วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 12/11/60

โดย สีกาอ่าง

พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้ากลาง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ของสุวิทย์ กลีบยี่สุ่น.

วันนี้ เปิดเวที สนามพระวิภาวดี กับ หลวงพ่อปัญญา วัดชลประทานฯ ที่เพิ่งพระราชทานเพลิงศพไป และเป็นหนึ่งในพระสงฆ์ทรงศีล ที่ยกย่องได้ว่าเป็นผู้ที่ นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา คำสอนและธรรมะของท่าน เป็นอะไรที่ง่ายๆ แต่ใช่เลย อย่างเช่น สอนว่า คิดแต่เรื่องดีๆ พูดแต่เรื่องดีๆ ทำแต่เรื่องดีๆ คบแต่คนดีๆ ไปสถานที่ดีๆ จะทำให้เราดียิ่งขึ้น.....

ส่วนสนามพระของท่านผู้ชมวันนี้ เปิดด้วย พระลือ หน้ามงคล กรุประตูลี้ ลำพูน ซึ่งเคยบอกว่า พระลือองค์นี้เป็นแชมป์องค์จริง ที่พิสูจน์แล้วว่าไม่มีองค์สู้ได้.....

เพราะทั้งพิมพ์พระที่ติดชัดสมบูรณ์แบบทั้งองค์ โดยเฉพาะพระพักตร์ที่ติดชัดลึก ทั้งพระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์ พระกรรณ และก็ไม่ใช่ติดแบบธรรมดา แต่เป็น “องค์หน้าหล่อ”.....

หลายคนจึงสงสัยว่า จะหล่อขนาดไหน แต่บรรยายยังไงก็สู้เห็นด้วยตาไม่ได้ จึงค้นภาพที่ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ ส่งมานานแล้ว มาให้ดูเอง คิดเอง ว่าสวยจริงตามคำร่ำลือหรือไม่.....

ถามเจ้าของว่า เก็บพระระดับนี้ ไม่กลัวเป็นภาระหรือเพราะต้นทุนสูงกว่าพระสวยทั่วไป เกือบสิบ เท่า คำตอบ ก็คือไม่กลัว เพราะเป็นพระที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า เป็น แชมป์หมายเลข ๑ องค์จริง เชื่อว่ามีคนตาถึง ที่รู้คุณค่าอีกเยอะ.....

เสี่ยพรรคยังให้แง่คิดกับเซียนพระได้ดีมากว่า เราเป็นมืออาชีพ ก็ต้องหาของดีที่สุดให้ลูกค้า และเมื่อลงทุนก็ต้องแน่ใจว่าขายได้ จะเมื่อไหร่เป็นอีกเรื่อง เราก็คิดดอกเบี้ยบวกเป็นต้นทุนไป ราคาอาจสูงขึ้น.....

แต่จากประสบการณ์ ตั้งแต่รุ่นพ่อพระพรีเมียมระดับนี้ขายได้คุ้มทุนทุกครั้ง เพราะที่นี่ประเทศไทย พระเครื่องก็มีค่าเป็นทรัพย์สิน และทรัพย์สินทุกชนิด ก็มีค่าสูงขึ้นๆ สวนกับค่าเงินที่ลดลง ดังนั้น การลงทุนกับพระเครื่อง ซึ่งเป็นอาชีพ ก็เหมือน ฝากเงินได้ดอกเบี้ย เพียงแต่ต้องรู้ว่าเบิกใช้ ไม่ได้ตามใจนึก แต่ได้ความสุขจากการประกอบ อาชีพที่รัก และที่สำคัญ พระทุกองค์ที่ซื้อเราต้อง ชอบด้วย.....

ตามมาด้วย พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้ากลาง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี องค์นี้เป็นพระสภาพเดิมๆ ความสวยอาจไม่ถึงขีดสุด เพราะมีจุดด้อยตรงพระเนตรข้างซ้าย ที่มีริ้วรอยลบเลือนมาแต่เดิม.....

