วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รีวิวเงินเดือน 15,000 เลือกผ่อนรถ ซื้อประกันฯอย่างไร?

งานรับปริญญาผ่านพ้นไป หลายชีวิตจากรั้วมหาวิทยาลัยกำลังเดินตบเท้าเริ่มต้นสู่วัยทำงาน บ้างก็ได้ทำงานประจำ บ้างก็ทำงานฟรีแลนซ์ ซึ่งคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้ว..เมื่อเริ่มต้นทำงานแล้วมักอยากจะซื้อรถมาใช้ เพื่อจะได้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง

แต่ด้วยเงินเดือนที่จำกัดบวกกับการมีรถคือภาระที่มูลค่าลดลงทุกวัน ฉะนั้นหากคุณเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน จะเริ่มเก็บยังไง และจะเริ่มศึกษาข้อมูลจากอะไรบ้าง วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ นิโคลัส ฟาร์เกต์ ประธานบริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท รู้ใจ จำกัด ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ซึ่งครั้งนี้เขาจะมานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อรถขั้นเริ่มต้นสำหรับคนเริ่มต้นทำงานมาให้ดูกัน

ต้องคำนึงอะไรบ้าง หากคิดจะมีรถสักคัน

• เงินเดือนพอใช้ไหม?
หากต้องผ่อนรถทุกเดือน จะมีค่าใช้จ่ายที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่? การจะผ่อนรถสักคันไม่ใช่วางเงินดาวน์แล้วจบ เพราะเมื่อมีรถมาใช้จะต้องมีค่าจิปาถะเยอะแยะมากมาย เช่น ค่าน้ำมันรถ, ค่าทางด่วน, ค่าล้างรถ, ค่าเคลือบสี, ค่าทำประกันภัย แล้วไหนจะค่าแก็ดเจ็ตเบ็ดเตล็ดอื่นๆ สำหรับการดาวน์รถสักคัน เงินผ่อนต้องไม่เกิน 50% ของรายได้ คิดคร่าวๆ ว่า เงินเดือน 15,000 บาท จะต้องมีค่างวดในการผ่อนไม่ควรเกิน 7,500 บาท และจะต้องแบกรับภาระค่างวด 5-6 ปี จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเช็กดูก่อนว่าค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนมีความสมดุลกันหรือไม่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อชีวิตด้านอื่นๆ

• เลือกรถที่อยากได้ ดูตามความเหมาะสมและการใช้งาน
ลองลิสต์รายชื่อยี่ห้อและรุ่นของรถที่อยากได้ แล้วเช็กราคาดูว่าจะผ่อนไหวหรือเปล่า ซึ่งรถที่เหมาะสมสำหรับเงินเดือน 15,000 บาท คือ “รถอีโคคาร์” เพราะรถดังกล่าวมีราคาที่เหมาะสม มีรูปลักษณ์ที่โดนใจ ที่สำคัญประหยัดน้ำมันตามชื่อ “Eco Car” ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และด้วยขนาดกะทัดรัดจึงช่วยประหยัดเวลาในการวนหาที่จอดได้

• เปรียบเทียบราคา
เมื่อคำนวณเงินที่ต้องผ่อนค่างวด เงินใช้ประจำ และยี่ห้อรถแล้ว ลองเปรียบเทียบราคาจากหลายๆ แห่ง ดูโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ เพื่อให้ได้รถที่ต้องการในราคาที่ประหยัดและเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

• จำเป็นอย่างยิ่งต้อง “อ่านเงื่อนไขอย่างครบถ้วน” ก่อนตัดสินใจซื้อรถ
กรุณาจดไว้ทุกครั้งก่อนจะควักกระเป๋าจ่ายเงิน โดยเฉพาะเงินก้อนใหญ่อย่างการซื้อรถหรือเซ็นสัญญาอะไรลงไปในเอกสารการซื้อ-ขาย ต้องอ่านเงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันการโดนเอาเปรียบในภายหลัง

เมื่อได้รถเป็นที่ถูกใจเหมาะสมกับตัวเองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ “การทำประกันภัยรถยนต์” โดยผู้มีรถในปีแรก (รถป้ายแดง) สำหรับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ทางศูนย์บริการหรือตัวแทนจำหน่ายจะมีการนำเสนอให้ได้เลือก (แน่นอนว่าราคาสูงมากเป็นไปตามกลไกของตลาด) ซึ่งก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะการทำประกันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งต่อตัวเอง รถ และทรัพย์สินอื่นๆ แต่ถ้าหากคุณคิดวางแผนประหยัดเงินมากขึ้นในการทำประกันภัยปีต่อไป คุณสามารถเช็กเบี้ยและซื้อประกันภัยล่วงหน้าทางออนไลน์ ด้วย Digital technology กำลังเปลี่ยนบริการด้านประกันภัยรูปแบบเดิมๆ เพื่อความประหยัดกว่า สะดวกสบายกว่า ช่วยให้คุณอุ่นใจในการเดินทางโดยไม่ต้องกังวลเรื่องประกันขาดช่วงความคุ้มครอง สำหรับการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์นั้น คนส่วนใหญ่มักคำนึงถึงเรื่องราคา “ถูกไว้ก่อน” แต่การซื้อประกันรถต้องพิจารณามากกว่าแค่ราคา เพราะผู้ทำประกันควรได้รับความคุ้มครองสูงที่ครอบคลุมและบริการที่มีคุณภาพเหมาะสมกับเงินที่จ่ายไป

