านนี้ เยอรมนีก็คงจัดตั้งรัฐบาลไปแล้ว แต่สถานการณ์ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะครั้งนี้ พรรคเอสพีดีบอกว่าไม่ร่วมรัฐบาลกับนางแมร์เคิลแล้ว

ตอนนี้มีพรรคการเมืองที่ตกลงรับร่วมรัฐบาลกับนางแมร์เคิลแล้วเพียงพรรคเดียวคือ พรรคกรีนส์ ที่มี ส.ส. เพียง 67 คน ยังไม่พอสำหรับเสียงข้างมาก

นางแมร์เคิลจึงดิ้นเต็มที่ เพราะสุญญากาศทางการเมืองแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย แกพยายามไปติดต่อพรรคประชาธิปไตยเสรีหรือเอฟดีพีซึ่งฐานเสียงหลักเป็นพวกกลุ่มนักธุรกิจเอกชน มีนโยบายส่งเสริมธุรกิจหัวก้าวหน้าให้เข้ามาร่วมรัฐบาลด้วย

พรรคเอฟดีพีต่อรองว่า อ้า เราจะร่วมกันก็ได้ แต่เยอรมนีต้องจำกัดจำนวนผู้ลี้ภัยที่จะรับเข้าประเทศในแต่ละปี และต้องปกป้องอุตสาหกรรมและการจ้างงานของคนเยอรมัน

พรรคกรีนส์ที่นางแมร์เคิลไปทาบทามมาร่วมรัฐบาลด้วย ได้ฟังความต้องการของพรรคเอฟดีพี บอกว่า นโยบายที่พวกคุณต้องการนั้นขัดกับอุดมการณ์ของเรา เราพรรคกรีนส์ไม่ต้องการให้มีการจำกัดผู้ลี้ภัย

พวกคุณพรรคเอฟดีพีต้องการปกป้องอุตสาหกรรม แต่เราต้องการปกป้องสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมที่คุณจะปกป้องกันน่ะ เป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน โรงงานที่คุณจะปกป้องก็ใช้ถ่านหิน ซึ่งพรรคกรีนส์ของเราต่อต้าน

พอพรรคกรีนส์พวกหัวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพูดเสร็จ พรรคเอฟดีพีก็ว่า อ้า งั้นก็ไปกันไม่ได้ ไม่ร่งไม่ร่วมกันแล้วรัฐบาล พวกคุณ ไร้วิสัยทัศน์พัฒนาชาติให้ทันสมัย ขืนร่วมรัฐบาลกับพวกคุณ ผู้อพยพเต็มประเทศแน่

เยอรมนีจึงเป็นประเทศติดหล่มการเมือง เลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะอุดมการณ์และนโยบายของแต่ละพรรคแตกต่างกัน

ผมว่า อีกไม่นานเราอาจจะได้เห็นนายแฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีของเยอรมนีประกาศยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน

หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ผมว่าโอกาสที่ประชาชนคนเยอรมันจะเทคะแนนให้พรรคใดพรรคหนึ่งมีสูงมาก เพราะคนเริ่มเบื่อสถานการณ์ที่ไม่มีพรรคไหนได้เสียงมากพอที่จะตั้งรัฐบาลพรรคเดียว

แนวโน้มโลกตอนนี้คือกระแสชาตินิยมขวาจัด ซึ่งเกิดขึ้นแล้วในออสเตรีย ประเทศที่มีพรมแดนประชิดติดกันกับเยอรมนี

พรรคชาตินิยมขวาสุดของเยอรมนีคือพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนีหรือเอเอฟดี ซึ่งเพิ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2556 นี่เอง จากพรรคที่ไม่เคยได้ ส.ส. เลยสักคน แต่การเลือกตั้งปี 2560 นี้ กระแสชาตินิยมขวาจัดทำให้พรรคเอเอฟดีได้ ส.ส. พุ่งมาเป็นอันดับ 3 มีจำนวน ส.ส. มากถึง 94 คน

หากพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนีได้เป็นรัฐบาล กระแสชาตินิยมขวาจัดพัดไปในสหภาพยุโรป ก็จะทำให้โลกเครียดยิ่งไปกว่านี้ครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com