วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โบสถ์ติดอักษรเบรลล์ ช่วยผู้พิการสายตาเที่ยวแบบสัมผัส

พระประธานในโบสถ์.

ปัจจุบัน จ.เพชรบุรี หรือ “เมืองพริบพรี” ในสมัยโบราณ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่น่าหลงใหล เต็มไปด้วยความสวยงามของท้องทะเล และกลิ่นอายศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมของวิถีชีวิตผู้คนที่สำคัญยังได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมืองแห่งศิลปะเชิงช่าง” เนื่องจากการเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือหลายสาขาประเภท ที่สร้างชื่อเสียงให้จนเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

โดยเฉพาะสาขาช่างปูนปั้น ช่างไม้ ช่างลายรดน้ำ ของ จ.เพชรบุรี ล้วนแล้วแต่รังสรรค์ผลงานที่มีความสวยงาม ปรากฏอยู่ในสถานที่ต่างๆจำนวนมาก และงานด้านพุทธศิลป์ภายในวัดต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดที่มีอยู่มากกว่า 200 แห่ง ส่วนที่โดดเด่นเวลานี้
อยู่ภายใน วัดเขาย้อย หมู่ 5 อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี

อันเนื่องมาจากพุทธสถานแห่งนี้ เป็นแห่งหนึ่งที่ช่างฝีมือเมืองเพชรบุรีได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเชิงช่างให้ประจักษ์ถึงความวิจิตรพิสดาร ด้วยการประยุกต์ใช้ศิลปะยุคเก่าสร้างเป็นผลงานใหม่อันทรงคุณค่าและน่าสนใจด้วยการสร้าง “โบสถ์แกะสลักไม้ทั้งหลัง” เรื่องราวในพระพุทธประวัติ ผสมผสานกับประติมากรรมปูนปั้นนูนต่ำเป็นรูปเรื่องราวของประเพณีและการละเล่นของไทย

ที่สำคัญเป็นการนำ อักษรเบรลล์ ตัวอักษรที่ผู้พิการทางสายตา (ตาบอด) ใช้สื่อสารจากการสัมผัสมาติดไว้บนผลงานประติมากรรมปูนปั้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาได้รับทราบถึงความหมายของรูปลักษณ์ประติมากรรมและเรื่องราวต่างๆที่บอกไว้ด้วยตนเอง

ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็น โบสถ์แห่งแรกของประเทศไทย ที่มีความแตกต่างจากโบสถ์ทั่วๆไปและเป็นหนึ่งเดียวในโลก

พระมหานิธิกาญจน์ นิธิวํโส ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดเขาย้อยไพบูลย์อุปถัมภ์ (แสงส่องหล้า 5) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเขาย้อย กล่าวว่า “โบสถ์แกะสลักไม้” วัดเขาย้อย แห่งนี้ เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ตามรูปแบบโบสถ์เก่าซึ่งสร้างด้วยศิลปะสมัยนิยมในรัชกาลที่ 3 แต่ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ดังนั้น พระครูไพบูลพัฒนโสภณ (สุด นงนุช) เจ้าอาวาสวัดเขาย้อย จึงดำริให้สร้างขึ้นใหม่ ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 25 ล้านบาท จึงแล้วเสร็จ

เพียงก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวจับราวบันไดเดินขึ้นอุโบสถทางด้านหน้า จะพบกับความสวยงามอลังการของงานศิลปะปูนปั้น “ตัวเหราคาบพญานาค 7 เศียร” ผลงานของ ช่างสำรวย เอมโอษฐ ช่างปูนปั้นชื่อดังเมืองเพชรบุรี น้องชาย ช่างทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชาติ

นอกจากนี้ใกล้ๆบันไดยังมีปูนปั้นลอยตัวรูปพญาวานร ยืนออกท่าทางบนหิน คอยเฝ้าโบสถ์ทิศละ 1 ตัว ประกอบด้วย หนุมาน องคต พาลี และ สุครีพ รวม 4 ทิศ ฝีมือ ช่างสาโรจน์ บุญประเสริฐ ช่างปูนปั้น ต.บางจาน แชมป์ศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 16 (ช่างปั้นเมืองเพชรบุรี) ซึ่งได้รับเชิญจากกรมศิลปากร ร่วมปั้นสัตว์หิมพานต์ประดับพระเมรุมาศในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง ร.9 อีกด้วย

จากนั้นหากเข้าไปภายในอุโบสถจะพบกับงานไม้แกะสลักเป็นลวดลายในพุทธประวัติทั้งหลัง โดยบริเวณเหนือเศียรองค์พระประธาน จะโดดเด่นด้วยฉัตรไม้ 3 ชั้น ฝีมือการออกแบบของ ช่างธานินทร์ ชื่นใจ ช่างเขียนลายรดน้ำชื่อดังเมืองเพชรบุรี