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ปัจจุบันคนมีรถสามารถเปรียบเทียบเเละเช็กราคาเบี้ยประกันภัยฯ ได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของผู้ให้บริการโดยตรง และสามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดการคุ้มครองแบบเบ็ดเสร็จ ไปจนถึงขั้นตอนซื้อบนออนไลน์ หลักการเลือกซื้อประกันรถยนต์ มีสามเรื่องง่ายๆ ดังนี้

• เปรียบเทียบผลประโยชน์ประกันภัยรถยนต์ในแต่ละประเภท
ในการทำประกันรถยนต์นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

• ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)

• ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (เลือกซื้อเอง)

โดยในกรณีนี้ขอพูดถึงประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งจะให้ความคุ้มครองกับชีวิตและทรัพย์สินที่มากยิ่งขึ้น แบ่งออกเป็น

1. ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

คุ้มครองความสูญหายและความเสียหายต่อตัวรถยนต์จากอุบัติเหตุทุกกรณี คือคุ้มครองความเสียหายต่อยานพาหนะทั้ง ผู้เอาประกันและคู่กรณีบาดเจ็บทางร่างกาย, ไฟไหม้, โจรกรรม, ภัยธรรมชาติ-น้ำท่วม, รถยนต์ชนสิ่งกีดขวาง และคุ้มครองความเสียหายต่อกระจกรถของผู้เอาประกัน

2. ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 2+ (สองบวก)

คุ้มครองยานพาหนะของผู้เอาประกันกรณีที่มีคู่กรณีเท่านั้น คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้และการโจรกรรม และคุ้มครองความเสียหายของคู่กรณี

3. ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3+ (สามบวก)

คุ้มครองชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของคู่กรณี คุ้มครองรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย (กรณีชนกันทางบก) ไม่คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้และการโจรกรรม

4. ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 2

คุ้มครองร่างกาย ทรัพย์สินของคู่กรณี, คุ้มครองการสูญหายและเหตุไฟไหม้ขอ
งผู้เอาประกันภัย แต่ไม่คุ้มครองในส่วนของการซ่อมของผู้เอาประกันภัย (ซ่อมเขา+ไม่ซ่อมเรา)

5. ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3

คุ้มครองความเสียหายของคู่กรณีและผู้เอาประกันในกรณีรถยนต์หายและถูกโจรกรรม ไม่คุ้มครองความเสียหายรถคันเอาประกันภัย แม้จะเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยมีคู่กรณีก็ตาม

ซึ่งแต่ละบริษัทประกันภัยอาจจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ระบุไว้แตกต่างกันไป ต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนอกจากรายละเอียดความคุ้มครองที่เป็นปัจจัยสำคัญให้เราพิจารณาเลือกแผนประกันภัยที่ใช่ในราคาที่เหมาะสมแล้ว รูปแบบของการให้บริการ ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือในยามฉุกเฉินที่ต้องรวดเร็ว แม่นยำ และเชื่อถือได้ โดยเฉพาะเรื่องการเคลมที่หลายท่านอาจเคยมีประสบการณ์ไม่ดี เคลมล่าช้า ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับรถในยุคดิจิทัล ดังนั้นการให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ บริการหลังการขาย และเทคโนโลยีดิจิทัลที่นำมาเสริมประสบการณ์ที่ดีกว่าในด้านประกันภัย จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรนำมาพิจารณาเลือกแผนประกันที่ให้ความคุ้มค่าอย่างเหมาะสมที่สุด เเละควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันโดยผ่านความคิดเห็นจากกลุ่มลูกค้าตัวจริง เพราะเราคือคนที่จ่ายเงิน ดังนั้นไม่ควรให้ใครมาชักนำและเลือกประกันรถยนต์ให้เรา

• เปรียบเทียบความคุ้มครองรถในประกันรถชั้นเดียวกัน
เช็กความคุ้มครองหรือเงื่อนไขที่อยู่ในกรมธรรม์ควบคู่กัน เช่น ทุนประกัน, ความรับผิดชอบต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของบุคคลภายนอก, ค่ารักษาพยาบาล, การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และอื่นๆ ที่สำคัญควรดูวงเงินความคุ้มครองควบคู่กับราคา เพื่อผลประโยชน์สูงสุด

• ตรวจสอบการเลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์
เช่น ความมั่นคงทางการเงิน, ชื่อเสียงของบริษัท, เครือข่ายของอู่ซ่อมรถที่จัดไว้หากเกิดอุบัติเหตุ, มีตัวแทนหรือโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้ มีความรู้ความเข้าใจ และดูแลเราเป็นอย่างดี เป็นต้น

การเลือกรถสักคันไม่ง่ายเลย เช่นเดียวกับการต่อประกันรถ นี่จึงเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ นิโคลัส จากบริษัทรู้ใจดอทคอมนำมาฝาก เพื่อให้คุณบริหารจัดการงบประมาณในกระเป๋าได้อย่างมีประสิทธิภาพ.