วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาร์คแฉ เกณฑ์คนตอบ 6 คำถาม!

กกต.จ่อ-ยื่นตีความ จัดเลือกตั้งท้องถิ่น คืออำนาจหน้าที่ใคร

“บิ๊กป้อม” ขีดเส้นปลดล็อกเฉพาะท้องถิ่น ฮึ่มห้ามหาเสียงสร้างความขัดแย้ง กกต.ชงศาล รธน.ชี้ขาดอำนาจจัดการเลือกตั้ง “ศุภชัย” อ้าง รธน. กับ ม.27 กฎหมาย กกต.ขัดแย้งกัน “สมชัย” ติง คสช.ทำไม่ถูกมาชี้นิ้วสั่ง ด้าน “มีชัย” ตอกกลับเข้าใจผิดไปเอง ชี้ รธน.เขียนให้ กกต.จัดหรือมอบให้คนอื่นก็ได้ เปิดรับฟัง 6 คำถามนายกฯวันแรกเงียบเหงาชาวบ้านมากันบางตา เชียร์ “ประยุทธ์” ลงสังเวียน เห็นด้วย คสช.หนุนพรรคการเมืองเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน “อภิสิทธิ์” ปูดมีใบสั่งเกณฑ์ผู้นำชุมชน ฉะ คสช.ออกหน้าชักใยทำลายทั้งการปฏิรูปและประชาธิปไตย เด็ก พท.ท้า “ประยุทธ์” เปิดหน้าเล่นเต็มตัว ยุส่งตั้งรัฐบาลแห่งชาติไปเลย “ประวิตร” ปัดน้อยใจเป็นตัวถ่วงรัฐบาล แย้มปรับ ครม.ใกล้เสร็จเร็วๆนี้ นายกฯร่วมถกอาเซียนซัมมิต หารือมะกันยึดสันติสยบโสมแดง

จากกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมปลดล็อกการเมือง เพื่อให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้น ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมระบุจะปลดล็อกให้ในระดับหนึ่ง เพื่อให้หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นได้เท่านั้น โดยขอความร่วมมือห้ามก่อให้เกิดความขัดแย้ง

“บิ๊กป้อม” ขีดเส้นปลดล็อกท้องถิ่น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการปลดล็อกในการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า คิดว่าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) คงต้องมีการปลดล็อกในระดับหนึ่งก่อน เพราะจะต้องมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ปลดล็อกเพื่อให้หาเสียงเลือกตั้งได้ เมื่อถามว่าเมื่อปลดล็อกแล้วจะต้องคุมเกี่ยวกับเนื้อหาการหาเสียง เพื่อไม่ให้สร้างความขัดแย้ง หรืออาจโจมตี คสช.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะหาเสียงให้ขัดแย้งไม่ได้ ต้องขอความร่วมมือกัน แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน

“พรเพชร” สั่งวิป สนช.ตั้งวงหารือ

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมปลดล็อกให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า จะนำเข้าหารือในคณะกรรมาธิการกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) สัปดาห์นี้ เพื่อหารือเตรียมความพร้อมไว้ เบื้องต้นจะให้คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สนช. ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะยังไม่ทราบว่ารัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจะเสนอแก้กฎหมายอะไรมาบ้าง ยืนยันว่าการพิจารณาการเลือกตั้งท้องถิ่นจะไม่กระทบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เหลือเพียง 3 ฉบับเท่านั้น ส่วนจะปลดล็อกพรรค การเมืองเมื่อใด เป็นเรื่องของรัฐบาลและ คสช.จะพิจารณา

กกต.ชงศาล รธน.ชี้ขาดใครจัด ลต.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ให้การต้อนรับนายอาเหม็ด สุไลมาน ประธาน กกต.แห่งสาธารณรัฐมัลดีฟส์ และคณะ เนื่องในโอกาสศึกษาดูงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยนายศุภชัยกล่าวว่า ทุกประเทศมองว่าไทยกำลังจะมีเลือกตั้งในปี 2561 มีการเปลี่ยนแปลงกติกาหลายอย่าง จากนั้นนายศุภชัยให้สัมภาษณ์ถึงกรณี คสช.จะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นในบางพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. มาตรา 27 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัด โดย กกต.เป็นคนควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งยังขัดแย้งกันอยู่ กกต.จึงมีมติให้สำนักงานยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อให้ได้บทสรุปที่ชัดเจนก่อนที่ คสช.จะปลดล็อกให้เลือกตั้งท้องถิ่นได้ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาการฟ้องร้องในภายหลัง

