วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แผ่นดินไหว ตายกว่า 300 ถล่มพรมแดน อิรักกับอิหร่าน นานาชาติช่วย!

สยองก่อนฟ้าสาง แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.3 จุดศูนย์กลางอยู่ ในดินแดนอิรัก แต่สะเทือนหนักถึงอิหร่าน ที่มีพรมแดนติดกัน ส่งผลอาคารบ้านเรือนพังถล่มนับร้อย รวมถึงโรงพยาบาลที่เสียหายหนัก ตามด้วยดินถล่มซ้ำในหลายพื้นที่ของอิรัก ทำให้ระบบไฟฟ้า ประปา และการสื่อสารถูกตัดขาดเป็นวงกว้าง แรงสั่นสะเทือนยังเขย่าไปไกลถึงอิสราเอล ตุรกี และคูเวต เบื้องต้นอิหร่านพบผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 300 ราย คาดยอดเจ็บตายสองประเทศพุ่งไม่หยุด ด้านนานาชาติเร่งส่งความช่วยเหลือด้านกู้ภัยที่ยังเข้าไม่ถึงอีกหลายแห่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดิน ไหวครั้งใหญ่เขย่าแผ่นดินสองประเทศคือบริเวณพรมแดนด้านทิศตะวันตกของประเทศอิหร่านกับภาคเหนือของประเทศอิรัก เมื่อเวลา 21.18 น. คืนวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 01.18 น. วันจันทร์ที่ 13 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ระบุว่า แผ่นดินไหวมีความรุนแรงถึง 7.3 แมกนิจูด จุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดินเพียง 23.2 กิโลเมตรในเมืองเปนจวิน ห่างเมืองฮาลับจา ทางภาคตะวันออก เฉียงเหนือของอิรักใกล้กับพรมแดนอิหร่าน ประมาณ 30 กม. สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในดินแดน ของทั้งประเทศอิรักและอิหร่าน บ้านเรือนในหลายสิบหมู่บ้านพังถล่มหลายร้อยหลัง พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 342 คน บาดเจ็บกว่า 4,000 คน ประชาชนกว่า 70,000 คนไร้ที่อยู่อาศัย

ต่อมาทางการอิหร่านเปิดเผยว่า แผ่นดินไหวส่งผลกระทบอย่างน้อย 14 จังหวัดในอิหร่าน พบผู้เสียชีวิตแล้ว 336 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 3,950 คน ส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดเคอร์มานชาห์ ซึ่งอยู่ในเขตภูเขาซากรอซที่กั้นพรมแดนอิหร่านและอิรัก โดยเฉพาะเมืองซาร์โพล-อี ซาฮับ ห่างพรมแดนอิรัก-อิหร่าน 15 กิโลเมตร มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดกว่า 236 คน โรงพยาบาลหลักในเมืองเสียหายหนัก ขณะที่ต้องรองรับผู้บาดเจ็บที่มาล้นโรงพยาบาลอย่างยากลำบาก

ส่วนในอิรัก รวมทั้งในเขตยึดครองของชาวเคิร์ดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 คน บาดเจ็บกว่า 320 คน เมืองที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือเมืองดาร์บันดิคาน ห่างเมืองสุไลมานิยาห์ ในภูมิภาคเคอร์ดิสถานไปทางตะวันออกประมาณ 75 กิโลเมตร คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตทั้งในอิหร่านและอิรักจะพุ่งขึ้นอีกมาก เพราะ หน่วยกู้ภัยยังเข้าไม่ถึงเขตภัยพิบัติหลายแห่งหน่วยกู้ภัยและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านและอิรักเผยว่า แผ่นดินไหวซึ่งกินเวลานานกว่า 1 นาที ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอิรัก ไล่ตั้งแต่เมืองเออร์บิล ไปจนถึงกรุงแบกแดด และสะเทือนไปไกลถึงอิสราเอล ตุรกี และคูเวต ต่างรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้ แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ทั้งยังมีแผ่นดินไหวต่อเนื่องหรืออาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกกว่า 100 ครั้ง ทำให้ประชาชนที่กำลังหลับใหลในหลายเมือง รวมทั้งกรุงแบกแดด แตกตื่นวิ่งหนีออกจากอาคารบ้านเรือนมาอยู่ตามท้องถนน ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น นอกจากนี้ ยังเกิดแผ่นดินถล่มในหลายพื้นที่ เศษดินและหินปิดกั้นขวางถนน ทำให้การกู้ภัยยากลำบากยิ่งขึ้น ส่วนระบบไฟฟ้า ประปา และการสื่อสารถูกตัดขาดเป็นบริเวณกว้าง

