วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวดศพ โจ คืน 4 โปรดิวเซอร์เผยเคยพูดเป็นลาง 'ขอกินข้าวมื้อสุดท้าย'

บรรยากาศงานสวดพระอภิธรรมศพคืนที่ 4 ของ โจ ธนัท ฉิมท้วม หรือ โจ บอยสเก๊าท์ อายุ 44 ปี ณ วัดสายไหม ยังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยในเวลา 19.00 น. บริษัท โคลิเซียม ผู้ผลิตละครเรื่อง ชาติลำชี ได้เป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรม

และภายในงานนอกจากจะมี นายสัมฤทธิ์ ฉิมท้วม พ่อของโจ บอยสเก๊าท์ และ นางฉัตรทอง ชัยวิชิต แม่บุญธรรม รวมถึงบุคคลในครอบครัว ตลอดจนเพื่อนของนักร้องดังผู้ล่วงลับแล้ว เพื่อนๆ วงบอยสเก๊าท์ ทั้ง ต๊ะ วินรวีร์ ใหญ่เสมอ และ ดิ๊พ ธนพงศ์ คล้ายพงศ์พันธ์ มาร่วมงานในทุกวันอีกด้วย

รวมไปถึงพี่น้องในวงการบันเทิง อาทิ บ่าววี อาร์สยาม, พ่อรอง เค้ามูลคดี, ยุ้ย ปัทมวรรณ, ปาน ธนพร, ต๊ะ พัฒนศักดิ์ พงษ์พันธุ์ หรือ ต๊ะ บีมิกซ์ และคนอื่นๆ อีกมากมาย ที่มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมของ โจ

โดย รัญชน์ เมืองลพ โปรดิวเซอร์ของบริษัท โคลีเซียม ผู้ผลิตละครเรื่อง ชาติลำชี ซึ่งเป็นละครเรื่องสุดท้ายของ โจ อีกทั้งยังถ่ายทำไม่เสร็จ แต่มาเสียชีวิตลงก่อน ได้เล่าถึงการทำงานของโจ และยังบอกถึงแนวทางต่อจากนี้ ว่าจะทำอย่างไร เพราะในส่วนของโจเพิ่งถ่ายทำไปได้เพียง 70% เท่านั้น

“ละครชาติลำชีส่วนของโจถ่ายไป 70 เปอร์เซ็นแล้ว พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราเลยต้องหาทางแก้ไข อีกอย่างโจเป็นตัวเดินเรื่องคู่กับบ่าววีในเรื่องด้วย

แต่ที่โจต้องเล่นก็เหลือเยอะเหมือนกัน เลยตัดสินใจว่าจะให้ ดิ๊พ บอยสเก๊าท์ มาเล่นแทน ซึ่งจะเป็นทำนองที่ว่าในเรื่อง บทของโจต้องถูกย้ายไปรับราชการที่อื่น แล้วให้ตัวละครที่ดิ๊พจะเล่นมาเล่นแทนเป็นคนใหม่

เราคิดว่า คนดูน่าจะเข้าใจอยู่แล้ว ถามว่าช่วงระหว่างถ่ายทำเขามีอาการอะไรมั้ย คือโจเป็นคนที่เข้าได้กับทุกคนแม้แต่เด็กเสิร์ฟน้ำ เป็นคนน่ารักมาก ไม่เคยหงุดหงิด แม้จะมานั่งรอแล้วไม่ได้ถ่ายก็ตาม

อย่างล่าสุดเขามานั่งแต่งตัวใส่เครื่องแบบตำรวจรอบ่าววี ซึ่งบ่าววีมีงานที่ต่างจังหวัด และกำลังตีรถกลับมาเข้าฉาก นั่งทานข้าวไป 3 มื้อแล้วก็ยังไม่ได้เข้าฉาก แต่บ่าววีมาไม่ทัน จนสุดท้ายหมดเวลาก็ไม่ได้ถ่าย

นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ทุกคนในกองได้เจอโจ จากนั้นเขาไม่ได้เข้าฉากอีกเลยแล้วมาเสียไปซะก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาพูดเหมือนเป็นลาง คือ แม่ครัวเรียกโจกินข้าว โจกลับบอกว่า "กินแล้ว และจะกินเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ"

แต่ตอนนั้นไม่ได้มีใครคิดอะไร เพราะเขาเป็นคนตลกๆ คุยสนุกอยู่แล้ว วันที่เขาเสีย ต๊ะไปถ่ายละครที่เมืองกาญจน์ และบอกว่า ตอนเย็นมีเล่นคอนเสิร์ตบอยสเก๊าท์รวมกัน 3 คน เราก็รู้สึกดี ดีที่จะได้มารวมตัวกัน จนกลางคืนเขาก็เสียชีวิต

ผมรู้จักโจมานานมาก ใน 3 คนนี้ โจมีฐานะทางการเงินและการงานที่แย่กว่าเพื่อน เพราะคนอื่นมีธุรกิจ แต่โจเขาจะไม่ค่อยเก่งด้านนี้ เขาจะมีแค่งานละคร คอนเสิร์ตของเขา เราเลยบอกเขาว่า ถ้าพี่ทำละครพี่ก็จะให้โจมาเล่น เหมือนเป็นคำสัญญาต่อกัน แต่ต่อไปนี้คงไม่มีเขาแล้ว

ส่วนเรื่องลูกชายของโจ ไม่มีใครรู้จริงๆ เพราะมันเป็นเรื่องก่อนเข้าวงการ โจเขาไม่เคยบอกอะไรใครเลย ไม่ว่าจะทุกข์ หรือ สุข เขาเก็บความรู้สึกเก่งมาก แต่ภายนอกจะเป็นคนเฮฮา

สำหรับเรื่องลูก ถามว่าจะพามาเล่นละครมั้ย ก็ต้องดูต่อไปว่าจะเป็นยังไง ไม่ใช่ว่าเป็นทายาทแล้วจะสามารถเล่นละครได้เลย อีกอย่างเขาอายุ 27 ปีแล้ว

หลังจากที่โจเสียถามว่าเคยเจอเรื่องแปลกๆ บ้างรึเปล่า ก็ยังไม่เจออะไรเลย แต่ตัวผมอยากเจอนะ ถ้ามาหาก็ไม่ได้เป็นอะไร ก็อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง ผมไม่กลัวถ้าเขาจะมาหา”.