วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ยูเนสโก’ เชิดชู “กำพล วัชรพล” บุคคลสำคัญโลก

ครบ100ปีชาตกาล ด้านศึกษา-สื่อสาร

ยูเนสโกประกาศยกย่อง “กำพล วัชรพล” บุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษาและสื่อสารมวลชน ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีชาตกาล ในวันที่ 27 ธ.ค.2562 ท่ามกลางเสียงสนับสนุนของประเทศสมาชิก เตรียมเผยแพร่ไปยังประเทศสมาชิกทั่วโลก “ธีระเกียรติ” ปลื้มแทนคนไทย แนะใช้โอกาสช่วง เฉลิมฉลองเชื่อมโยงบทบาทสื่อสารมวลชนกับการศึกษา หวังพัฒนาการศึกษาและสื่อสารมวลชนในประเทศไทยและเซาท์อีสต์เอเชียตรงเป้ายูเนสโก เผยประวัติชีวิต “กำพล วัชรพล” ในเส้นทาง “คนหนังสือพิมพ์” จาก “ข่าวภาพรายวัน” จนก้าวผงาดมาเป็น “ไทยรัฐ” หนังสือพิมพ์อันดับหนึ่งของไทยในปัจจุบัน

นับเป็นความภาคภูมิใจแก่ชาวไทยรัฐ เมื่อองค์การยูเนสโก ประกาศยกย่องนายกำพล วัชรพล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษาและสื่อสารมวลชน ทั้งนี้ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้แถลงข่าวถึงเรื่องสำคัญของวงการสื่อมวลชนว่า จากการประชุมสมัยสามัญขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ครั้งที่ 39 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่มีขึ้นเมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 13 พ.ย. ตรงกับเวลาประมาณ 21.00 น. ของไทย ยูเนสโกได้มีมติประกาศยกย่องบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ในปี 2561-2562 จำนวน 48 รายการ

นพ.ธีระเกียรติกล่าวอีกว่า เป็นที่น่ายินดีว่า ในส่วนของประเทศไทยยูเนสโกได้ประกาศยกย่อง นายกำพล วัชรพล เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษาและสื่อสารมวลชน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล ในวันที่ 27 ธ.ค.2562 ทั้งนี้ นายกำพลได้ทำสิ่งที่ถือเป็นคุณูปการให้กับวงการศึกษาและสื่อสารมวลชน โดยก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและเป็นผู้ผลักดันธุรกิจหนังสือพิมพ์มากว่า 60 ปี จนทำให้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐมียอดจำหน่ายมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เป็นผู้นำระบบการพิมพ์หนังสือพิมพ์ของไทย โดยนำเทคโนโลยีใหม่คือการเรียงพิมพ์ด้วยแสงมาใช้เป็นฉบับแรก

รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นนักสื่อสารมวลชนที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการศึกษา โดยใช้สื่อเป็นตัวกลางในการส่งเสริมการ เข้าถึงข้อมูลและการศึกษา ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนไทยรัฐวิทยาแห่งแรกขึ้นที่ จ.ลพบุรี เมื่อปี 2512 แล้วยกให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีมูลนิธิไทยรัฐเป็นผู้อุปถัมภ์ ปัจจุบันมีโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 101 โรง มีนักเรียนกว่า 30,000 คน ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ และกำลังก่อสร้างโรงเรียนไทยรัฐวิทยาเพิ่มเติมอีก 10 โรง รวมเป็น 111 โรง

นพ.ธีระเกียรติยังกล่าวด้วยว่า สำหรับการเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นโครงการที่สำคัญของยูเนสโก ในฐานะองค์การระหว่างประเทศ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติคุณของบุคคลและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศสมาชิกยูเนสโกที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าเป็นแบบอย่างทางด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรมและสังคมศาสตร์ หรือสื่อสารมวลชน ช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของประชาชน หรือทำให้เกิดสันติภาพของประเทศหรือของโลก รายการที่ได้รับการบรรจุไว้ในโครงการ จะได้รับการเผยแพร่ไปยังประเทศสมาชิกทั่วโลก

“การที่ยูเนสโกยกย่องนายกำพลเป็นบุคคลสำคัญของโลก ถือว่าสุดยอดและเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่โดดเด่นในประเทศไทยแต่มีการเผยแพร่ไปทั่วโลก ในการประชุมครั้งนี้ถือว่าได้รับการสนับสนุนจากทุกประเทศที่เป็นสมาชิกเพราะไม่มีใครคัดค้าน ส่วนประเทศสมาชิกที่ให้การสนับสนุนในการเสนอชื่อคือ เวียดนาม มาเลเซีย เกาหลีใต้ ผู้ที่ได้รับการประกาศยกย่องก่อนหน้านี้คือ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในโอกาสครบรอบ 100ปีชาตกาล ปีนี้เป็นท่านกำพล วัชรพล ผมขอแสดงความยินดีกับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” นพ.ธีระเกียรติกล่าว

