วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โทษตัวเองเถอะ!

โดย หมวดแซม

อาร์แซน เวงเกอร์ (ภาพ : AFP)

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2 คู่ใหญ่เมื่อคืนวันอาทิตย์ จบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านเหมือน กันทั้งสองคู่ โดย “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ ยังคงโชว์ฟอร์มไร้เทียมทานต่อไป หลังเปิดบ้านไล่อัด “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล กระบอกแตก 3–1 ยืดสถิติไร้พ่ายในเกมลีกฤดูกาลนี้เป็นนัดที่ 11 ติดต่อกัน พร้อมยึดจ่าฝูงแบบเหนียวแน่นต่อไป ขณะที่ “แชมป์เก่า” เชลซี คืนฟอร์มเก่ง เปิดรังพิชิต “ผีแดง” แมนฯยู ลงได้ 1–0 จากลูกโหม่งนำชัยของอัลบาโร โมราตา ทำให้เชลซีเก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

ตะลุยฟุตบอลโลกวันนี้ ผมขอโฟกัสไปที่คู่ระหว่างแมนฯซิตี้ปะทะกับอาร์เซนอลกันก่อนครับ (ส่วนคู่ผีแดงฟัดสิงห์บลูเอาไว้มาบรรเลงในครั้งถัดไป)

อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซืออาร์เซนอล มีสถิติไม่ค่อยดีนักในการดวลกับทีมที่มีเป๊ป กวาร์ดิโอลา เป็นกุนซือคุมทีม ไม่ว่าจะเป็นบาร์เซโลนา หรือบาเยิร์น มิวนิก

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เป๊ปเข้ากุมบังเหียน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ เมื่อปี 2016 เขานำซิตี้เอาชนะทีมปืนใหญ่ได้เพียงหนเดียวเท่านั้น นอกนั้นเป็นการแพ้ 1 เสมอ 3 จากการเจอกันทั้งสิ้น 4 นัดรวมทุกรายการ

แต่การเจอกันหนล่าสุดนี้ แมนฯซิตี้ เปิดบ้านทุบเอาชนะอาร์เซนอล ได้อย่างเด็ดขาด 3-1 แม้ว่าประตูที่ 2 กับ 3 ของแมนฯซิตี้นั้น ดูจะเป็นจังหวะปัญหาที่น่ากังขาก็ตามที

ประตูแรกของซิตี้เป็นลูกยิงที่ขาวสะอาดหมดจดของเควิน เดอ บรอยน์ ในนาทีที่ 19 ส่วนประตูที่ 2 ปืนใหญ่เสียจุดโทษในนาทีที่ 49 จากจังหวะที่ราฮีม สเตอร์ลิง ถูกนาโช มอนเรอัล เอาตัวชนกระแทกล้มในเขตโทษ ซึ่งดูจากภาพช้าแล้วก็ไม่น่าจะเป็นจุดโทษ

ทว่าประตูที่ 3 เป็นลูกล้ำหน้าชัดเจน เพราะดาวิด ซิลบา อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนจะเปิดต่อให้กาเบรียล เชซุส ยิงเผาขนฝังปืนโตลงหลุมสนิทในนาที 74

แต่เมื่อพิจารณาจากรูปเกมตลอด 90 นาทีแล้ว ต้องยอมรับอาร์เซนอลสู้แมนฯซิตี้ไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะในเรื่องแท็กติก และความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ

แนวรับปืนใหญ่เจอตัวรุกที่คล่องๆของแมนฯซิตี้อย่างเดอ บรอยน์, สเตอร์ลิง, ซาเน และอเกวโร เล่นงานจนหัวปั่นตลอด โชคยังดีที่ไม่แพ้เละมากกว่า 3-1

จะว่าไป เวงเกอร์ควรเลิกตีโพยตีพาย โทษโน่นโทษนี่ได้แล้ว ทั้งเรื่องเสียจุดโทษ และการตัดสินผิดพลาดของกรรมการที่นำไปสู่การเสียประตูที่สาม แต่เขาควรจะหันมาโทษตัวเองดีกว่า

เพราะเวงเกอร์นี่แหละ ที่วางแท็กติกผิด พลาดตั้งแต่แรก เกมนี้เขาปรับหมากให้ทีมกลับมาเล่นในระบบ 4-3-2-1 โดยใช้กองหลัง 4 ตัว แทนที่ระบบเซ็นเตอร์ฮาล์ฟสามตัว (3-4-2-1) ที่ใช้มาตลอดตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ การส่งอเล็กซ์ อิโวบี ลงเป็นตัวจริง ก็เป็นความผิดพลาดอีกจุดหนึ่งของเวงเกอร์ เพราะอิโวบีแทบไม่มีบทบาทอะไรเลย

ที่สำคัญ แฟนบอลปืนใหญ่จำนวนมากรู้สึกข้องใจเหลือเกินว่าทำไมถึงไม่ยอมส่งอเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ กองหน้าค่าตัวแพงสุดของสโมสรลงล่าตาข่ายเป็นตัวจริงในการเจอกับทีมใหญ่

เพราะก่อนหน้านี้ เวงเกอร์ก็เคยหั่นลากาแซตต์ไปเป็นตัวสำรอง ในเกมบุกไปแพ้ลิเวอร์พูลยับเยิน 0-4 ที่แอนฟิลด์มาแล้ว

เวงเกอร์คงต้องตอบคำถามแฟนบอลให้ได้ เพราะเหตุใดถึงไม่ยอมให้ลากาแซตต์ลงเป็นตัวจริงในเกมใหญ่ ทั้งที่ทุ่มเงินถึง 50 ล้านปอนด์ซื้อตัวมาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์

ฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลยังเอาชนะทีมระดับเฮฟวีเวทไม่ได้เลย (แพ้ลิเวอร์พูล 0-4, เสมอเชลซี 0-0, แพ้แมนฯซิตี้ 1-3)
ดูจากผลงานแล้ว ฤดูกาลนี้ อาร์เซนอล คงจะไม่ติด “ท็อปโฟร์” อีกตามเคย.

หมวดแซม