“สมชัย” ติงไม่ถูก คสช.มาชี้นิ้วสั่ง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงกรณี รัฐบาลจะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า กกต.มีความพร้อม แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือหากเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง 8 พันกว่าแห่ง แล้วมีคดีร้องเรียนเพียงแค่แห่งละ 1 เรื่อง จะเป็นภาระของ กกต.อย่างมาก จะประกาศผลได้หรือไม่ อยากฝากไปถึงรัฐบาลว่าการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ใดเป็นอำนาจและการประเมินของ คสช.ว่าจะให้มีการเลือกตั้งในระดับใด และผ่อนคลายในพื้นที่ใดบ้าง แต่เมื่อปลดล็อกแล้วกระบวนการจัดการน่าจะต้องเป็นบทบาทของ กกต.จะมอบหมายให้ใครจัดการเลือกตั้ง อาจเป็นกระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยราชการ หรือท้องถิ่นจัดการเลือกตั้งก็ได้ เป็นเรื่องที่ กกต.ชุดใหม่จะตัดสิน ไม่ใช่อยู่ดีๆ รัฐบาลกำหนดว่าใครเป็นคนทำอย่างนี้ไม่ถูก เพราะ กกต.ต้องเป็นคนกำหนด

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ส่วนกระบวนการสรรหา กกต.ที่คาดว่าในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาในวันที่ 17 พ.ย. ที่ประชุมจะสามารถเลือกได้ 2 คน คณะกรรมการสรรหาจะลงมติคัดเลือก กกต. 5 คน ภายในวันที่ 12 ธ.ค. เมื่อครบทั้ง 7 คน ต้องส่งชื่อให้ สนช.ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบประวัติก่อนลงมติ คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 เดือน น่าจะได้รายชื่อ กกต.ทั้ง 7 คน เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประมาณวันที่ 15 มี.ค.61 จะได้ กกต.ชุดใหม่

“มีชัย” ตอกกลับเข้าใจผิดไปเอง

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการส่ง กรธ.ร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อถกการเตรียมจัดเลือกตั้งส่วนท้องถิ่นว่า ได้มอบนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ.เป็นตัวแทนไปหารือว่ารัฐธรรมนูญจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ ถ้ามีต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และต้องแก้กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาและผู้บริหารท้องถิ่น และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งท้องถิ่นให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจในการจัดการเลือกตั้ง เป็นความเข้าใจผิดของ กกต. เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนว่าให้ กกต.จัดหรือมอบให้คนอื่นจัดเลือกตั้งก็ได้ เดิมการเลือกตั้งท้องถิ่น กกต.ทำหน้าที่กำกับดูแลแล้วให้ท้องถิ่นจัดเอง ส่วนตำแหน่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งให้ปลัดอำเภอทำหน้าที่ ไม่มีปัญหาอะไร สำหรับกลไกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่จะใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด

แย้มไม่ได้เข้าคูหาใน 1–2 เดือนนี้

เมื่อถามว่า กฎหมายไม่ห้ามพรรคการเมือง สนับสนุนผู้สมัครฯท้องถิ่น แล้วจะส่งผลต่อการปลดล็อกพรรคการเมืองหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า กฎหมายไม่ได้ห้าม ต้องดู คสช.จะปลดล็อกให้เมื่อไร คงไม่เลือกตั้งท้องถิ่นภายในเดือนสองเดือนนี้ เมื่อใกล้เลือกแล้ว เขาคงจะไปปรึกษา กกต.ก่อน ส่วนการปลดล็อกเพื่อให้พรรคการเมือง ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น จะประชุมพรรคยังไม่ได้ เพราะมีประกาศ คสช.ห้ามชุมนุมทางการเมืองอยู่ แต่บางส่วนสามารถดำเนินการได้ เช่น ทะเบียนสมาชิกพรรค

เชื่อ คสช.ไม่เจตนาเช็กเรตติ้ง

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. กล่าวถึงกรณี คสช.เตรียมปลดล็อกให้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นว่า ระหว่างที่พรรคการเมืองไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ เชื่อว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะปลอดจากการแทรกแซงของพรรคการเมือง ทั้งนี้อยากให้ คสช.เร่งพิจารณาการสอบสวนผู้บริหารท้องถิ่นที่อยู่ระหว่างการถูกสอบตามมาตรา 44 ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้คนบริสุทธิ์ได้พิสูจน์ตัวเองในการเลือกตั้ง รวมถึงตำแหน่งรักษาการผู้บริหารท้องถิ่นที่หมดวาระไปแล้ว แต่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ตามมาตรา 44 ควรให้คนกลางมาปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบ ส่วนที่มองว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นการหยั่งเสียงของ คสช.และเช็กกระแสพรรคการเมือง คสช.ไม่ได้ผูกมัดกับนักการเมืองท้องถิ่นเท่าใด เชื่อว่าไม่มีเจตนาเช็กเรตติ้งตัวเอง หรือพรรคการเมือง ส่วนจะปลดล็อกพรรคการเมืองเมื่อใดขึ้นอยู่กับ คสช.พิจารณา การปลดล็อกอาจไม่ปลดล็อกทั้งหมด อาจปลดล็อกบางเรื่องก่อนก็ได้

