วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำความดีทำไมต้องคิดมาก?

บุ๋มมีเรื่องมาเล่าให้ฟังค่ะ แล้วช่วยบุ๋มคิดหน่อยนะคะว่าสิ่งที่บุ๋มตัดสินใจลงไปถูกหรือผิด?

เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บุ๋มได้ไปดูงานที่ประเทศเกาหลี เพื่อทำรายการเรียลลิตี้และมีการเซ็นสัญญาการศึกษาระหว่างประเทศ โดยใช้ระยะเวลาทั้งหมดสี่วัน แต่พอวันแรกที่ไปถึงก็มีข้อความเข้ามาใน Instagram ของบุ๋ม boompanadda ว่าตอนนี้พี่บุ๋มอยู่ประเทศเกาหลีหรือคะ หนูอยู่ที่เกาหลีอยู่ที่โรงพยาบาลต้องการความช่วยเหลือ ก็ให้ LINE ทีมงานกลับไปเพื่อขอรายละเอียดเหมือนอย่างทุกเคสที่ทำมา จากข้อมูลที่ได้คือมาคลอดลูกที่ประเทศเกาหลีเมื่อสามสัปดาห์ก่อนและค่ารักษาแพงมาก ประมาณสองล้านบาทซึ่งเธอไม่มีตังค์จ่าย ลูกเป็นโรคปอดติดเชื้อจึงต้องอยู่ในตู้อบพิเศษของเด็ก บุ๋มเองฟังแล้วก็แปลกใจว่ามาคลอดลูกคนที่ประเทศเกาหลีได้อย่างไร สายการบินไหนให้ขึ้น เพราะปกติแล้วถ้าเกินเจ็ดเดือนต้องมีใบอนุญาตจากแพทย์ว่าขึ้นเครื่องได้ บุ๋มจำได้ว่าตอนบุ๋มท้องน้องอันดามันคุณหมอไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่องหลังจากที่ท้องได้สักเจ็ดเดือน ซึ่งเคสนี้ก็เป็นเรื่องที่บุ๋มเองก็แปลกใจ เลยติดต่อสถานทูตไทยในกรุงโซล เพื่อสอบถามข้อมูลที่เท็จจริงในเย็นวันนั้นก็เดินทางไปที่สถานทูตและได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ จากข้อมูลที่ได้คือคุณแม่มาคลอดลูกในวันที่ 25 ตุลาคม และบินกลับไปเมืองไทยในวันที่ 31 ตุลาคม เนื่องจากเพื่อนบอกว่าต้องไปแจ้งเกิดที่ประเทศไทย และเธอก็เชื่อเพื่อนแต่เมื่อมาถึงประเทศไทยก็ไม่มีใครที่จะช่วยเธอได้เพราะในความเป็นจริงเด็กต้องแจ้งเกิดที่ประเทศเกาหลี เธอได้ถูกติดตามตัวจากสถานทูตไทยในกรุงโซล ว่าให้กลับมาที่เกาหลีเพื่อให้มาจัดการเรื่องให้เรียบร้อย เธอไม่มีค่าเดินทาง จึงไปกู้มาร้อยละ 10 ก่อนหน้านี้ก็ไปขอความช่วยเหลือจากหลายมูลนิธิ แต่ก็ไม่มีใครสามารถที่จะช่วยเธอได้ จนเธอกลับมาที่ประเทศเกาหลี ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตก็ให้เธอไปนอนที่บ้านพักฉุกเฉินโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือยังไงต่อไป เพราะค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายเป็นค่ารักษาสูงมาก เนื่องจากว่าทั้งตัวแม่เด็กและเด็กเองไม่ใช่คนเกาหลี และไม่ใช่คนที่ไปทำงานที่นั่น จึงไม่มีสวัสดิการหรือประกันอะไรทั้งสิ้น บุ๋มจึงได้ขอร้องทางสถานทูตให้ช่วยพาไปเจอแม่เด็กและตัวเด็กเองที่โรงพยาบาลเพื่อค้นหาความจริง ส่วนตัวบุ๋มเอง มีเวลาว่างครึ่งวันเช้าในวันที่สามจึงใช้เวลานั้นแทนที่จะไปเที่ยวกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อค้นหาความจริงจากปากแม่เด็กและถ้าช่วยได้ก็จะช่วยตอนนั้นไปคือคิดแค่นี้ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเลยทราบความจริงว่าค่าใช้จ่ายสูงถึงสองล้านบาทจริงหรือประมาณ 70,000,000 วอน ทางโรงพยาบาลลดค่าใช้จ่ายให้เหลือ 30,000,000 วอนตอนแรกหรือประมาณหนึ่งล้านบาท ซึ่งก็ยังสูงเกินไปสำหรับพวกเรา บุ๋มและทีมงานรวมถึงเจ้าหน้าที่สถานทูตใช้เวลาต่อรองประมาณ 3 ชั่วโมงจนกระทั่งมาสรุปจบที่ 8,000,000 วอนหรือประมาณ 240,000 บาท ในช่วงเวลาแห่งการต่อรอง 3 ชั่วโมงนั้น บุ๋มได้นั่งคุยกับแม่เด็กนานมากเพื่อค้นหาความจริงว่ามันคืออะไร แม่เด็กบอกว่าตัวเองเป็นคนขอนแก่นแต่ไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่หาดใหญ่ และเจอกับแฟนคนล่าสุดซึ่งตัวเธอเองเคยมีลูกชายอายุ 12 ขวบอยู่กับพี่สาวที่ขอนแก่น แต่พอมาทราบทีหลังว่าแฟนเธอมีภรรยาและลูกอยู่แล้วที่ประเทศตัวเองก็เลยเลิกกันโดยที่ตอนท้องเธอไม่รู้ว่ามีลูกติดอยู่ในท้องของเธอด้วย เพราะเธอบอกว่ากินยาคุมโดยตลอด แม้กระทั่งตอนที่ท้องน้องก็ตามและแถมยังมีเลือดกะปริดกะปรอยเลยไม่ได้คิดว่าตัวเองตั้งครรภ์ หลังจากนั้นเพื่อนของเธอซึ่งแต่งงานกับผู้ชายเกาหลีก็เลยชวนเธอมาหาที่ประเทศเกาหลีเพื่อพักผ่อนและไม่ให้เครียดมากเพราะเธอตามตัวพ่อเด็กไม่ได้ เมื่อเธอบินมาได้หนึ่งเดือนผลปรากฏว่าเธอก็ปวดท้องอย่างหนักและเพื่อนก็นำส่งโรงพยาบาลและกลายเป็นผ่าคลอดลูกอย่างที่เห็น