ช่างธานินทร์ ชื่นใจ กล่าวว่า โบสถ์แห่งนี้นับเป็นแห่งแรกของเพชรบุรีที่สร้างฉัตรไม้เหนือองค์พระประธานลักษณะเช่นนี้ นอกจากนี้ยังมีภาพจำหลักไม้พุทธประวัติ ภาพ “ทศชาติชาดก” ภาพ “พระพุทธเจ้าชนะมาร (พาหุง) 8 เหตุการณ์” แกะสลักภาพพระอรหันต์ 8 พระองค์ ภาพสัตว์หิมพานต์ ลวดลายกนก ลายเครือเถาดอกพุดตาน จากการรังสรรค์งานของช่างแกะสลักไม้ชาวเพชรบุรีหลากหลายท่าน อาทิ ช่างมี ช่างยืน ช่างวิเชียร เถาพันธุ์ คณะลูกศิษย์ ช่างมานิตย์ ไชยวงษา ฯลฯ

ในขณะที่บริเวณผนังโบสถ์ด้านนอก แกะสลักเป็นลวดลายธรรมชาติของป่าหิมพานต์จำลอง และสัตว์หิมพานต์หลากหลายชนิด ส่วนบานหน้าต่างแกะสลักเป็นลวดลาย 12 นักษัตร และลายเครือเถารูปแบบต่างๆ คันทวย ค้ำยัน แกะสลักเป็น “ทวยเทพ” ประกอบลายก้านขดงดงามแปลกตาไม่เหมือนกับที่อื่นที่เป็นคันทวยหน้าตั๊กแตน หรือคันทวยพญานาค

นอกจากนี้ ที่ฐานอุโบสถ ช่างปูนปั้นยังได้รังสรรค์งานประติมากรรมปูนปั้นนูนต่ำ การละเล่นเด็กไทยกับประเพณีไทยท้องถิ่นไว้รอบฐานอุโบสถ จำนวน 35 รูป โดยฝั่งทิศเหนือเป็นรูปการละเล่นของไทยสมัยโบราณ อาทิ หัวล้านชนกัน รีรีข้าวสาร ชักเย่อ ฯลฯ จำนวน 18 รูป ส่วนทิศใต้เป็นภาพประเพณีของไทย อาทิ สงกรานต์ ก่อเจดีย์ทราย บวชนาค ฯลฯ จำนวน 17 รูป ใช้วัตถุดิบจากปูนตำสูตรเมืองเพชรแท้ๆเป็นวัสดุในการปั้น พร้อมเคลือบสีเพื่อให้ทนทานและง่ายต่อการทำความสะอาด

แต่ที่พิเศษสุดไม่มีใครเหมือน มีการนำอักษรเบรลล์ สำหรับ ผู้พิการทางสายตา (ตาบอด) ใช้สื่อสารจากการสัมผัสมาจารึกไว้บนแผ่นโลหะ แล้วติดไว้บริเวณฐานของผลงานของปูนปั้นนูนต่ำ ทั้งหมดเป็นฝีมือของคณะครูอาจารย์ โรงเรียนเขาย้อยไพบูลย์อุปถัมภ์ และโรงเรียนธรรมิกวิทยา จ.เพชรบุรี สังกัด มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอด แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (โรงเรียนคนตาบอด) ที่ร่วมกันจัดทำตัวอักษรเบรลล์ นำมาติดตั้งไว้

พระมหานิธิกาญจน์ นิธิวํโส อธิบายว่า นี่ถือเป็นมิติใหม่ของงานศิลปะเพื่อผู้พิการทางสายตาที่เกิดขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ผิดไปจากสถานที่อื่นๆที่อนุญาตให้ชื่นชมได้เพียงสายตา แต่ไม่อนุญาตให้สัมผัสหรือจับต้องโดยเด็ดขาด แต่ปูนปั้นรอบฐานอุโบสถวัดเขาย้อยแห่งนี้ ถูกออกแบบและสร้างสรรค์ให้จับและสัมผัสตามใจชอบ เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้และเปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาได้สร้างความสำคัญให้กับตนเองเทียบเท่ากับบุคคลปกติจากการได้รับเรื่องราวและความหมายของภาพที่ลูบคลำลงไปบนอักษรเบรลล์บริเวณใต้รูปปูนปั้นนูนต่ำด้วยตนเอง

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่นั่งวีลแชร์ที่ต้องการขึ้นไปชมความวิจิตรงดงามของภาพแกะสลักภายในอุโบสถ โดยทำบันไดทางลาดให้ผู้พิการหรือผู้ที่นั่งรถวีลแชร์ขึ้นไปกราบสักการะพระประธาน

ปัจจุบันนี้วัดเขาย้อยจึงได้รับการคัดเลือกจาก จ.เพชรบุรี ให้เป็นวัดชนะเลิศในโครงการการประกวดในระดับจังหวัด ตามโครงการ “พระนครคีรี เมืองประวัติศาสตร์ วัดร่มรื่น” ด้วยการเป็นวัดที่มีศิลปกรรมด้านพุทธศิลป์ยุคใหม่ที่ทรงคุณค่าและเอื้อประโยชน์ให้กับผู้คนทุกชนชั้น

สมกับเป็นบวรพระพุทธศาสนาที่ควรค่าการเป็นแบบอย่างและต้นแบบแห่งการปฏิบัติอย่างแท้จริง.

อภิชาต พวงน้อย รายงาน