ชทพ.โร่เคลียร์อะไรทำได้–ไม่ได้

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อสอบถามแนวทางการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยนายนิกรกล่าวว่า เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนใน 5 ประเด็น อาทิ เรื่องการแจ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกพรรคภายใน 90 วัน พรรคไม่สามารถตรวจสอบความมีอยู่จริงของสมาชิกพรรคในปัจจุบันได้ เป็นไปได้หรือไม่ที่ กกต.จะประสานกับผู้มีอำนาจประสานไปยังสำนักทะเบียนราษฎร์ กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ตรวจสอบจากเลขประจำตัว 13 หลัก เรื่องทุนประเดิมพรรค 1 ล้านบาท พรรคจะนำเงินบางส่วนที่มีอยู่ก่อน พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ มารวมกับเงินที่ได้รับการบริจาค หรือเรียกเก็บจากสมาชิกพรรคหลังกฎหมายลูกนี้ใช้บังคับเป็นทุนประเดิมได้หรือไม่ เป็นต้น พรรคต้องการความชัดเจนในประเด็นเหล่านี้ ถ้าจะให้ทำก่อนปลดล็อก แต่ไม่มีความชัดเจน พรรคการเมืองก็ไม่สามารถทำได้ แต่หากรอคำสั่งปลดล็อกไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ หากดำเนินการหลังปลดล็อกเกรงว่าจะทำไม่ทัน

ท้ากูรู ก.ม.วิพากษ์คำถามนายกฯ

อีกเรื่อง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงคำถาม 6 ข้อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เกี่ยวกับอนาคตของประเทศ ที่ให้ข้อเสนอแนะไปไม่เหมาะสม อาจชี้นำครอบงำพรรคการเมือง ว่า อยากให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคณะกรรมการกฤษฎีกาออกมาให้ความเห็น โดยเฉพาะกรธ.ผู้ร่างกฎหมายว่าความเห็นของตนถูกต้องหรือไม่ เพื่อแลกเปลี่ยนให้ตนฉลาดขึ้นด้วย อยากให้คนในสังคมช่วยกันให้ทำตอบที่ถูกต้อง ดีกว่าไปถามประชาชนที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย คำตอบจากประชาชนไม่ได้หมายความว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องในเชิงกฎหมาย คนที่จะใช้กฎหมายต้องอยู่บนหลักที่ถูกต้องเป็นธรรม อย่าคิดเพียงว่าเป็นกลุ่มพวกเดียวกันก็ตอบเอาใจกันและกัน ท้ายสุดจะก่อให้เกิดความเสียหาย ส่วนนายกฯจะรับฟังความเห็นหรือไม่เป็นเรื่องของนายกฯ

กอ.รมน.เชิญชวนชาวบ้านตอบ

พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณี 6 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ว่า กอ.รมน.ได้ประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้ประชาชนมาตอบคำถามของนายกฯผ่านศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ ขอให้ประชาชนนำบัตรประชาชนหรือเอกสารอื่นๆ ที่แสดงตัวตนติดตัวมาด้วย สบายใจได้ว่าการใช้เลขบัตรประชาชนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนเท่านั้น ต้องการให้แสดงความคิดเห็นเพียงครั้งเดียว ประชาชนที่ตอบคำถามนายกฯ 4 ข้อไปก่อนหน้านี้มาตอบคำถาม 6 ข้อได้อีก

