วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทิศทางการปรับ ครม. หวยจะออกกระทรวงไหน?

โดย ซูม

ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ยังไม่มีการปรับ ครม.อย่างเป็นทางการครับ และตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ยังอยู่ที่ต่างประเทศ เสร็จจากการประชุมเอเปกที่จีน ก็มาต่อการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์

แต่ก็ไม่แน่นะครับ กว่าต้นฉบับของผมจะได้ลงตีพิมพ์อาจจะมีการประกาศโผใหม่แล้วก็ได้ เพราะยุคนี้มักจะมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว คาดเดาไม่ค่อยถูกเกิดขึ้นเสมอๆ

ในแง่ความเห็นของประชาชนนั้น มีโพล 2 โพลไปสอบถามความเห็นมาแล้ว ได้ผลที่คล้ายคลึงกันคือ อยากให้ปรับและควรจะปรับกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจมากที่สุด

นิด้าโพล สุ่มตัวอย่างถามประชาชนมา 1,251 ราย พบว่าร้อยละ 68.1 เห็นด้วยว่าควรปรับ ครม. เพราะ ครม.ชุดปัจจุบันยังทำงานไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ

กระทรวงที่ต้องการให้ปรับเปลี่ยนมากที่สุด ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยละ 20.38) กระทรวงพาณิชย์ (ร้อยละ 16.07) กระทรวงการคลัง (ร้อยละ 7.27) กระทรวงศึกษาธิการ (ร้อยละ 6.08)

ในขณะที่ “สวนดุสิตโพล” สำรวจจากการสุ่มตัวอย่าง 1,263 ราย พบว่า ร้อยละ 86.61 เห็นด้วยกับการปรับ ครม. เพราะบางกระทรวงไม่มีผลงาน ยังแก้ปัญหาปากท้องและราคาสินค้าเกษตรกรตกต่ำไม่ได้

รวมความแล้ว กระทรวงด้านเศรษฐกิจที่รับผิดชอบด้านแก้ปัญหาปากท้องตกเป็นเป้าของประชาชนที่เป็นตัวอย่างในการสำรวจของทั้ง 2 โพลมากที่สุดอย่างที่ว่า

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติธรรมดาแต่ประการใด เพราะเรื่องปากเรื่องท้อง เรื่องรายได้ หรือเรื่องสินค้าถูกหรือแพงอะไรเหล่านี้ เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรงมากกว่าเรื่องอะไรทั้งหมด

กระทรวงที่ประชาชนในโพลทั้ง 2 โพลนี้ เจาะจงมาก โดยเฉพาะนิด้าโพล ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์นั้น กำลังงานเข้าอยู่พอดี อันเนื่องจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน

ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์ แม้จะมีผลงานดีเด่นด้านส่งออก แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้กระจายไปสู่คนหมู่มาก ทำให้ประชาชนรู้สึกเฉยๆ จะมีก็แต่นักวิชาการ หรือระดับนโยบายเท่านั้นที่ตื่นเต้นว่า การส่งออกที่เพิ่มมหาศาลมีส่วนช่วยทำให้จีดีพีปีนี้เติบโตเกินกว่าที่เคยคาดไว้

ในทางตรงข้ามราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายๆอย่างกลับแพงขึ้นในทัศนะของประชาชน ซึ่งหน้าที่ในการดูแลเรื่องราคาสินค้าเป็นของกระทรวงพาณิชย์โดยตรง จึงทำให้คะแนนของกระทรวงพาณิชย์ไม่สูงนัก จึงมีเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยน รมต.กระทรวงนี้ด้วย

สำหรับความเห็นของผมนั้น ใจจริงแล้วไม่อยากให้เปลี่ยนอะไรมากนัก เพราะอย่างไรเสีย รัฐบาลนี้ก็เปรียบเหมือนรัฐบาลรักษาการที่จะดูแลประเทศก่อนการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ถ้าดูตามโรดแม็ปก็น่าจะประมาณ 1 ปี หรือปีเศษๆนับจากนี้ไป จึงควรเปลี่ยนเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ

ซึ่งเมื่อดูแล้ว ก็หนีไม่พ้นที่จะเป็นกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับปากท้องโดยตรงอย่างที่ว่า

ส่วนกระทรวงด้านเศรษฐกิจอื่นๆที่เน้นหนักในเรื่องโครงสร้างระยะยาวของประเทศอย่างกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม หากไม่จำเป็นน่าจะคงไว้ และโดยส่วนตัวผมก็คิดว่าท่านนายกฯประยุทธ์น่าจะคงไว้ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นนโยบายเอกของรัฐบาลนี้ ที่จะต้องลงหลักปักฐานให้หนาแน่นในช่วงเวลา 1 ปีที่เหลือ ผมก็เชื่อว่าท่านนายกฯคงไม่เปลี่ยนตัวแน่

ครับ ก็คาดเดากันไป แต่ของจริงจะออกมาอย่างไร เราคงต้องรอดูและคงจะคลอดออกมาในเวลาไม่นานนัก

สรุปว่าเปลี่ยนคงเปลี่ยนแน่ เพราะอย่างน้อยก็ต้องตั้ง รมต.แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่ยื่นใบลา และมีผลเรียบร้อย

แต่จะเปลี่ยนใหญ่เปลี่ยนเล็กอย่างไร และหวยจะไปออกกระทรวงไหนบ้าง ถ้าใช้สำนวนของนักเขียน นักข่าวการเมืองรุ่นเก่าก็คงต้องใช้ว่า...โปรดติดตามอย่ากะพริบตาก็แล้วกัน!!

“ซูม”