วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รีวิว 'ไอโฟน 8' + 8 Plus สะดุดตากระจกหน้าหลัง สวยจนบัตรเครดิตสั่น

ไม่ต้องรอกันอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ได้วางขายอย่างเป็นทางการ ให้สาวกไอโฟนชาวไทยได้จับจองมาใช้กันแล้ว 

แน่นอนว่า แกะกล่องไอที ก็ไม่พลาดที่จะมาแกะกล่องเจ้า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus สมาร์ทโฟนตัวใหม่จากแอปเปิล ที่มาพร้อมกับชิพ A11 Bionic ใช้ CPU แบบ 6 คอร์ที่ทางแบรนด์เคลมว่าจะทำให้ประมวลผลได้ไวมากขึ้น กินแบตฯน้อยลง และเล่มเกมได้ลื่นไหลทั้งเกมลักษณะ 3มิติ และ AR

ครั้งนี้...แกะกล่องไอที จะยังไม่พูดถึงการใช้งานเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แต่จะพูดถึงภาพรวมภายนอกก่อน ดังนั้นมาเริ่มกันที่นี่เลย

1. อุปกรณ์ในกล่อง

นอกจากตัวเครื่องไอโฟน 8 และ ไอโฟน 8 Plus แล้ว เมื่อเปิดกล่องมาจะเจอกับซองกระดาษที่ใส่คู่มือการใช้งานเบื้องต้น เข็มจิ้มถาดซิมและสติกเกอร์โลโก้ หลังจากนั้นจะเป็นตัวเครื่อง เมื่อดึงออกมาจะพบกับ USB Power Adapter ขนาดปกติ, สาย Lightning ขนาด 1 เมตร, หูฟัง, และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Lightning to 3.5 mm Headphone Jack Adapter ที่เอาไว้ต่อหูฟังเข้ากับเครื่องนั่นเอง (อย่าลืมนะว่าเค้าตัดช่องหูฟังออกไปตั้งแต่ไอโฟน 7 แล้วจ้า)  

2. การออกแบบ

ตัวเครื่องแบบกระจก พร้อมโครงสร้างแบบใหม่ที่มีโลหะซ้อนอยู่ข้างใต้ และขอบอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 เกรดเดียวกับอุตสาหกรรมอวกาศ ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรง ซึ่งการที่ตัวเครื่องทำจากกระจกเพราะต้องการให้รองรับการชาร์จแบบไร้สายนั่นเอง 

3. จอภาพ

iPhone 8 มาพร้อมกับหน้าจอ 4.7 นิ้ว และ 5.5 นิ้วสำหรับ 8 Plus จอภาพแบบ Retina HD และนำเทคโนโลยี True Tone เข้ามาใช้กับไอโฟน (หลังจากใช้บน iPad Pro รุ่นล่าสุด) เพื่อปรับไวท์บาลานซ์บนหน้าจอให้ตรงกับสภาพแสงโดยรอบหน้าจอจึงดูสดใส 

4. ทนฝุ่น ทนน้ำ 

ถึงแม้ว่าทางแบรนด์เคลมว่าตัวเครื่องจะมีความสามารถในการทนน้ำและทนฝุ่น แต่ก็ไม่ได้โปรโมตให้นำลงไปถ่ายใต้น้ำ หรือนำไปใช้ในกิจกรรมที่โดนน้ำหนักๆ (ไม่เหมือนกับ Apple Watch Series 3 ที่มีการโฆษณาว่าใส่ว่ายน้ำได้) แถมยังมีคำเตือนว่าห้ามชาร์จไฟขณะที่ตัวเครื่องยังเปียกอยู่ ที่สำคัญคือ การรับประกันไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากของเหลว

5. กล้องหลัง 

iPhone 8 กล้องหลังความละเอียด 12 เมกะพิกเซล มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล มีแฟลชแบบ True Tone ที่ให้แสงสม่ำเสมอเต็มพื้นที่ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติสโลว์ซิงค์ที่ช่วยให้ถ่ายรูปในพื้นที่แสงน้อยได้ดีกว่าเดิม

iPhone 8 Plus กล้องคู่ความละเอียด 12 เมกะพิกเซล เพิ่มโหมด Portrait สามารถทําเอฟเฟกต์ระยะชัดลึกได้

6. ชิพ A11 Bionic ดีอย่างไร?

ทางแบรนด์เคลมว่าชิพ A11 Bionic พร้อมดีไซน์แบบ 6 คอร์ จะช่วยให้การประมวลผลเร็วขึ้นกว่ารุ่นที่ผ่านมาถึง 25% และคอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์เร็วกว่าสูงสุดถึง 70% นั่นแปลว่าการส่งข้อความหรือท่องเว็บ จึงทําได้อย่างรวดเร็วแต่ใช้พลังงานน้อยลง ที่พีคคือรองรับการเล่นเกมส์แบบ 3 มิติ และเกมลักษณะ AR ด้วย

7. ลำโพงใหม่

ลําโพงสเตอริโอถูกออกแบบใหม่ให้เสียงดังขึ้น 25% พร้อมเสียงเบสที่ทุ้มลึกกว่าเดิม

สำหรับภาพรวมของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus แกะกล่องไอที มองว่าถ้าให้เปรียบเทียบกันเองระหว่าง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จุดเด่นใหญ่ๆ ที่ต่างกันก็มีแค่ขนาด ความละเอียดของหน้าจอ และกล้องหลังเท่านั้น และหากเปรียบเทียบกับไอโฟน 7 หรือรุ่นที่ผ่านมายังเป็นดีไซน์เดียวกัน ซึ่งฟังก์ชั่นทั่วไปก็ไม่แตกต่างกันมากเท่าไร 

แต่หากได้ทดลองจับเครื่องจริงๆ จะให้สัมผัสที่แตกต่างด้วยความที่ตัวเครื่องเป็นกระจก ถึงแม้ว่าตัวเครื่องด้านหลังที่ทำจากกระจกจะเคลือบสารกันรอยนิ้วมือที่ช่วยให้เช็ดรอยเปื้อนและรอยนิ้วมือออกได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย ทำให้ต้องเช็ดบ่อยขึ้นกว่าเดิม แต่หากใครคิดว่าโอเคเพราะอย่างไรก็ใส่เคสอยู่ดีให้ข้ามจุดนี้ไปจ้า

ไอโฟน 8 มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีเทาสเปซเกรย์ สีเงิน และสีทอง ในราคา 28,500 บาท สำหรับ 64GB และราคา 34,500 บาท สำหรับ 256GB

ส่วน ไอโฟน 8 Plus ก็มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีเทาสเปซเกรย์สีเงิน และสีทอง ในราคาเริ่มต้นที่ 32,500 บาท สำหรับรุ่น 64GB และ 38,500 บาท สำหรับ 256GB