วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนร้าย รับสารภาพ รุมฆ่าหนุ่มสวนยาง ทิ้งศพขึ้นอืด หลังถูกเค้นกว่า 4 ชม.

ตร.ทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราช ลุยสอบเค้นกว่า 4 ชั่วโมง 2 ผู้ต้องหา รับสารภาพ ร่วมกันยิงทิ้งหนุ่มสวนยาง ทิ้งศพขึ้นอืด อ้าง ไม่พอใจผู้ตาย ชอบยุแหย่ 2 ครอบครัว ให้ทะเลาะกัน เลยร่วมมือกันวางแผนหลอกมาฆ่าทิ้ง 

จากเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลวงนายวิรัตน์ สิงห์สิทธิ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74/3 หมู่ 4 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช หนุ่มสวนยางออกจากบ้านมาพูดคุยเพื่อตกลงปัญหาในเรื่องบางอย่าง จนเกิดผิดใจไม่สามารถที่จะตกลงปัญหากันได้ ก่อนคนร้ายใช้ปืนลูกซองจ่อยิงเหยื่อจนเสียชีวิต ทิ้งศพหมกพงหญ้ารกพื้นที่เหมืองแร่ยิปซั่มหมู่ 4 ต.ทุ่งใหญ่ จนมีคนตัดปาล์มไปพบศพนอนพองขึ้นอืดแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ตามที่ข่าวไทยรัฐออนไลน์นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ ต่อมา เมื่อเวลา 15.00 น.วันเดียวกัน หลังเกิดเหตุได้เพียง 2 ชั่วโมง พ.ต.ท.ชัยภัทร ศรีเรือง รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนร่วมกับ ร.ต.ท.รัฐชานนท์ จุ่นมีวงษ์ รอง สว.(สส.) กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.8 ลงพื้นที่หาข่าวจนสืบทราบว่า มีผู้ต้องสงสัยสองคน คือ นายวิทย์ธวัช หรือ ป๋อง แจ้วใจ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/3 หมู่ 4 ต.ทุ่งใหญ่ และนายสุริยา หรือเล็ก พลพิชัย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128/1 หมู่ 4 ต.ทุ่งใหญ่ ที่คาดว่า น่าจะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ จึงได้ไปเชิญตัวขณะที่ทั้งสองคนอยู่ภายในบ้านมาสอบเค้นที่โรงพัก อยู่นานกว่า 4 ชั่วโมง

จนนายวิทย์ธวัช ทนแรงกดดันไม่ไหว จึงยอมเปิดปากรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายสุริยา ที่เป็นญาติห่างๆ กัน ร่วมกันลงมือฆ่านายวิรัตน์ ด้วยการใช้ปืนลูกซองยาวจ่อยิงไป 2 นัด แต่กระสุนถูกเพียง 1 นัด เจาะเข้าหัวไหล่ซ้ายจนนายวิรัตน์เสียชีวิต ก่อนนำศพทิ้งหมกพงหญ้านาน 2 วัน จนขึ้นอืด และมีคนไปพบแจ้งตำรวจตรวจสอบ หลังทั้งคู่รับสารภาพจึงนำตัวไปตรวจค้นภายในบ้านของนายวิทย์ธวัช เพื่อหาหลักฐาน พบชุดเสื้อผ้าที่นายวิทย์ธวัช สวมใส่ใช้ก่อเหตุ และตรวจยึดปืนลูกซองยาง 5นัด  และกระสุนปืนลูกซอง 3 นัด ของวิทย์ธวัช และยึดปืนลูกซองยาวอีก 1 กระบอก ของนายสุริยา มาตรวจสอบ พร้อมยึดรถกระบะ โตโยต้าวีโก้ตอนครึ่ง สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผข 619 นครศรีธรรมราช ของนายสุริยา ที่ใช้กระทำความผิดในครั้งนี้

หลังได้หลักฐานทั้งหมด ตำรวจจึงไปขออนุมัติศาลจังหวัดทุ่งสง ออกหมายจับนายวิทย์ธวัช และนายสุริยา จนกระทั่งเวลา 23.00 น.ศาลจังหวัดทุ่งสง ไต่สวนเห็นสมควรอนุมัติออกหมายจับ นายวิทย์ธวัชที่ 280/2560 และนายสุริยา ศาลออกหมายจับที่ 281/2560 ลงวันที่ 14 พ.ย.2560 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร

ส่วนสาเหตุของการสังหารโหดในครั้งนี้ เกิดจากเรื่องที่ผู้ตายเล่นเฟซบุ๊กแล้วชอบโพสต์ใส่ร้าย ยุแหย่ให้ครอบครัวนายวิทย์ธวัช กับครอบครัวของนายสุริยา เกิดความแตกแยกทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งสองคนทนไม่ไหว จึงออกอุบายชวนนายวิรัตน์ ออกไปกินเหล้าที่ร้านข้าวต้มแห่งหนึ่งในตลาดเทศบาลท่ายาง เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ตกดึกจึงได้ขับรถยนต์พานายวิรัตน์ มาที่เกิดเหตุ บริเวณลานกว้างพื้นที่ทำเหมืองแร่ยิปซั่ม ทุ่งใหญ่ไมนิ่ง หมู่ 4 ต.ทุ่งใหญ่ เพือสอบถามหาความจริงแต่นายวิรัตน์ไม่ยอมรับกับสิ่งที่ได้ทำลงไป จนทำให้ทั้งคู่เกิดโมโห บันดาลโทสะรุมกันชกต่อย ก่อนที่นายวิทย์ธวัช จะใช้ปืนลูกซองยางที่แอบพกขึ้นรถมา จ่อยิงนายวิรัตน์ จนถึงแก่ความตาย จากนั้น ก็ทิ้งศพหมกพงหญ้าจนขึ้นอืด และมีคนมาพบดังกล่าว และในเช้าวันที่ 15 พ.ย. ก็จะนำตัวทั้งสองคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ได้ พร้อมกัน 2 คน ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เผาชู และ พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช เดินทางมาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้กำลังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ พร้อมทั้งเอ่ยปากชมว่า ร่วมกันทำงานได้อย่างดี สามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว และปิดคดีลงได้ภายในระยะเวลาอันสั้น.