วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับ ครม.หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ

ปรับ ครม. ดัชนีทิศทางความคิด

หลังกลับจากการประชุมระดับนานาชาติทั้งเอเปกที่เวียดนามและอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ เรียกว่า 2 งานใหญ่ติดต่อกัน

หากว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯโชว์ฟอร์มบริหารจัดการภายในประเทศได้อย่างงานอินเตอร์อย่างนี้

ไปได้สวย ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยแต่อย่างใด

ทว่า มันคงไม่ใช่อย่างนั้นนี่สิ...มันถึงได้มีปัญหา อย่างแรกที่จะเร่งดำเนินการคือการปรับ ครม. ที่ยังค้างคาอยู่ ไม่ปรับก็ไม่ได้ ปรับแล้วจะได้อะไรที่สำคัญ

ยังดีที่มีการเปิดเผยด้วยตัวเองว่า ในการประชุม ครม.ที่ผ่านมาได้พูดกับที่ประชุมทำนองว่า หากจำเป็นต้องปรับ ครม. นั้น ไม่ใช่เป็นความผิดหรือทำงานไม่ได้ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ หวังว่าคงไม่โกรธกันนะ

และยังกล่าวถึงข้อครหาที่ว่า จะกล้าตัดสินใจปรับ ครม. เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีทหารแบบเพื่อนพ้องน้องพี่หรือไม่

โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นเจ้ากระทรวง ที่ว่ากันว่าเป็นเพื่อนสนิท คบหาสมาคมกันมาอย่างยาวนาน

ถึงกับพูดกันว่าเป็น “กระเป๋า” ให้กับนายกฯลุงตู่มาตลอด

คำตอบก็คือ เพื่อนก็ส่วนเพื่อน งานก็ส่วนงาน แยกกันออกไปไม่มีปัญหาอะไร

ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไปร่วมประชุมอยู่ต่างประเทศนั้น ปรากฏมีกระแสความเคลื่อนไหวภายในประเทศว่าด้วยการปรับ ครม.

สำนักโพลหลายแห่งสำรวจความเห็นของประชาชน ผลออกมาไม่ต่างกันเท่าใดนัก คือต้องการให้นายกฯปรับ ครม. และเน้นไปที่ พล.อ.ฉัตรชัย ด้วยการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัว โดยไล่ไปตั้งแต่เกษตรฯ พาณิชย์ คลัง

เหตุผลก็คือ ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องของชาวบ้าน

แน่นอนว่าความจำเป็นที่จะต้องปรับ ครม. เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่พ้น เนื่องจากมีรัฐมนตรีลาออกไป 1 คน และนายกฯก็ยืนยันว่าจะต้องมีการปรับอย่างแน่นอน

จะปรับเล็ก-ปรับใหญ่ยังไม่มีความชัดเจน

แต่ถ้ามองกันในสภาพความเป็นจริงอย่างมีเหตุมีผลและเป็นเสียงของประชาชนที่แสดงออกว่า หากปรับ ครม. ก็จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพยิ่งขึ้นและทำงานต่อไปได้อย่างราบรื่น

ข้อสำคัญก็คือ กล้าที่จะปรับให้ถูกใจหรือไม่?

ว่าไปแล้วในสภาพของรัฐบาลปัจจุบันที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่แบบยกสุดท้าย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะถูกมองว่าอยู่ในระยะ “ขาลง”

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับ ครม. อย่างที่บอกได้ว่าคะแนนนิยมสูงขึ้นทันควัน เสถียรภาพมั่นคงขึ้นอย่างอัตโนมัติ

พูดง่ายๆว่า เห็นหน้าค่าตารัฐมนตรีใหม่แล้วต้องร้องฮือกันอย่างนี้

นั่นแหละจะเป็นผลพวงที่ทำให้รัฐบาลคะแนนตีตื้นขึ้นมาทันทีและนั่นจะทำให้การบริหารประเทศก้าวต่อไปน่าจะดีขึ้นมาได้

ในแง่จิตวิทยาถือว่าเกาถูกที่คัน

ผลที่ตามมาอีกก็คือ ทำให้รัฐบาลสามารถบริหารงานต่อไปอย่างราบรื่น ยิ่งได้คนเก่ง ตรงกับงานด้วยแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปสร้างคำถาม หาคำตอบให้ยุ่งยาก

เพราะความเชื่อมั่น เชื่อถือ ศรัทธาจะไหลมาเอง อย่างน้อยๆก็ทำให้เห็นว่าผู้นำประเทศรับฟังเสียงของประชาชน สนองความต้องการของพวกเขาได้

ถ้าการตัดสินใจตรงนี้ไม่ดีพอ ระวังจะ “เสียของ” ก่อนถึงปลายทาง.

“สายล่อฟ้า”