วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

4 นาทีฉุดลมหายใจคืน! รู้วิธีกู้ชีพช่วยชีวิต โจ บอยสเก๊าท์

R.I.P.โจ บอยสเก๊าท์ หรือ ธนัท ฉิมท้วม กับการจากไปแบบไม่มีวันกลับของนักร้องบอยแบนด์ชื่อดัง ซึ่ง ไทยรัฐออนไลน์ ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น หากดูจากคลิปจะพบว่า อยู่ๆ โจก็ล้มลงไปกับพื้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยแพทย์วินิจฉัยว่า โจหัวใจวายเฉียบพลัน

วันนี้จะพาไปรู้จักวิธีการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น หรือปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ ที่เรียกว่า Cardiopulmonary Resuscitation นั่นคือ "การทำ CPR" ซึ่งหมายถึง การช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจ หรือหัวใจหยุดเต้น ให้มีการหายใจและการไหลเวียนกลับคืนสู่สภาพเดิม ป้องกันเนื้อเยื่อได้รับอันตรายจากการขาดออกซิเจนอย่างถาวร ซึ่งสามารถทำได้โดยการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การผายปอด และการนวดหัวใจภายนอก

จากสถิติโรคหัวใจ ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยนั้น ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน หรือ Heart Attack จนต้องทำ CPR หรือได้รับการช่วยเหลือแบบเร่งด่วนฉุกเฉิน ก็กลับสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย และทุกเวลา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติ ชนิดที่หัวใจห้องล่างสั่นพลิ้ว ทำให้ผู้ป่วยหมดสติลง เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจ ไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ คือไม่ว่าคุณจะเป็นโรคหัวใจหรือไม่ คุณก็มีสิทธิเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

สำหรับเรื่องหัวใจวายเฉียบพลัน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และไม่ใช่เรื่องไกลตัว บางคนเป็นนักกีฬา วิ่งเตะบอลอยู่ทุกวี่วัน วันดีคืนดี ก็หัวใจวายเฉียบพลันและเสียชีวิตลง ขณะที่หลายคนไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด แต่กลับสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่ทราบสาเหตุเลย และคนข้างเคียงก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ จากนั้นแพทย์ส่วนใหญ่ก็ระบุว่า เสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลันแทบทั้งสิ้น

ทั้งนี้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ สพฉ. ได้จัดทำคู่มือสำหรับประชาชนในการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หรือหัวใจวายเฉียบพลัน ด้วยการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจแบบอัตโนมัติ หรือ AED ขึ้น โดยคู่มือดังกล่าวเป็นแผนผังการช่วยชีวิตฉุกเฉิน 10 ขั้นตอน พร้อมทั้งเรียนรู้การใช้งานเครื่อง AED ด้วย ดังนี้

1. ปลอดภัยไว้ก่อน โดยเมื่อเราจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยฉุกเฉิน จะต้องตรวจสอบความปลอดภัยของผู้เข้าให้ความช่วยเหลือก่อน ซึ่งถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เช่น ไฟฟ้าช็อต ไฟไหม้ ตึกถล่ม ห้ามเข้าไปให้การช่วยเหลือโดยเด็ดขาด และหากประเมินแล้วว่า สถานการณ์ในการเข้าให้ความช่วยเหลือ ปลอดภัยต่อผู้เข้าให้การช่วยเหลือ ก็สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยได้ 


2. ปลุกเรียกตบไหล่ ตรวจสอบดูว่าผู้ป่วยหมดสติหรือไม่ 


3. โทร. 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ พร้อมกับนำเครื่อง AED มา 


4. ประเมินผู้หมดสติ โดยตรวจดูว่าผู้ป่วยหายใจหรือไม่ หากไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก ต้องรีบกดหน้าอก 


5. กดหน้าอกโดยจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย โดยผู้ช่วยเหลือนั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้างของผู้ป่วย วางส้นมือข้างหนึ่งตรงครึ่งล่างกระดูกหน้าอก และวางอีกข้างทับประสานกันไว้ แขนสองข้างเหยียดตรง โดยให้แนวแขนตั้งฉากกับหน้าอกผู้ป่วย และเริ่มกดหน้าอกผู้ป่วย 


6. เมื่อเครื่อง AED มาถึงให้ ให้ทำการเปิดเครื่อง ถอดเสื้อผู้ป่วย ถ้าตัวเปียกน้ำให้เช็ดน้ำออกก่อน 


7. ติดแผ่นนำไฟฟ้ากับตัวผู้ป่วย 


8. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่อง AED 


9. กดหน้าอกต่อหลังการช็อกไฟฟ้าด้วยเครื่อง AED แล้วทันที 


10. ส่งต่อผู้ป่วยเมื่อทีมกู้ชีพมาถึง

อย่างไรก็ตาม หากเราพบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว เช่นถ้าเราเจอคนล้ม เราจะมีเวลาแค่ 4 นาที ในการช่วยชีวิตเขา ซึ่งเวลานั้นเราต้องมีเครื่อง AED และภายในเวลาที่มีนี้ เราจะต้องติดเครื่องและทำตามขั้นตอนให้เสร็จสิ้น เราจึงจะสามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ แต่ทั้งนี้เราก็ต้องทำ CPR เป็น และรู้วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้องด้วย

แต่ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่นั้น ยังสามารถทำ CPR ได้น้อย และไม่กล้าที่จะช่วยชีวิตคน ซึ่งทางที่ดีเราควรจะเรียนรู้ไว้ น่าจะดีไม่น้อย ให้เหมือนกับต่างประเทศที่เด็กอายุน้อยๆ ก็เรียนรู้และสามารถทำวิธีการทำ CPR เบื้องต้นได้แล้ว.