“บิ๊กป๊อก” เมิน กกต.ติงส่อผิด ก.ม.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงภาพรวมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับคำถาม 6 ข้อของนายกรัฐมนตรี ว่ายังไม่ได้รับรายงานภาพรวมเพราะเพิ่งดำเนินการ จุดที่ประชาชนสามารถไปตอบคำถามทั้ง 6 ข้อได้คือที่ศูนย์ดำรงธรรมประจำจังหวัด อำเภอ ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตกรุงเทพฯ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ข้างทำเนียบฯ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยได้ประสานไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการเรื่องการรับฟังความคิดเห็นแล้ว เมื่อถามถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ออกมาระบุว่าการถามคำถาม 6 ข้อ เป็นการชี้นำและส่อผิดกฎหมายหลายข้อ โดยเฉพาะที่ คสช.ประกาศว่า จะสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น ส่วนตัวไม่ขอวิจารณ์ แต่หากดูโดยภาพรวม ก็ยังเห็นว่าคำถามน่าจะนำไปถามประชาชนได้ ทั้งนี้เมื่อได้คำตอบก็จะนำเสนอนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯยังไม่ได้ให้นโยบายว่าพอได้คำตอบแล้วจะนำคำตอบที่ได้ไปทำอะไร

ย้ำผู้ว่าฯโหมตีปี๊บกระชากเรตติ้ง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการรับฟังความเห็นคำถามนายกฯวันแรกว่า ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ พร้อมทั้งสถานที่ และบุคลากรอำนวยความสะดวกทุกด้าน ได้เน้นย้ำไปยัง ผวจ.ทั่วประเทศ ให้ใช้กลไกทั้งของส่วนราชการและท้องถิ่น ร่วมประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง สร้างการรับรู้ให้พี่น้องประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ตามแบบสอบถาม 4+6 ข้อ คือเป็นคำถามที่นายกฯ ถามเดิม 4 ข้อ และล่าสุด 6 ข้อ รวม 10 ข้อ เจ้าหน้าที่ห้ามชี้แนะคำตอบเด็ดขาด ผู้ที่เคยตอบคำถาม 4 ข้อของนายกฯก่อนหน้านี้มาแสดงความคิดเห็นได้อีก อย่าลืมนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ราชการออกให้ มีภาพใบหน้า และเลขประจำตัว 13 หลัก เช่น พาสปอร์ต บัตรข้าราชการ ใบขับขี่ ไป แสดงในเวลาราชการ โดยยังไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการรับฟังความคิดเห็น และให้จังหวัดสรุปผลมายังกระทรวงมหาดไทยทุก 10 วันเพื่อรวบรวมเสนอนายกฯ

วันแรกไม่คึกคัก ปชช.มาบางตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเปิดรับฟังความเห็นคำถาม 6 ข้อของนายกฯเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ซึ่งเป็นวันแรก ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี บริเวณสำนักงาน ก.พ. บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ตลอดทั้งวันมีประชาชนมาตอบคำถามเพียง 4 คน คำตอบส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เห็นว่าจำเป็นต้องมีนักการเมืองและพรรคการเมืองหน้าใหม่ คสช.มีสิทธิสนับสนุนพรรคการเมืองใดหรือบุคคลใด รวมทั้งมองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศจากการดำเนินงานของ คสช.และการทำงานของรัฐบาล คสช.กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้

เชียร์ “บิ๊กตู่” ลงสังเวียนนักเลือกตั้ง

ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ค่อนข้างเงียบเหงาเช่นกัน มีผู้มากรอกแบบสอบถามเพียง 5 คน โดย น.ส.สุนันทา หิรัญบำรุง อายุ 70 ปี จากเขตภาษีเจริญ กล่าวว่า ตั้งใจมาตอบคำถามทั้ง 10 ข้อ หลังจากอ่านแล้วเข้าใจเจตนาของนายกฯที่ ต้องการให้ประชาชนมาแสดงความคิดเห็น จะได้นำไปกำหนดแนวทางการบริหารประเทศ เห็นด้วยหาก คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมือง ประชาชนจะได้มีทางเลือกหลากหลาย ซึ่งถือเป็นสิทธิของนายกฯและประชาชน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการรับฟังความเห็นในครั้งนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นหลังกระบวนการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ขณะเดียวกันอยากให้นายกฯลงรับสมัครเลือกตั้งหลังจากพ้นตำแหน่ง และลงสู่สนามเลือกตั้งเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน

ตจว.ทยอยมาอยากได้คนหน้าใหม่

สำหรับบรรยากาศตามจังหวัดต่างๆ ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.พังงา บรรยากาศวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนทุกสายอาชีพทยอยเดินทางมาตอบแบบสอบถามตั้งแต่ช่วงเช้า มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.สงขลา ประชาชนให้ความสนใจทยอยเดินทางมาตอบคำถามอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ประชาชนทยอยมาตอบคำถามกันจำนวนมาก น.ส.กมลชนก ขันขวา อายุ 28 ปี ชาว จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า มาตอบคำถามเพื่ออยากให้มีนักการเมืองและพรรคการเมืองหน้าใหม่มาบริหารประเทศ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ แก้ไขปัญหาในช่วงแรกได้ดี แต่ช่วงหลังเริ่มพัฒนาได้ช้า เศรษฐกิจยังไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนที่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองต่างๆ ออกมาเคลื่อน ไหวขณะนี้ คิดว่าต้องการสร้างเครดิตให้ตัวเองก่อนการเลือกตั้ง ส่วนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี และศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.อ่างทอง ค่อนข้างเงียบเหงา ประชาชนมากันบางตา คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาทยอยตอบคำถามในวันถัดไป

“อภิสิทธิ์ ”ปูดใบสั่งเกณฑ์ผู้นำชุมชน

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวในรายการต้องถาม ทางสถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ ถึง 6 คำถามของนายกฯว่า รูปแบบการตั้งคำถามแบบมีกลไกรัฐเกี่ยวข้อง ผู้ตอบต้องแสดงตัวมีบัตรประชาชน แต่ไม่สามารถวัดความคิดเห็นตามหลักวิทยาศาสตร์ หลักสถิติ หรือหลักการสำรวจความคิดเห็นที่ถูกต้องได้ เพราะมีถึง 6 คำถาม ในยุคนี้คนที่ตอบคำถามไม่ถูกใจจะกล้าไปตอบหรือไม่ หากตอบไปตรงๆ เผลอๆ ถูกเชิญไปปรับทัศนคติก็ได้ มีคนส่งข้อมูลมาให้กำลังตรวจสอบว่า ในหลายพื้นที่มีการเกณฑ์ให้ผู้นำชุมชนไปตอบคำถาม ถ้าไปไม่ได้ให้ส่งตัวแทนไป ไม่ทราบว่าใครสั่ง เพราะยังตรวจสอบไม่ได้ ถึงบอกว่าไม่ได้ค้นหาคำตอบที่แท้จริงจากสังคม ถ้านายกฯอยากจะถามควรถามเรื่องปากท้องค่าครองชีพจะได้ประโยชน์และได้ใจไปด้วย หรือการตั้งคำถามเกี่ยวกับ การพัฒนาน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ในภาพรวมจะไม่เป็นผลดี ทั้งก่อนและหลังการปลดล็อก เราจะสร้างช่องว่างระหว่างนักการเมืองกับ คสช.ทำไม นี่คือสิ่งที่ไม่เหมาะสม

ฉะ คสช.หนุนพรรคปฏิรูปสูญเปล่า

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่ คสช.บอกว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งนั้น ตนเห็นว่า ต้องไม่ใช่การสนับสนุนโดยอำนาจรัฐบาล คสช. ถ้าทำเช่นนี้จะทำลายพื้นฐานระบอบประชา-ธิปไตย และทำลายการปฏิรูปการเมือง ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุจะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนนั้น เคยพูดกับนายวิษณุว่าทำไมไม่ปล่อยให้ส่วนท้องถิ่นมีการเลือกตั้งกันไปตามวาระ หาก คสช.กังวลเรื่องความวุ่นวายคุมง่ายกว่ามาก แต่ตอนนี้องค์กรปกครองท้องถิ่นหมดวาระพร้อมกันไปหมดแล้ว

“บุญยอด” ซัดไม่ยุติธรรม คสช.ชี้นำ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชา-ธิปัตย์ กล่าวว่า คสช.ในฐานะที่เป็นรัฐบาลและเป็นคนออกแบบร่างกฎกติกาแล้วไปประกาศตัวว่าจะสนับสนุนผู้เล่น หรือพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง มันไม่เป็นธรรมแน่ แล้วยังจะอยู่เป็นผู้นำในการปฏิรูปได้อย่างไร จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์กล้าตัดสินใจและทำตัวเป็นผู้นำในการปฏิรูปปรับปรุงงานด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองให้เดินไปพร้อมกันได้อย่างแท้จริง

หวัง ปชต.อย่านำเผด็จการมาเทียบ

เมื่อเวลา 13.30 น. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง & รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ” ว่า หากเรายังหวังว่าจะเดินหน้าเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ต้องคิดว่าระบอบเผด็จการเป็นเพียงอุบัติเหตุ ที่เข้ามาขัดจังหวะประชาธิปไตยเท่านั้น ไม่ควรเอาเผด็จการมาเปรียบเทียบกับประชาธิปไตย แต่หากต้องการจะเปรียบเทียบกันจริงๆ ควรทำให้ถูกฝาถูกตัวคือต้องเปรียบเทียบรัฐบาลเผด็จการกับเผด็จการด้วยกัน และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยกัน จะสมน้ำสมเนื้อกว่า หลักมีแค่นี้ อย่าทำให้มันไขว้เขวมากกว่านี้เลยเช่น ลองเปรียบเทียบรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลไหนมีผลงานมากกว่ากัน จอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอม ต่างมีมาตรา 17 ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ก็มีมาตรา 44 ต่างมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนกัน น่าจะเป็นธรรมกว่า

