วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อาลัยพ่อสุดหัวใจ...น้ำตานองแผ่นดิน

นับเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ในความทรงจำของประชาชนชาวไทยตลอดกาล กับภาพการแสดงความอาลัยครั้งสุดท้ายน้อมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สู่สรวงสวรรค์ทิพยวิมาน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 โดยคนไทยทั้งแผ่นดินร่วมใจกันด้วยศรัทธาแรงกล้าและความมุ่งมั่น เพื่อแสดงให้ชาวโลกได้เห็นถึงความจงรักภักดี และความเทิดทูนอย่างสุดหัวใจ ที่มีต่อพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง

ท่ามกลางหัวใจแหลกสลายของพสกนิกรไทย ที่ต่างน้ำตานองหน้าด้วยความโศกเศร้าอาดูรเหลือคณานับ ความเข้มแข็งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตลอดจน พระบรมวงศานุวงศ์ไทยทุกพระองค์ คือหลักพึ่งพิงใจสำหรับประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และ สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพสกนิกรไทยมาตลอดห้วงเวลาแห่งความวิปโยคโศกศัลย์ที่สุดของแผ่นดิน และเมื่อถึงเวลาน้อมส่งเสด็จ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” สู่สวรรคาลัย ทูลกระหม่อมแก้วทั้งสองพระองค์ก็ทรงทำหน้าที่พระราชโอรสและพระราชธิดาได้อย่างสมบูรณ์แบบน่าภาคภูมิใจ โดยเฉพาะพระราชภารกิจในการจัดพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพให้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติที่สุดตามโบราณราชประเพณี

นอกจากนี้ ยังเป็นที่ซาบซึ้งใจของประชาชนอย่างยิ่ง เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินร่วมในสามริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมโกศจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ระยะทางรวมกว่า 2.5 กิโลเมตร ใช้กำลังพล 4,152 นาย และใช้เวลาเดินไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง ยาตราจากประตูเทวาภิรมย์ พระบรมมหาราชวัง ผ่านถนนมหาราช ถนนท้ายวัง ถนนสนามไชย หน้าวัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม ถนนราชดำเนินใน และถนนเส้นกลางสนามหลวง ขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานในพระเมรุมาศ เพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพในเวลา 23.07 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2560 ด้วยรูปแบบการสุมพระบรมศพบนพระจิตกาธานโดยใช้ท่อนฟืนไม้จันทน์หอมตามโบราณราชประเพณี มีระบบควบคุมและดูดควันไฟ นอกจากควันจะออกทาง 4 ด้านของชั้นบนพระ เมรุมาศ ยังมีการต่อปล่องท่อลงด้านล่างทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพระเมรุมาศด้วย

ขณะที่ในรุ่งสางวันที่ 27 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ใกล้ชิด ยังทรงพระดำเนินร่วมในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 4 เพื่ออัญเชิญพระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคารจากพระ เมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ผ่านเส้นทางถนนกลางสนามหลวง ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน เข้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรม มหาราชวัง ระยะทางรวม 1,074 เมตร ใช้เวลา 30 นาที โดยมีกำลังพล 834 นายน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ยังเป็นที่ประจักษ์ชัดอย่างยิ่ง เมื่อทรงมีรับสั่งว่า ให้ถือประชาชนเป็นแขกสำคัญ เป็นแขกมีเกียรติของพระองค์ ขอให้ดูแลอำนวยความสะดวกอย่างดีที่สุด อย่าให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดมากเกินไป และโปรดให้จัดเบาะกันร้อนปูพื้นถนนรอบสนามหลวงสำหรับประชาชนนั่งรอรับเสด็จ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งหลั่งไหลกันเข้ามาจับจองพื้นที่ทั่วบริเวณรอบๆ สนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2560 และปักหลักจนแน่นเต็มพื้นที่ ล้นทะลักไปทุกทิศทุกทาง

นับจากวันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จะทรงเป็นหลักใจสำคัญของพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง.

ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