ซึ่งก่อนที่จะช่วยบุ๋มกับทีมงานก็มานั่งคิดกันนะว่าเรื่องที่แม่เด็กแล้วเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหนแล้วมันจะเป็นไปได้หรือที่จะไม่รู้ตัวเลยว่าท้องแถมสายการบินอนุญาตให้เข้ามาได้อย่างไรในเมื่อท้องโตขนาดนั้น แต่เธอบอกว่าเธอนึกว่าเธออ้วนลงพุงไม่คิดว่าตัวเองจะท้องจริงๆ แต่บุ๋มก็มานั่งคิดว่า เรากำลังจะช่วยใคร? บุ๋มอยากจะช่วยเด็กค่ะ น้องเค้าควรกลับบ้านได้กินนมแม่ ถ้าบุ๋มมัวมานั่งคิดว่าแม่เด็กโกหกหรือไม่ทำถูกต้องหรือเปล่า เข้าเมืองมาถูกกฎหมายไหม ในเมื่อบุ๋มเช็กกับทางสถานทูตทุกอย่างรวมทั้งโรงพยาบาลแล้วก็ไม่มีอะไรผิดกฎหมายเพียงแค่มันแปลกและไม่ควรจะเป็นแบบนี้ แต่ในเมื่อมันเป็นไปแล้วเราก็ต้องมองที่จุดสำคัญนั่นก็คือตัวเด็ก ส่วนแม่เด็กจะถูกหรือผิดทางการเค้าก็ต้องจัดการกันเอง และบุ๋มก็คิดว่าคนเรามันไม่มีใครดีหรือเลวไปซะทั้งหมดมันก็เป็นสีเทาด้วยกันทั้งนั้นมีใครบ้างที่จะไม่เคยทำผิดอะไรเลย บุ๋มก็มานั่งนึกนะว่าสมมติว่าถ้าแม่เด็กไปขโมยนมในเซเว่นเพราะลูกหิวมากและตัวเองก็ยากจนเราจะทำอย่างไร? ถ้าถามว่าแม่เด็กผิดไหม? ผิดแน่นอน 100% เพราะเราไม่ควรใช้ความจนมาเป็นข้ออ้างในการทำความผิด แต่ถามว่าบุ๋มจะช่วยซื้อนมให้เด็กไหม? บุ๋มซื้อค่ะ เพราะเด็กเค้าหิวและเด็กไม่ได้ผิดอะไร และที่สำคัญเราอยากช่วยเด็ก

เคสนี้ก็เช่นกัน บุ๋มก็มองที่ตัวเด็ก ไม่ได้สนว่าแม่จะถูกหรือผิดและบุ๋มคิดแค่ว่า น้องเค้าเป็นคนไทยเค้าไปตกระกำลำบากที่ต่างประเทศ เค้าควรจะได้กลับสู่แผ่นดินไทยและได้ใช้ชีวิตอย่างอบอุ่นที่ประเทศนี้ไม่ใช่ถูกทิ้งอยู่ในโรงพยาบาลในตู้อบและค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นเรื่อยๆ บุ๋มจึงได้ขอเปิดระดมทุน ซึ่งตอนนี้ได้เกินยอดสามแสนที่ตั้งไว้ (ค่ารักษา 240,000-250,000+ค่าตั๋วแม่ลูกขากลับ และบุ๋มคิดว่าคงอาจเหลือหมื่นสองหมื่นให้แม่คนนี้ได้ตั้งตัวทำงานเพื่อเลี้ยงลูกต่อไป เพราะเด็กอยู่กับแม่เด็กเอง ดีที่สุด ) ก็เลยกะไว้ที่ 300,000 บาท ซึ่งตอนนี้ก็ได้ครบแล้ว ต้องขอขอบคุณคนไทยที่เมตตาน้องเขานะคะ

ดังนั้นท่านผู้อ่านช่วยบุ๋มคิดทีว่า สิ่งที่บุ๋มทำนั้นถูกหรือผิด? บุ๋มแค่คิดว่า ช่วยก็คือช่วย จบ!ทำดีอย่าคิดมากค่ะ

บุ๋ม ปนัดดา