“อำนวย” ยุตั้ง รบ.แห่งชาติไปเลย

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ล้วนเป็นเรื่อง การเมือง โดยเฉพาะคำถามที่ 2 ที่ถามว่า คสช.สามารถสนับสนุนพรรคการเมืองใดได้หรือไม่ ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์จะเล่นการเมืองขอให้เปิดหน้าเล่นเต็มตัว ตั้งพรรค การเมืองหรือให้พรรคนอมินีเสนอชื่อท่านเป็นนายกฯในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเมื่อเลือกตั้งแล้วให้จัดทำรัฐบาลแห่งชาติ ให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาของประเทศ ทั้งการปฏิรูป การร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเดินหน้าสร้างความปรองดอง เป็นเวลา 2 ปี แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่เดินตามระบอบประชาธิปไตยปกติ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะทำเพียงฝ่ายเดียวปัญหาจะไม่จบ ต้องให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการหาทางออกและสร้างอนาคตให้กับประเทศร่วมกัน

“บิ๊กป้อม” บอกใบ้ปรับ ครม.เสร็จเร็วๆนี้

ส่วนความคืบหน้าในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการปรับ ครม.ว่า คงเร็วๆนี้ ส่วนที่มีข่าวว่าตนบ่นน้อยใจหรือเป็นตัวถ่วงในรัฐบาลนั้นไม่มีอะไร ก็พูดกันไป เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้ได้มีการพูดคุยกับนายกฯหรือยังว่า ภาพของ ครม.ที่จะปรับจะเป็นอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่คุย ให้นายกฯเป็นผู้ตัดสินใจเอง เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าถ้าปรับ ครม.แล้วรัฐบาลจะดีขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะดีหรือไม่ดี อยู่ที่คนดูเป็นคนตัดสิน ถ้าไม่ชอบกันเขาก็ต้องบอกว่าไม่ดี เมื่อถามว่า นายกฯ ฟังโพลที่สำรวจความเห็นประชาชนที่อยากให้ปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ฟังๆเมื่อถามต่อว่า ผลโพลที่ออกมาอยากให้ปรับกระทรวงด้านเศรษฐกิจและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มากที่สุด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่ได้อยู่กระทรวงเศรษฐกิจ

“บุญยอด” ยกโพลกระแทกทีม ศก.

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีผลสำรวจของสวนดุสิตโพล และนิด้าโพลระบุผลสำรวจพบว่าร้อยละ 51.92 และร้อยละ 53.28 อยากให้ปรับ ครม.ด้านเศรษฐกิจว่า ผลสำรวจได้สะท้อนปัญหาที่ชาวบ้านมองเห็นและกำลังเผชิญอยู่ ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจว่าจะปรับปรุงเปลี่ยน แปลงหรือไม่อย่างไร หากคิดว่าจะอยู่ต่อเหมือนเดิม ทำโครงการต่างๆต่อไป เช่น ราคายาง ข้าวโพด มันสำปะหลังและข้าว ราคาตกต่ำต่อเนื่องกว่า 3 ปี ยังไม่แก้ แม้นายกฯจะสั่งการให้ส่วนราชการใช้ยาง พาราผสมราดยางทำถนน ทำพื้นสนามกีฬาและสนามเด็กเล่น แต่เหมือนสั่งน้ำมูก ไม่มีสภาพบังคับใช้ สั่งแล้วไม่ติดตามทั้งที่มีอำนาจ อีกหลายโครงการถูกท้วงติงว่าส่อเจตนาไม่โปร่งใสแต่ยังจะทำ แม้จะพ้นจากรัฐบาลนี้ไปแล้ว แต่ในอนาคตต้องถูกตรวจสอบอยู่ดี ทั้งการจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วสูงของปภ.สังกัดกระทรวงมหาดไทย หรือเครื่องสแกนม่านตาของกระทรวงแรงงาน ขอให้ ครม. ลงมาเดินถนนบ้าง แล้วจะรู้ว่าเศรษฐกิจของจริงที่ชาวบ้านเผชิญอยู่เป็นอย่างไร