อาจทำให้เสียความรู้สึก แต่ไม่เสียหาย เพราะยังมีความสมบูรณ์เต็มร้อย จุดดีสุดๆ อยู่ที่สีเนื้อผิวพรรณวรรณะผุดผ่อง แสงเงาจากความ แกร่งของผิวเนื้อ เปล่งเป็นแสงรัศมีเสมอกันทั้งด้านหน้าด้านหลัง ไม่มีจุดตำหนิ จากการสัมผัสใช้ให้เสียความ รู้สึก.....

ลายนิ้วแม่มือประทับหลัง แบบก้นหอยของฤๅษีผู้สร้าง ถูกต้องตรงตามตำราเป๊ะ ที่สำคัญเป็น พระหน้าใหม่ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีเหลือมาให้เห็นใน พ.ศ.นี้ ก็ต้องยินดีกับ เสี่ยสุวิทย์ กลีบยี่สุ่น .....

องค์ที่สามคือ พระสมเด็จวัดเกศไชโย พิมพ์ใหญ่ ๗ ชั้นนิยม A ของ เสี่ยประชาวุฒิ สหประชากิจ (เอก วิเศษ) องค์นี้ก็ พระหน้าใหม่ เห็นปั๊บรักเลย เพราะเป็นพระแท้ ดูง่าย ได้มาตรฐาน ทั้งฟอร์มทรง พิมพ์พระ เนื้อมวลสาร เส้นกรอบครอบแก้ว.....

พื้นผิวรอบองค์พระ มีริ้วรอยสัมผัสผิวผ่านใช้มาพอควร แต่องค์พระยังสมบูรณ์งามเด่นเป็นสง่าเกือบเต็มร้อย เหมือนมีปาฏิหาริย์รักษาไว้ให้เห็นคุณค่า เพราะส่วนใหญ่พระผ่านการเลี่ยมใช้ จะสึกมากที่องค์พระ แต่รอบองค์จะสมบูรณ์ เด่นสุดของพระองค์นี้อยู่ที่ เนื้อมวลสาร ซึ่งเป็นชนิด เนื้อนิยม ที่เรียกว่า เนื้อกระดูก .....

ามมาด้วย พระพุทธรูปบูชา พุทธศิลป์สมัยอู่ทอง หน้าหนุ่ม เนื้อสำริด หน้าตัก ๑๑.๕ นิ้ว แชมป์ งานประกวดของ วปอ.53 ที่ศูนย์ราชการ เมื่อ ๒๙ ต.ค. ที่ผ่านมาน่าปลื้ม กับความสมบูรณ์งดงามครบเครื่อง สมศักดิ์ศรีที่ได้ตำแหน่ง

.....

ปัจจุบัน ความนิยมพระพุทธรูปบูชาแผ่วลง เป็นเพราะของดีมีน้อย พระพุทธรูปบูชาแท้ อายุถึงยุค พุทธศิลป์ถึงสมัย ขนาดหน้าตักที่นิยม และสภาพสวยๆสมบูรณ์ถูกซื้อเก็บหมด ไม่พอกับความ ต้องการ.....

ที่มีออกมา ที่เป็น พระแท้ ส่วนมากก็ หย่อนงาม ที่ดูงาม ก็มักไม่สมบูรณ์ หรือไม่ก็เป็น พระสร้างย้อนยุค มาทำเก่า ย้อมขาย กันเยอะ.....

ภาพในสนามพระวิภาวดี ก็ล้วนเป็นพระองค์เดิมๆที่เจ้าของซื้อไว้บูชาประจำตระกูล เก็บไว้เป็นมรดกแทบทั้งนั้น อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยชูโชค นทีทอง ที่มีดีกรีพระแชมป์หมาดๆ ก็จะเป็นพระดีมีคุณภาพ ที่ถูกเก็บเงียบหายไปอีกองค์แน่นอน.....

ต่อไป คือ เหรียญเงินลงยา แจกกรรมการ รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๒ ครูบาเจ้าศรีวิชัย วัดบ้านปาง อ.ลี้ ลำพูน ๑ ใน ๓ แบบเหรียญที่ได้รับความนิยมสูงสุด ของ ครูบาศรีวิชัย พระอมตะเถราจารย์ ผู้สร้างทางขึ้นดอยสุเทพ ระยะทางเกือบ ๑๒ กม. สำเร็จในเวลาไม่ถึง 6 เดือน.....