รมว.ศึกษาธิการกล่าวตอนท้ายด้วยว่า นายกำพลได้รับการยกย่องจากยูเนสโกทั้งด้านการศึกษาและสื่อสารมวลชน ดังนั้นมองว่าเราควรจะใช้โอกาสในการเฉลิมฉลอง 100 ปีชาตกาล เผยแพร่เรื่องสื่อสารมวลชนกับการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะเชื่อมโยงบทบาทของสื่อสารมวลชนกับการศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งการศึกษาและสื่อสารมวลชนในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือเซาท์อีสต์เอเซีย ซึ่งยูเนสโกตั้งเป้าไว้เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของยูเนสโก

สำหรับประวัติของนายกำพล วัชรพล “สามัญชนคนหนังสือพิมพ์” ที่เป็นชาวเอเชียเพียงคนเดียวที่ยูเนสโกประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษาที่ยูเนสโกร่วมเฉลิมฉลองในโอกาส 100 ปีชาตกาล พ.ศ.2561-2562 เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2462 ที่บ้านบริเวณหลังวัดดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร บิดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ชื่อนายหลี เป็นชาว จังหวัดสุพรรณบุรี มารดาเป็นชาวกระทุ่มแบน ชื่อนางทองเพียร ยิ้มละมัย มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4 คน คือ นางนกแก้ว ทรัพย์สมบูรณ์ นายสยม จงใจหาญ นายวิมล ยิ้มละมัย และนายกำพล วัชรพล ภรรยาคือคุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล

วัยเด็กของนายกำพล ต้องติดตามบิดาผู้มีอาชีพล่องเรือเร่ซื้อขายข้าว โอกาสที่จะได้เรียนหนังสือในโรงเรียนมีน้อยมาก เมื่อบิดาหยุดค้าขายหันมาทำสวน นายกำพลในวัยหนุ่มได้ช่วยบิดาทำสวน ในช่วงสั้นๆก่อนที่จะผันตัวไปทำงานในเรือรับจ้าง จนได้เป็นนายท้ายเรือที่ตำบลสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ จากนั้นได้เข้ากรุงเทพฯไปอาศัยอยู่กับญาติชื่อลุงจอมในห้องเช่าแคบๆและต้องช่วยลุงจอมทำงานทุกวันโดยใช้มีดเหลาทางมะพร้าวสำหรับเสียบหมูสะเต๊ะขายและถีบสามล้อรับจ้างไปด้วย

ในปี 2483 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นายกำพลเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อหมดเวลาประจำการทหารเรือแล้วก็ได้สมัครเข้ารับราชการทหารเรือเป็นลูกประดู่เต็มตัว ประจำอยู่เรือรบหลวงสีชัง ในปี พ.ศ.2491 ได้ลาออกจากทหารเรือมาสมัครเข้าทำงานหนังสือพิมพ์ “หลักไทย” ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 50 สตางค์ มีนายเลิศ อัศเวศน์ เป็นบรรณาธิการ มอบหน้าที่ให้นายกำพลขึ้นรถเมล์ไปรวบรวมข่าวแจกที่กรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์) สมัยที่ยังตั้งอยู่เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา ถนนราชดำเนินกลาง รายได้อีกส่วนหนึ่งในการดำรงชีพ นายกำพลได้มาจากค่านายหน้าในการหาแจ้งความ (โฆษณา) มาลงหนังสือพิมพ์

ไม่นานนักนายกำพลกับนายเลิศ อัศเวศน์ ได้นำสารคดีเรื่อง “นรกใต้ดินไทย” ไปเสนอขายที่สำนักพิมพ์ เมื่อตกลงเรื่องราคากันไม่ได้ จึงมาลงทุนพิมพ์ขายเอง ได้เงินมา 6 พันบาท และเงิน 6 พันบาทนี้ได้กลายเป็นต้นทุนในการทำนิตยสารรายสัปดาห์ชื่อ “ข่าวภาพ” เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2493 ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นหนังสือพิมพ์ราย 3 วัน แล้วพัฒนาเป็นหนังสือพิมพ์ “ข่าวภาพรายวัน” มี 12 หน้า ขายฉบับละ 50 สตางค์ พิมพ์วันละ 3 พันฉบับเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2495

หนังสือพิมพ์ข่าวภาพรายวันออกจำหน่ายได้ 5 ปีเศษ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 สั่งปิดหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในกรุงเทพฯ รวมทั้งหนังสือพิมพ์ข่าวภาพรายวัน นายกำพลจึงไปเช่าหัวหนังสือพิมพ์ “เสียงอ่างทอง” ซึ่งออกที่จังหวัดอ่างทองมาออกในกรุงเทพฯ จัดทำโดยคณะบรรณาธิการข่าวภาพรายวัน เมื่อหนังสือพิมพ์เสียงอ่างทองได้รับความนิยมมากขึ้น เจ้าของหัวได้ขอคืน นายกำพลจึงออกหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่ได้เตรียมซื้อหัวไว้ก่อนแล้ว จัดทำโดยกองบรรณาธิการเสียงอ่างทอง เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2505 มีสำนักงานอยู่ที่ซอยวรพงษ์ ถนนสามเสน

เมื่อหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมียอดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น นายกำพลจึงได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่ริมถนนวิภาวดีรังสิต ก่อสร้างอาณาจักรเป็นสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุด มีเครื่องพิมพ์ที่ทันสมัยที่สุด และยังได้ปฏิวัติระบบการเรียงพิมพ์จากเรียงพิมพ์ด้วยมือมาเป็นการเรียงพิมพ์ด้วยแสง จนมาถึงการเรียงพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐจำหน่ายวันละ 6 กรอบ วางตลาดตามภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งในต่างประเทศที่มีคนไทยอาศัยอยู่ เช่นที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา นครแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี และนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จำนวนจำหน่ายวันละ 1 ล้านฉบับ นับว่ามากที่สุดในบรรดาหนังสือพิมพ์ในประเทศภูมิภาคอาเซียน

นายกำพลได้เริ่มสร้างโรงเรียนไทยรัฐวิทยาหลังแรกที่จังหวัดลพบุรี เมื่อ พ.ศ.2512 นับถึงวาระสุดท้ายในชีวิตสร้างได้ 101 โรง ที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีมูลนิธิไทยรัฐที่นายกำพลตั้งขึ้นเมื่อคราวฉลองอายุครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2522 คอยติดตามดูแลให้การช่วยเหลือโรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั้งเรื่องอาหารกลางวัน อุปกรณ์การเรียนการสอน การพัฒนาครู พัฒนาอาคารสถานที่และอื่นๆ

ผลงานของนายกำพลได้รับการยกย่องไม่เฉพาะ ในประเทศไทยเท่านั้น โดยขณะที่นายกำพลมีชีวิตอยู่ มีการประชุมใหญ่นักหนังสือพิมพ์ทั่วโลกที่ประเทศ บราซิล ในที่ประชุม นายฮิเดอิ ซากาตะ ผู้แทนสมาคม เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น ได้กล่าวสดุดีนายกำพลต่อที่ประชุมว่า เป็นคนเดียวและเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวที่ได้อุทิศเงินเพื่อการศึกษามากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ถ้าหากนายกำพลจะเอากำไรที่ได้จากการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ไปใช้ส่วนตัวจนหมด หรือแบ่งให้คนทำงานบ้างก็ไม่มีใครว่าอะไร

ในการเรียนการสอนนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยานั้น นายกำพลได้ให้แนวทางกับคณะทำงานโรงเรียนไทยรัฐวิทยาเพื่อชุมชนในชนบทว่า นอกจากจะให้เรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังอยากจะเพิ่มเติมให้โรงเรียนไทยรัฐวิทยาเป็นแหล่งบ่มเพาะคนดีออกไปสู่สังคม โดยกล่าวว่า “ต่อไป ภายหน้า ถ้าพบคนดีๆที่ไหน ถ้าถามและได้รับคำตอบว่าเมื่อเล็กๆเคยเรียนที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยาแล้วผมจะมีความสุขมาก

เมื่อนายกำพลถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคมะเร็งลำไส้เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539 คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล และลูกๆ ได้แก่ นางยิ่งลักษณ์ วัชรพล และนายสราวุธ วัชรพล ได้สืบทอดเจตนารมณ์ในการดูแลและพัฒนาโรงเรียนไทยรัฐวิทยา รวมทั้งจะเพิ่มจำนวนโรงเรียนไทยรัฐวิทยาในโอกาส 100 ปี ชาตกาลนายกำพล ให้มีจำนวนถึง 111 โรง ภายในปี 2562 ด้วย

สำหรับบุคคลสำคัญที่ยูเนสโกได้ประกาศยกย่อง ในคราวเดียวกับที่ได้ยกย่องนายกำพล วัชรพล ครั้งนี้ มีผู้มีชื่อเสียงโด่งดังที่มีผู้รู้จักกันโดยทั่วไปรวมอยู่ด้วย อาทิ ลีโอนาร์โด ดาร์วินชี จิตรกรชื่อดังชาวอิตาลี ที่มรณะกรรมครบ 500 ปี แมกซิม กอร์กี นักประพันธ์ชื่อดังชาวรัสเซีย (150ปีชาตกาล) รวมทั้งวีรบุรุษของคนผิวสี ผู้นำการต่อสู้การเหยียดผิว คือนายเนลสัน โรลีห์ลาห์ลา แมนเดลา รัฐบุรุษอดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ (100 ปีชาตกาล) เป็นต้น