ยันยังไม่ซื้อเครื่องสแกนตา

นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการใช้เครื่องสแกนม่านตาแรงงานต่างด้าวว่า มีความจำเป็นต้องนำมาใช้พิสูจน์อัตลักษณ์ เพราะไทยถูกต่างชาติและองค์การระหว่างประเทศจับตามองเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะแรงงานประมง เป็นกลุ่มเสี่ยงมีการกีดกันทางการค้า ไม่รับซื้อสินค้าบางประเภท จึงต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าแรงงานผิดกฎหมายที่เข้ามาทำงานในประเทศเป็นใคร ทำอะไรอยู่ที่ไหน ข้อมูลที่เก็บไว้จะไปอยู่ในถังข้อมูลกลาง เพื่อให้หน่วยงานราชการนำไปใช้ได้ เบื้องต้นได้เก็บข้อมูลม่านตาแรงงานกลุ่มประมงที่มีปัญหาลายนิ้วมือลบเลือนไปแล้วกว่า 2 หมื่นคน ส่วนแรงงานกลุ่มอื่นประมาณ 2 ล้านคนจะใช้วิธีการพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยวิธีใด หน่วยงานไหนดูแลขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ที่ คสช.ตั้งขึ้น รวมทั้งการซื้อเครื่องสแกนม่านตาเพิ่มอีกกี่เครื่อง จากที่ยืมกรมเจ้าท่าใช้อยู่ 30 เครื่อง เพื่อให้เพียงพอกับแรงงานประมงอีกกว่า 7 หมื่นคน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ถ้าให้ซื้อต้องทำถูกต้อง เพราะถ้ามีทุจริตหาประโยชน์ตนต้องรับผิดชอบ

ทบ.ปัดอุ้มแกนนำสวนยางเข้าค่าย

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.วีรชัย อินทุโศภน ผู้ช่วย ผบ.ทบ. กล่าวว่า ในการประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช. กองทัพภาคที่ 4 ได้รายงานถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัวนายถนอมเกียรติยิ่งฉ้วน และนายประทุม สุขสนาน 2 แกนนำเกษตรกรสวนยาง จ.ตรัง มาทำความเข้าใจที่ ร.15 พัน.4 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ กรณีจะเดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ที่กระทรวงเกษตรฯในวันที่ 13 พ.ย. ว่า เป็นการเชิญมาทำความเข้าใจปกติ ไม่ได้นำตัวไปเข้าค่ายทหาร เป็นปัญหาความเดือดร้อนของชาว สวนยางที่ตั้งใจจะมาบอกให้รัฐบาลทราบ ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าไปชี้แจงและแกนนำชาวสวนยางก็เข้าใจ โดยจะไม่มายื่นหนังสือเรียกร้องแล้ว

นายไพรัช เจ้ยชุม ประชาสัมพันธ์คณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถขัดขวางการเรียกร้องได้ แม้ว่าตนและนายสำรอง เพชรทอง ถูกทหารควบคุมตัวและปล่อยตัวออกมา แต่ยังมีแกนนำชาวสวนยาง จ.พัทลุง อีกหลายคนที่จะเดินทางไปกรุงเทพฯเพื่อแสดงสัญลักษณ์และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำที่กระทรวงเกษตรฯ

“มาร์ค” จวกรัฐแก้ยางไม่ตรงจุด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแกนนำชาวสวนยางพาราถูกทหารเชิญตัวไปคุยในค่ายทหารว่า เป็นวิธีการของ คสช.ที่ไม่ประสงค์เห็นการชุมนุม แต่กรณีนี้เกิดขึ้นจากความเดือดร้อนของชาวสวนยางที่ไม่มีการตอบสนอง หรือปัญหาไม่คลี่คลายที่ต้องแสดงออกให้ทราบถึงปัญหา จะใช้บังคับบัญชาแบบทหารไม่ได้ เพราะการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาไม่เกิดผล การเอายางพาราไปใช้ในโครงการของรัฐเกิดขึ้นน้อยมาก อยากเห็นรัฐบาลและ คสช.แก้ปัญหาแบบเชิงรุกมากกว่า ขอให้รัฐควรนำนโยบายประกันราคามาใช้ ส่วนกรณีที่เกษตรกรขอให้ปลดผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยและ รมว.เกษตรฯนั้น เข้าใจความรู้สึกพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางดี แต่หากเปลี่ยนคนแล้วนโยบายเป็นแบบเดิมจะได้ผลแบบเดิมๆ

“ฉัตรชัย”รอหารือนายกฯ

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ กล่าวหลังรับฟังข้อเรียกร้องจากเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และสภาเครือข่ายยาง และสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) ว่าเตรียมนำปัญหาเรื่องราคายางพาราตกต่ำจนเป็นเหตุให้เกษตรกรชาวสวนยางออกมาขับไล่นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ไปหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในกรณีปฏิบัติหน้าที่ไม่โปร่งใสตามข้อกล่าวหา รวมถึงกรณีนำเงินของ กยท.ไปตั้งบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด กับ 5 ผู้ส่งออกยางรายใหญ่มูลค่า 1,200 ล้านบาท เพื่อพยุงราคายางพารา แต่กลับเข้าซื้อเฉพาะจุดที่มีพวกพ้องตัวเองได้ประโยชน์ ไม่ตรงวัตถุประสงค์และไม่สามารถพยุงราคายางได้ การปลดผู้ว่าการ กยท. รัฐมนตรีไม่สามารถทำได้เนื่องจากต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย การปลดนอกจากประเมินผลงานแล้วไม่ผ่าน ยังมีมาตรา 44 ที่จะทำได้ แต่ต้องปรึกษานายกฯหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ

นปช.จี้ ป.ป.ช.ตามคดีสลายชุมนุมปี 53

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวถึงความคืบหน้าคดีสลายการชุมนุมของ นปช.ปี 53 หลังจากอัยการสูงสุดส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.กว่า 1 เดือน ยังไม่มีอะไรคืบหน้าว่า สัปดาห์นี้จะส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือขอพบประธาน ป.ป.ช.หรือกรรมการ ป.ป.ช.สอบถามความคืบหน้าและแนวทางปฏิบัติ พร้อมขอรับสำเนาคำวินิจฉัยที่ ป.ป.ช.เคยยกคำร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่กรรมการใช้พิจารณา จะได้ทราบว่าอะไรคือหลักฐานเก่าและอะไรเป็นหลักฐานใหม่ อยากให้กรรมการ ป.ป.ช.เข้าใจว่าความเงียบของกระบวนการยุติธรรมคือการเหยียบย่ำซ้ำเติมผู้สูญเสีย อย่าปล่อยให้เกิดคำถามเดิมๆว่า ทำไมคดีกลุ่มพันธมิตรฯตำรวจใช้แก๊สน้ำตา ป.ป.ช.ลงทุนจ้างทนายฟ้องนายกฯและรองนายกฯ แต่คดี นปช.เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสงครามจนคนตาย ป.ป.ช.กลับยกคำร้องไม่ฟ้องใครเลย

“บิ๊กตู่” ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่เดินทางไปเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 และการประชุมที่เกี่ยวข้องระหว่างวันที่ 13-14 พ.ย. ที่ศูนย์วัฒนธรรมฟิลิปปินส์ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 และการประชุมที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการร่วมจับมือถ่ายรูปหมู่กับผู้นำชาติอาเซียนทั้ง 10 ประเทศและคู่เจรจา โดยมีนายโรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียนให้การต้อนรับและกล่าวเปิดประชุมภายใต้หัวข้อ “Partnering for change, Engaging the world :หุ้นส่วนการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของโลก”

ยึดหลักสันติสยบโสมแดง

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมพบปะผู้นำอาเซียนกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนในรูปแบบการหารือระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน หารือทวิภาคีกับนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ฉลองครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ โดยมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วม ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างอาเซียน-สหรัฐฯ โดยย้ำบทบาทสำคัญของสหรัฐฯ ด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคโดยเฉพาะวิกฤตการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตการณ์นี้อย่างจริงจัง โดยอาเซียนมีบทบาทโดยร่วมผลักดันเกาหลีเหนือให้ยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์โดยเร็ว ยึดแนวทางสันติวิธี

เน้นเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับจีน

ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 20 โดยมีนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชน จีนเข้าประชุมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนการจัดทำวิสัยทัศน์เพื่อความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อาเซียน-จีน ค.ศ. 2030 ใน 3 แนวทางคือ ส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาคระหว่างอาเซียนกับจีน และพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน ลักษณะไทยแลนด์พลัสวัน ส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างกัน และการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างอาเซียนกับจีนเพื่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค จากนั้นเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน -สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 19 การประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 20 พร้อมพบปะผู้นำอาเซียนบวกสามกับสภาธุรกิจเอเชียตะวันออก การประชุมสุดยอดแม่โขง-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 9 และการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ ครั้งที่ 9 ตามลำดับ