วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง

เมื่อมาตรวัดเชื้อเพลิงแสดงสัญญาณไฟแจ้งเตือนระดับน้ำมันเหลือน้อย ต้องหาปั๊มน้ำมันเพื่อเติม หลายท่านคิดว่า การเติมน้ำมันเชื้อเพลิงในตอนเช้าจะคุ้ม และได้ปริมาณน้ำมันมากกว่า เนื่องจากอุณหภูมิตอนเช้ายังคงเย็น ทำให้เติมเชื้อเพลิงได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย! น้ำมันราคาแพงเกรดพรีเมียมนั้นดีจริงหรือ แม้แต่ความเชื่อที่ว่า หากเติมน้ำมันที่ใช้กับเครื่องบิน หรือน้ำมันรถแข่ง แล้วรถจะวิ่งเร็วขึ้น ความเชื่อเหล่านี้ถูกต้องหรือไม่ มาดูกัน

1- เติมน้ำมันช่วงเช้าคุ้มค่า และได้ปริมาณน้ำมันมากกว่า จริงหรือ?
ฟังดูเข้าท่า แต่ไม่ถูกต้อง เบื้องหลังของความเชื่อนี้มาจากทฤษฎีที่ว่า น้ำมันขยายตัวเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งนี่เป็นความจริง ดังนั้น หากอุณหภูมิต่ำลงในช่วงเช้า ก็เหมารวมเอาว่าเราจะได้น้ำมันในถังเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงเวลาอื่นๆ เนื่องจากความหนาแน่นในช่วงที่อุณหภูมิยังไม่สูงเท่ากับตอนเที่ยงหรือบ่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำมันถูกกักเก็บอยู่ในถังที่ฝังอยู่ใต้ดิน ดังนั้น การเพิ่มขึ้น หรือลดลงของอุณหภูมิในแต่ช่วงเวลาของวันจะไม่ส่งผลต่อปริมาณความหนาแน่นของน้ำมันแต่อย่างใดทั้งสิ้น จะเติมเวลาไหนก็มีค่าเท่ากันทั้งนั้นครับ

2- น้ำมันในถังเหลือน้อยส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ จริงหรือ?
ความเชื่อดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นความเชื่อที่ผิด ผู้คนที่ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่มักคิดว่าหากขับรถโดยมีไอระเหยจากบริเวณที่ว่างในถังน้ำมัน ปั๊มเชื้อเพลิงที่ดูดน้ำมันไปจ่ายให้กับระบบจุดระเบิดจะดูดเอาตะกอน หรือสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ในน้ำมันจากด้านล่างของถังทำให้เครื่องยนต์เกิดปัญหา! อย่างไรก็ตาม ถังน้ำมันได้รับการออกแบบให้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสู่ท่อจ่ายจากด้านล่าง ซึ่งเป็นบริเวณที่บรรจุน้ำมัน หมายความว่า ท่อจ่ายจะสามารถดึงน้ำมันออกมาได้ตลอดเวลา ดังนั้น ไม่ว่าน้ำมันจะเหลือน้อยหรือเต็มถังก็ไม่สามารถส่งผลต่อคุณภาพของเชื้อเพลิงได้ ยกเว้น กรองเชื้อเพลิงของคุณเริ่มเสื่อมสภาพ หรืออุดตันเท่านั้น

3- น้ำมันเกรดพรีเมียม ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ จริงหรือ?
เมื่อต้องขับเข้าปั๊มเพื่อเติมน้ำมัน คุณจะเห็นโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ มากมายเกี่ยวกับประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันหล่อลื่นให้เลือก เชื้อเพลิงที่ดีมีคุณภาพต้องจ่ายเงินเพิ่มให้กับสิ่งเหล่านี้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่สะอาดไปกว่าน้ำมันชนิดปกติเลยแม้แต่น้อยนั้น เป็นความคิดที่ถูกต้องหรือไม่? น้ำมันเกรดพรีเมียมนั้นมีส่วนผสมที่กลายเป็นต้นทุน ซึ่งทำให้มีราคาแพงกว่าเชื้อเพลิงปกติทั่วไป ส่วนใหญ่น้ำมันเชื้อเพลิงพรีเมียมเกรดสูงส่งผลดีต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะรถยุโรปที่วางเครื่องยนต์กำลังแรงม้าสูงๆ นั้น ต้องการเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ และตรงตามที่ระบุในฝาถัง