ด้าน อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุดของอิหร่าน ส่งสาส์นแสดงความเศร้าเสียใจสุดซึ้งต่อเหยื่อแผ่นดินไหว และสั่งหน่วยกู้ภัยกับหน่วยงานรัฐบาลทั้งหมดเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบสุดความสามารถ ส่วนนายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อบาดี แห่งอิรัก สั่งให้หน่วยป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนและสถาบันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหยื่อแผ่นดินไหวสุดกำลังเช่นกัน ด้านนานาชาติ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา และปากีสถาน ส่งสาส์นแสดงความเสียใจและเสนอความช่วยเหลือ ขณะที่ตุรกีได้ส่งความช่วยเหลือฉุกเฉินทางเครื่องบินไปยังเขตภัยพิบัติในอิรักแล้ว

ทั้งนี้ อิหร่านตั้งอยู่ในแนวแผ่นดินไหวใหญ่หลายแนว รวมทั้งแนวเหลื่อมซ้อนของเปลือกโลก “อาระเบีย” และ “ยูเรเซีย” ทำให้เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง นับตั้งแต่ปี 2533 แผ่นดินไหวคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 40,000 คน บาดเจ็บกว่า 300,000 คน โดยในปี 2546 แผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 6.6 ที่เมืองบาม เมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีผู้เสียชีวิตกว่า 31,000 คน และแผ่นดินไหวที่จังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันออกเมื่อเดือน ส.ค.2555 มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน

วันเดียวกัน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ตามที่ปรากฏรายงานข่าวว่าเกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.3 ที่ชายแดนอิรัก-อิหร่าน เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2560 สถานเอกอัครราชทูตไทยในอิหร่านรายงานว่า ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ ขณะที่สถานเอก-อัครราชทูตไทยในจอร์แดน ซึ่งดูแลครอบคลุมประเทศ อิรัก รายงานว่าได้ติดต่อกับผู้แทนคนไทยในเมืองต่างๆ ของอิรักแล้วในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบเช่นกัน

ช่วงค่ำวันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานเพิ่มเติมหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ในอิรักและสะเทือนถึงอิหร่านที่มีพรมแดนติดกัน ว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังทำให้เขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่กั้นแม่น้ำ “ดิยาลา” ใกล้เมืองดาร์บันดิคานในจังหวัดสุไลมานิยาห์ในอิรัก เสียหายด้วย โดยนายราห์มาน ฮานี ผู้อำนวยการเขื่อน เผยว่า เขื่อนแห่งนี้สร้างตั้งแต่ปี 2504 เป็นเขื่อนที่มีการก่อสร้างแข็งแรง และมีการบูรณะครั้งล่าสุดในปี 2556 แต่ตอนนี้พบร่องรอยความเสียหายที่ชัดเจน ทั้งแนวตั้งแนวนอนของตัวเขื่อนและถนนรอบเขื่อน บางส่วนของเขื่อนจมลงต่ำกว่าระดับเดิม แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าหรือไม่ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านพุ่งขึ้นเรื่อยๆถึง 341 คน บาดเจ็บ 5,935 คนแล้ว

เมื่อคืนวันเดียวกัน ตามเวลาในไทย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานยอดผู้เสียชีวิตรวมจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บริเวณพรมแดนประเทศอิหร่านและอิรัก เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 387 คน ผู้บาดเจ็บมีเพิ่มเป็นกว่า 7,000 คน ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ในประเทศอิหร่าน