เหรียญทั้ง ๓ แบบ มี เหรียญทรงกลมรูปไข่ หูเชื่อม บล็อกสองชาย, เหรียญทรงกลมรูปไข่ หูเชื่อม บล็อกสามชาย และ เหรียญลงยา ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งสร้างหลังท่านมรณภาพ เพื่อสมนาคุณเป็นที่ระลึกผู้มาร่วมงานทำบุญสวดพระอภิธรรมศพท่าน ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศล นานถึง ๗ ปี .....

โดยนำเหรียญทรงกลม เนื้อทองแดง ใส่พาน ตั้งไว้หน้าโลงศพท่าน กำหนดผู้ร่วมทำบุญ ๒๕ สตางค์ถึง ๑ บาท หยิบเหรียญไปได้ ๑ เหรียญ.....

สำหรับ เหรียญเงินลงยา ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ แบบอันสวยแชมป์นี้ของ เสี่ยบี พัทยา เป็นเหรียญสร้างแจกกรรมการ--ทั้ง ๓ แบบ ถือเป็น เหรียญตาย พระเกจิอาจารย์ (สร้างหลังจากหลวงพ่อมรณภาพ) ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ราคาเทียบได้กับเหรียญพระเกจิอาจารย์ ชุดเบญจภาคี.....

อีกสำนักคือ พระขุนแผนผงพรายกุมาร พิมพ์ใหญ่ หน้าชมพู ทาบรอนซ์หลังส้ม หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง ที่สร้างชื่อเสียงสนั่น ด้วย เนื้อผงพรายกุมาร ที่ผู้สร้างต้องมีวิชาอาคมเข้มขลัง มีพลังจิตแก่กล้า.....

เพราะตำราว่าเป็น ผงพุทธคุณ ที่มีอาถรรพณ์แรง ไม่เก่งจริง จะมีอันตรายย้อนเข้าตัว เพราะเป็น ผงวิเศษ ของภูตผี ที่ต้องทำจาก หัวกะโหลกทารกตายทั้งกลม ในวันเสาร์ และเผาศพวันอังคาร .....

ก่อนจะสร้าง หลวงปู่ทิม มอบหน้าที่ให้สัปเหร่อไปแสวงหาศพทารกตามตำรา เมื่อได้มาจึงประกอบพิธีสร้างผงอย่างถูกต้องทุกขั้นตอนตามตำรับวิชาของท่าน นำมาเป็นส่วนผสมสร้างเป็น พระผงพรายกุมาร ในแบบพิมพ์ต่างๆ .....

ได้แก่ พิมพ์พรายเดี่ยว พรายคู่ ทรงสามเหลี่ยม, พระพิมพ์สี่เหลี่ยมรูปเหมือนเศียรโต เศียรเล็ก, พระพิมพ์ขุนแผนใหญ่-เล็ก ที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยมสูงสุด อย่างองค์นี้เป็นของ อ.นะ ณ.กาญจน์ .....

พระพิมพ์ขุนแผนทั้ง ๒ ขนาด มีพิมพ์มาตรฐาน ๒ บล็อก คือ บล็อกแรก ลองพิมพ์ (ตื้น) กับบล็อกสอง (ลึก) ด้านหลังมีทั้ง ฝังตะกรุดสาริกา และ หลังยันต์ไม่มีตะกรุด สีเนื้อ มีดำ แดง ชมพู เหลือง ขาว ส่วนใหญ่จะทาสีทอง บรอนซ์ เคลือบไว้.....

อีกเหรียญก็หลวงปู่และสำนักเดียวกันคือ เหรียญเจริญพร ไตรมาส เนื้อเงินตอกโค้ดนะชินบัญชร ของ เสี่ยชาญชัย กสานติกุล สร้างออกปี พ.ศ.๒๕๑๘ นิยมเรียก เหรียญเจริญพรสอง รุ่นไตรมาส.....