น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพ จะเกิดประโยชน์สำหรับเครื่องยนต์สมรรถนะสูง โดยเฉพาะรถยนต์ยุโรปที่ต้องการเชื้อเพลิงดีๆ มีมาตรฐาน ในประเทศไทยนั้น น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละยี่ห้อมีมาตรฐานที่แตกต่างกันบ้างตามระดับของราคา แต่มักจะเชื่อกันว่าน้ำมันอะไรก็ได้ เนื่องจากมีมาตรฐานที่เหมือนๆ กัน แต่พอเติมเข้าไปบางครั้งทำให้เกิดปัญหากับระบบจุดระเบิด จนไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ที่หน้าปัด ต้องขับเข้าไปเช็กที่ศูนย์บริการกันให้วุ่น! หากปั๊มน้ำมันที่คุณเติมเชื้อเพลิงไม่ค่อยทำความสะอาดถังเก็บน้ำมันที่อยู่ใต้ดิน หรืออาจมีน้ำท่วม แล้วน้ำปะปนอยู่ในถังเก็บน้ำมัน เมื่อเติมเข้าไปก็อาจก่อปัญหาให้กับระบบจุดระเบิดได้ น้ำมันที่ดีมีราคาแพง (อีกนิด) จากการปรุงแต่งสูตรพิเศษ ช่วยทำให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ในภาพก็เห็นกันจะจะตา ลองดูที่ฝาถังของ BMW M2 ดูว่า บริษัทผู้ผลิตได้แนะนำให้เติมเชื้อเพลิงอะไรให้กับรถยนต์ที่มีกำลังมากถึง 370 แรงม้า!

4- มาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองในรถอ่านค่าไม่ตรงหรือไม่?
อาจจริงหรือไม่จริง เกจน้ำมันช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่ถึงปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่ในถัง แต่มาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองคำนวณค่าจากรูปแบบการขับขี่ในระยะยาว ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณขับรถบนทางด่วน 2 ชั่วโมง และใช้น้ำมัน 6 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร จากนั้นขับออกจากทางด่วนแล้วตรงเข้าเมือง โดยใช้น้ำมัน 12 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร แผงหน้าปัดจะใช้เวลาเล็กน้อยในการปรับสู่สภาพการขับขี่ใหม่ ในช่วงที่ระบบประมวลผลของรถกำลังปรับสภาพ อาจมีการอ่านระยะทางผิดพลาด เช่น ขับจริงแค่หนึ่งกิโลเมตร ระบบจะแสดงระยะทางเกินกว่านั้นก็อาจเป็นไปได้

5- น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันรถแข่ง ช่วยให้รถวิ่งได้ไวขึ้นจริงหรือ?
เครื่องยนต์ทั่วไปไม่สามารถสันดาปน้ำมันก๊าดซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องบินได้ น้ำมันเชื้อเพลิงปกติที่ขายตามปั๊มก็เพียงพอต่อความต้องการของระบบจุดระเบิด ขอแค่เชื้อเพลิงที่เติมไม่มีน้ำ หรือสิ่งสกปรกเจือปน แนวคิดใช้เชื้อเพลิงเครื่องบินมาเติมรถยนต์บ้านๆ ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าความเชื่อเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร อาจเกิดมาจากนักเลงรถที่ชอบแต่งเครื่องยนต์ให้แรงไว้ก่อนแล้วบอกเล่ากันปากต่อปาก จนกลายเป็นความเชื่อผิดๆ ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงออกเทนสูงของรถแข่งก็ดีสำหรับเครื่องยนต์ และระบบจุดระเบิดที่ถูกปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับการแข่งขันทำความเร็วในสนามแข่งรถ ในรถบ้านๆ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใช้เชื้อเพลิงออกเทนสูงราคาแพงขนาดนั้นครับ

6- รถไม่ได้ระบุให้ใช้ E85 แต่อยากประหยัดเงิน เติมได้มั้ย? 
ระบบเชื้อเพลิงแบบ flex fuel e85 มีการปรับแต่งชิ้นส่วน เพื่อทำให้สามารถเติมเชื้อเพลิงทางเลือกราคาถูกได้ บางท่านขับรถรุ่นเก่าที่เติมได้แค่ e10 แต่อยากเติม e85 เพื่อความประหยัด จะเปลี่ยนมาใช้ e85 ได้หรือไม่ ? รถยนต์รุ่นเก่าที่ระบุให้ใช้ได้แค่ e10 ต้องมีการปรับปรุงระบบเชื้อเพลิง เช่น ระบบลำเลียงน้ำมัน ท่อยาง ลูกลอย ระบบฉีดน้ำมัน หัวฉีด รวมถึงกล่องควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ หรือ ECU บางท่านใช้แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่แล้ว หากเป็นรถเก่าแต่ไม่เกิน 6-7 ปี ลองใช้ดูก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่บางคันเกิดปัญหาสะดุดและไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ รถเก่าอายุมากๆ ควรเติมสลับกับเชื้อเพลิงปกติ หากเติมแล้วมีปัญหาแสดงว่าต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ และระบบจ่ายเชื้อเพลิง เพื่อทำให้สามารถรองรับ e85 ได้ 

เพื่อการใช้ประสิทธิภาพ E85 ได้อย่างน่าพึงพอใจ รถยนต์จะต้องมีระบบเชื้อเพลิงที่รองรับ E85 เพื่อให้มีความทนทานต่อคุณสมบัติกัดกร่อนของเอทานอล ไม่ว่าจะเป็นปั๊มเชื้อเพลิง สายนำส่งเชื้อเพลิง หัวฉีด และเครื่องยนต์ รวมถึงชิ้นส่วน เช่น ลูกสูบ แหวนรองลูกสูบ วาล์วและบ่าวาล์วจะต้องมีความแข็งแกร่งทนทานมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเอทานอลปริมาณมากจะต้องถูกใช้เพื่อผลิตพลังงานให้ได้เท่ากับ เครื่องยนต์เบนซิน ปั๊มเชื้อเพลิง สายเชื้อเพลิง และหัวฉีด จะต้องมีอัตราไหลลื่นมากกว่า

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเอทานอล คือ จะสามารถเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ได้เนื่องจากมีค่าออกเทนสูง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ค่าออกเทนที่สูงจะช่วยในเรื่องของการจุดระเบิดล่วงหน้าแต่ยังคงคายกำลังเท่าเดิม การเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์จะต้องมีการปรับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อัตราส่วนกำลังอัด ซึ่งถูกกำหนดมาจากโรงงานผู้ผลิตนั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากการปรับแต่งเครื่องยนต์ครั้งใหญ่ ส่วนผสมของอากาศและเชื้อเพลิง อัตราการไหลเวียนของเชื้อเพลิง การปรับแต่งเครื่องยนต์ และจูนกล่องควบคุม ECU

โดยรวมแล้วก็พอจะพูดได้ว่า รถที่เป็นเครื่องหัวฉีดมาจากโรงงานนั้นมีความพร้อมที่จะใช้ E85 ได้เกิน 90% อยู่แล้ว ชิ้นส่วนต่างๆ ที่เป็นยางในระบบเชื้อเพลิง ความเสียหายจะเป็นคนละสาเหตุกับเหล็ก กล่าวคือ ไม่ใช่ความเสียหายจากการกัดกร่อนหรือสนิม แต่เกิดจากคุณสมบัติความ "แห้ง" ของแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้เนื้อยางกรอบและแตกร้าวได้ แต่โชคดีที่ความเสียหายที่ว่านี้จะเกิดเฉพาะกับยางธรรมชาติเท่านั้นครับ ส่วนยางที่นำมาใช้ในการผลิตรถยนต์ในช่วงเวลาเดียวกับที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เปลี่ยนเป็นยางผสม หรือยางสังเคราะห์ ซึ่งจะไม่มีการแตกตัวแต่อย่างใดทั้งสิ้น ทางที่ดีก็เปลี่ยนท่อทางเดินเชื้อเพลิงใหม่เมื่อเห็นว่ามันเริ่มกรอบแตก ก็จะสามารถเติม e85 ได้ โดยใช้วิธีการเติมสลับกับเชื้อเพลิงปกติที่ระบุให้ใช้ในคู่มือหรือที่ฝาถังครับ.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/