วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: Only the Brave "ฮีโร่สู้ไฟป่า” ใช้ไฟสู้กับไฟ


ในทีแรก Only the Brave หรือในชื่อไทยว่า คนกล้าไฟนรก หนังที่ว่าด้วยเรื่องของกลุ่มนักดับไฟป่า มีหน้าหนังที่ดูไม่น่าสนใจเท่าไร แต่เมื่อได้ลองดูเนื้อเรื่อง ทีมนักแสดง ไปจนถึงการดับไฟป่าโดยไม่ใช้น้ำ! แต่ใช้ขวานขุดไฟป่า พลั่ว และถังเพลิงไหม้?... กลับกลายเป็นความน่าสนใจ และดึงดูดใจให้รู้สึกอยากดูหนังเรื่องนี้ในที่สุด


Only the Brave สร้างจากเรื่องจริงของทีม Granite Mountain Hotshots ทีมนักผจญเพลิงจากเมืองเล็กๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นหน่วยดับเพลิงที่เก่งกาจสุดของประเทศอเมริกา ที่ทีมต้องต่อสู้กับไฟป่าเมืองยาร์เนล (Yarnell Hill Fire) รัฐแอริโซนา เมื่อปี 2013 ที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นไฟป่าที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา กินเวลานานถึง 13 วัน เผาผลาญไปกว่า 34 ตารางกิโลเมตร และทำลายบ้านประชาชนไปกว่า 200 หลัง โดยในส่วนของหนัง จะเป็นการดัดแปลงจากบทความในนิตยสาร GQ เรื่อง No Exit เขียนโดย ฌอน ฟลินน์

หนังโฟกัสไปที่ทีม Granite Mountain Hotshots (คำว่า Hotshots นั้นในวงการนักผจญเพลิงในป่า ถือเป็นยศที่มีเกียรติ ที่ต้องทีมที่มีฝีมือระดับประเทศเท่านั้นถึงจะได้ อาจเปรียบได้กับหน่วยซีลของทหาร) โดยหนังจะเผยให้เห็นว่าคนในทีมนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ต้องผ่านการฝึกมาอย่างไร ลำบากแค่ไหน กว่าจะได้คำว่า Hotshots มา นำทีมโดยนักแสดงคุณภาพ จอช โบรลิน พร้อมลูกทีมรวม 20 ชีวิต นำโดย เจมส์ แบดจ์ เดล, เทย์เลอร์ คิทช์, ไมล์ส เทลเลอร์ ก่อน ที่เรื่องราวจะนำไปสู่เหตุการณ์ Yarnell Hill Fire ในตอนท้าย

เวลา 2 ชั่วโมง 14 นาทีของหนัง กว่าครึ่งหนึ่ง หมดไปกับการเล่าเรื่องราวของชีวิตส่วนตัวและทีมนักดับเพลิง ที่ จอช โบรลิน ในฐานะหัวหน้านั้นต้องต่อสู้กับนักดับเพลิงหัวเก่า ที่ไม่เชื่อแนวทางการดับไฟของเขา ส่วนลูกทีมคนสำคัญอย่าง เทย์เลอร์ คิทช์, ไมล์ส เทลเลอร์ ก็ถูกลงรายละเอียด เป็น 2 ขั้วที่ตรงข้ามกัน ระหว่าง เทย์เลอร์ คิทช์ ที่เป็นนักดับเพลิงมากฝีมือ หล่อ สาวเยอะ กับ ไมล์ส เทลเลอร์ ที่เป็นเด็กติดยา ทำสาวท้อง และต้องมาขอสมัครงานเป็นนักดับเพลิง ที่ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเขาคนเดียว แต่เพื่อลูกของเขาด้วย

หนังเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัว จนเสี่ยงต่อการเป็นหนังน่าเบื่อ หรือเป็นหนังที่ดูไม่สนุกอย่างมาก แต่ผู้กำกับ โจเซฟ โคซินสกี้ ผู้กำกับที่ฝากผลงานอย่าง Tron: Legacy และ Oblivion (ที่หลายคนคงจำได้) กลับเล่าเรื่องราวชีวิตนักดับเพลิงออกมาให้มีสีสันดีเหลือเกิน เต็มไปด้วยเรื่องราวมิตรภาพระหว่างเพื่อน มุกตลกสร้างเสียงฮา เหนือไปกว่านั้น หนังยังแอบมีเรื่องของการเมืองในหน่วยงานดับเพลิง ปัญหาชีวิตคู่ และปัญหาครอบครัว ซึ่งทั้งหมดสืบเนื่องมาจากอาชีพนักดับเพลิง

ที่จะว่าไป Only the Brave ก็เป็นหนังที่ตีแผ่ชีวิตส่วนตัวของอาชีพนักดับเพลิง ถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่อันตรายและเสี่ยงชีวิตมากที่สุดอาชีพหนึ่งเลยทีเดียว

และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ “ฉากไฟป่า” หรือ “ฉากการต่อสู้กับไฟป่า” ที่แม้จะมีอยู่ในสัดส่วนที่ไม่เยอะ แต่การสื่อสารด้วยภาพที่ดี ก็ทำให้ออกมาสมจริงและน่ากลัวมากๆ จังหวะการต่อสู้กับไฟป่าทำออกมาลุ้นบีบหัวใจราวกับหนังแอ็กชั่นดีๆ เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว อีกทั้งการ “ดับไฟโดยไม่ใช่น้ำ” ใช้เพียงขวานขุด พลั่ว และถังเพลิงไหม้ คอยสกัดไฟไม่ให้ลาม ถือเป็นอะไรที่เปิดหูเปิดตามาก และที่ชอบเป็นพิเศษคือการสอดแทรกความรู้ อันตรายของไฟป่า การบรรยายว่าหากอยู่ใกล้กับไฟป่าเราจะรู้สึกอย่างไร ทำให้รู้สึกถึงความน่ากลัวของไฟป่าได้ชัดเจนเมื่อหนังดำเนินเรื่องมาถึงบทสรุป

ในภาพรวมแล้ว Only the Brave เป็นหนังที่สร้างจากเหตุการณ์จริงที่สนุกดูเพลินและจบประทับใจอีกเรื่องหนี่ง หนังมีดีที่ทีมนักแสดงนำ ที่ทำให้เรื่องราวมีมิติมากยิ่งขึ้น แต่หากใครยังพอจำข่าวเหตุการณ์นี้ได้ เพราะเพิ่งเกิดเมื่อปี 2013 ก็อาจจะทำให้ความสนุกหรือลุ้นกับหนังลดน้อยลงไปพอสมควร (แต่หากไม่รู้ แนะนำว่าอย่าไปค้นหาข่าวนี้ใน Google อยากให้ไปดูหนังเลยดีกว่า จะสนุกกว่าเยอะ)

ส่วนตัวแล้วค่อนข้างชอบคำพูดของผู้กำกับโจเซฟ โคซินสกี้ ที่บอกว่า “ในยุคที่มีแต่หนังซุปเปอร์ฮีโร่ Only the Brave คือหนังที่เล่าถึงฮีโร่ที่มีตัวตนอยู่จริงๆ” นี่คือคำจำกัดความที่ชัดเจนที่สุดของหนังเรื่องนี้เลย ใครที่ชอบหนังที่สร้างจากเรื่องจริง ชอบหนังที่มีทีมนักแสดงดีๆ เยอะๆ Only the Brave คือหนังที่ไม่ควรพลาดจริงๆ ในสัปดาห์นี้

4 คะแนน สำหรับเรื่องราวอันน่าประทับใจของทีม "ฮีโร่สู้ไฟป่า!"

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13