เป็น เหรียญทรงกลมรูปไข่แบบเหรียญเจริญพรรุ่นแรก เปลี่ยนอักษร เป็นอักขระเลขยันต์ล้อมรอบองค์ ด้านหลังเปลี่ยนเป็นอักขระยันต์ครู เต็มรูป เนื้อเหรียญมีทองคำ ๖ เหรียญ เนื้อเงิน ๑๑๑ เหรียญ ตอกโค้ดนะชินบัญชรที่สังฆาฏิ เนื้อนวโลหะ ๑๐๙ เหรียญ ตอกโค้ดอิที่ด้านหลัง เนื้อทองแดง ๒๕๘๙ เหรียญ ตอกโค้ดอิ และหมายเลขลำดับกำกับบนสังฆาฏิ เป็นเหรียญอีกรุ่นที่ออกแบบพิมพ์ได้ประณีตงดงาม ได้รับความนิยมสูง.....

สุดท้ายคือ เหรียญ รุ่น ๒๔ หม่อมจรุง พ.ศ. ๒๕๒๐ พระอาจารย์วัน วัดถ้ำอภัย

ดำรงธรรม สกลนคร เนื้อเงิน หลังจาร .....

ท่านเป็นพระเถราจารย์สายวิปัสสนา ได้รับหน้าที่เป็นพระอุปัฏฐาก ดูแลปฏิบัติใกล้ชิด พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนา (สายพระป่า) คณะศิษย์นิยมสร้างเหรียญรูปท่านมาให้อธิษฐานจิต ล้วนมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์รอบด้านสมปรารถนาเป็นที่ประจักษ์ จึงได้รับความนิยมกันมากในหมู่ศิษย์ .....

บอกลาฮาเฮด้วย เรื่องปิดท้ายของ เสี่ยกมล เจ้าของปั๊มน้ำมันย่านกระทุ่มแบน ซึ่งเป็นนักนิยมพระเครื่อง เพราะเชื่อในพุทธคุณพระ ว่าทำให้สร้างตัว มีฐานะ.....

แต่มีปัญหาที่ภรรยา คอยห้าม และต่อว่าเวลาจะซื้อพระ ซึ่ง เสี่ยกมล ก็ทนมาตลอด ๓๐ ปี เพราะไม่อยากตอแยทะเลาะด้วยแต่ก็แอบซื้อพระไม่หยุดมาตลอดเหมือนกัน.....

เมื่อไม่นานมานี้ เสี่ยกมล เห็นลูกค้าที่มาใช้บริการร้านอาหารในปั๊ม คล้อง เหรียญจอบเล็ก หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน นอกเสื้อ ก็เข้าไปขอดู เจ้าของพระก็ให้ดู ส่องแว้บเดียวก็รู้เป็นของแท้ ด้วยความอยากได้ ก็พยายามพูดคุย ดึงเวลา พอได้จังหวะก็ถามซื้อให้ราคา ๘ แสน.....

เจ้าของพระก็ตื่นเต้น ตกลงขาย เสี่ยกมล จึงเข้าไปในห้องทำงานเพื่อจะหยิบสมุดบัญชีไปเบิกเงินจ่าย แต่เจอเมียนั่งทำหน้าเข้ม แต่ความอยากได้พระมาก เสี่ยกมล ก็เลยไม่สนใจหยิบสมุดบัญชีแล้วจะเดินออกไป.....

แต่ถูกเมียถามเสียงเขียว ว่าจะไปไหน เสี่ยกมล ก็บอกตามตรง ว่าจะไปเบิกเงินซื้อพระ พอเมียทำท่าจะบ่น เสี่ยกมล ก็รีบเข้าไปกระซิบ จนเมียยิ้มออก ไม่ถามไม่ห้ามอีก.....

พอขึ้นรถ เจ้าของพระถามว่าเฮียพูดยังไง อาซ้อถึงเปลี่ยน หน้ายักษ์ เป็นหน้ายิ้ม เสี่ยกมล หัวเราะตอบว่า ผมใช้คาถา เจ้าของพระถามทันที คาถาอะไร เอาอยู่เลย ขอมั่ง ขลังจริงเปล่า เสี่ยกมล ตอบว่า คาถาคือ เดี๋ยวกลับมาจะพาไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง