วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหมี่ยว ปวันรัตน์ น้ำตาซึมถูกถามวาดภาพ ร.9 หลังเสด็จสวรรคต (คลิป)

เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่นำภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาร่วมแสดงในนิทรรศการ “เพราะพ่อ” ณ โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศวร ชั้น 7 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน

สำหรับนักแสดงสาวรุ่นใหญ่มากฝีมือ เหมี่ยว ปวันรัตน์ นาคสุริยะ เลยได้โอกาสให้เจ้าตัวอธิบายถึงที่มาที่ไปในการวาดภาพดังกล่าว พร้อมทั้งถามถึงความรู้สึกในการวาดภาพเมื่อครั้งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ยังมีพระชนม์ชีพและหลังจากที่เสด็จสวรรคตด้วย

ถามถึงที่มาที่ไปในการวาดภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9?

“พี่วาดรูปพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ปีที่ท่านครองราชย์ครบ 60 ปีค่ะ ตอนนั้นเกิดจากที่เห็นพระองค์ท่านออกมาที่พระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วอยู่ท่ามกลางทะเลมหาชนที่เข้าไปถวายพระพร เข้าเฝ้าค่ะ นั่นคือสิ่งที่พสกนิกรคนหนึ่งคือพี่เกิดมาก็คือมีในหลวงแล้ว ก็เห็นการทำงาน เห็นทุกอย่างที่พระองค์ท่านทำมาตลอดชีวิต บางเรื่องรู้บ้าง บางเรื่องก็ไม่รู้

ตอนนั้นเราวาดรูปเป็นงานอดิเรกอยู่ แต่ไม่เคยกล้าวาดรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวค่ะ แต่แล้ววันนั้นอยากจะวาดมาก แล้วก็เริ่มวาดเลย โดยที่มีครูที่สอนวาดรูปท่านบอกว่าวาดเถอะ ไม่ต้องกลัวไม่สวย ไม่ต้องกลัวว่าไม่เหมือน เพราะวาดด้วยความรักความเคารพ ด้วยจิตที่รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณจริงๆ ค่ะ จากนั้นก็วาดไม่หยุดเลยค่ะ จนกระทั่งถึงวันนี้ เมื่อวานก็ยังสเกตช์อยู่”

แล้วภาพแรกที่วาดเป็นยังไงบ้าง?
“จำไม่ได้จริงๆ ค่ะ เพราะมัน 10 ปีแล้วนะคะวันที่วาดเนี่ย แต่ช่วงที่วาดจะเป็นรูปเล็กๆ ซึ่งจะแสดงอยู่ที่นี่เหมือนกัน เพราะตอนนั้นไม่กล้าวาดรูปใหญ่ๆ รูปเล็กกว่าโปสการ์ดอีกค่ะ

แต่พี่จะไม่ได้วาดด้วยเพราะคิดว่าจะเอามาแสดงอะไร พี่เจอกระดาษแบบไหนขนาดไหน พี่ก็จะวาดหมด เมื่อวาด พี่จะวาดโดยไม่ได้ใช้จินตนาการเท่าไหร่ นอกจากเรื่องการใช้สีที่จะคิดเอง แต่เรื่องพระอิริยาบถจะเอามาจากพระบรมฉายาลักษณ์คือรูปถ่าย เมื่อเราวาดจากรูปถ่าย รูปที่วาดก็จะเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์

เมื่อพี่หารูปของท่านมาเรื่อยๆ ก็จะยิ่งเห็นพระราชกรณียกิจที่ทำ บางเรื่องเราก็ไม่รู้เลย บางเรื่องเราก็รู้ อย่างบางเรื่องท่านก็เป็นเอกอุในทุกเรื่อง แล้วท่านก็ทำทุกอย่างเพื่อประชาชนด้วยความเพียร คือทำแล้วก็เกิดประโยชน์ ทำแล้วก็ให้ ไม่เคยมีโครงการของท่านหรือสิ่งใดที่ทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ แล้วคนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากท่านแล้วต้องไปจ่ายเงินท่าน ท่านให้ประชาชนจริงๆ

ดังนั้นทุกคนในประเทศนี้ที่ท่านทำให้คืออยู่ดีกินดี นั่นคือสิ่งที่ทุกคนต้องมี ก่อนที่ประเทศจะพัฒนาไปไหน ประชาชนจะต้องมีอาหาร มีงาน และมีอนามัยที่ดี ถึงจะสร้างให้ประเทศนี้เข้มแข็งและแข็งแรงขึ้นได้

ซึ่ง 70 ปีนั้นท่านทำมาอย่างจริงจัง และเมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็จะได้เห็นค่ะ สิ่งที่มันอยู่ในหัวพี่ตลอดเวลาคือวันแรกที่พระองค์ทรงครองราชย์ ท่านตรัสว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

แล้ว 70 ปีที่ผ่านมา ท่านทำสิ่งนี้ คนที่จะพูด จะพูดอะไรก็พูดได้ แต่การกระทำนั้นสำคัญ และสิ่งที่พระองค์ท่านทำคือใช่แล้ว พี่ไม่ใช่คนที่ดีพร้อมหรือขยันขันแข็ง แต่เมื่อได้วาดรูปในหลวง สิ่งที่จะเข้ามาในหัวคือสิ่งที่ท่านทำ เราก็ต้องไม่ท้อ ต้องเพียร บางเรื่องไม่นึกเลยว่าจะเกิดจากแรงบันดาลใจก็เกิดได้ ท่านคือหัวใจของประเทศนี้”

จากที่เราได้เห็นตรงนี้ ทำให้กล่อมเกลาเราไปในทางที่ดี?
“ค่ะ คือเราทำชั่วได้ง่ายอยู่แล้วโดยมนุษย์ที่ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติหรือหลุดพ้น ฉะนั้นสิ่งที่จะมากล่อมเกลาให้เราไปในทางที่ดีคือความดีที่มีผู้นำทางความคิดทางปัญญา ก็คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับศาสนาพุทธ ซึ่งท่านก็เป็นเอกในทุกเรื่อง

เราก็จะเห็นว่ามีพระราชดำรัส พระบรมราโชวาททั้งหลาย สิ่งที่ท่านพูดออกมาคือรู้จริงแล้ว แล้วนำมาบอกให้พวกเราปฏิบัติ เราจะทำได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ถ้ามีท่านนำ พี่เชื่อว่าเราจะไปในทางที่ดี ความเห็นแก่ตัวหรือทำอะไรเพื่อตัวเราเองคนเดียวจะค่อยๆ หายไป และจะอยากทำเพื่อผู้อื่นมากขึ้น”

วันที่เราวาดรูปพระองค์ท่านเมื่อครั้งที่พระองค์ท่านมีพระชนม์ชีพอยู่ กับวันที่พระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว ความรู้สึกมันต่างกันมากน้อยแค่ไหน?
“ที่สุด (นิ่งไปพักหนึ่งก่อนพูดต่อ) เราคนรู้กันดีว่า (เสียงสั่น น้ำตาซึม) คนเราเกิดมาต้องตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่พี่ก็ยังรู้สึกว่าเรายังไม่สามารถจะพูดถึงพระองค์ท่านโดยที่ยังไม่มีความรู้สึกว่าหัวใจมันไม่มี

แต่ก็บอกตัวเองว่าสิ่งที่เรายังได้ใกล้ชิดพระองค์อยู่คือสิ่งที่พระองค์ทำและเราได้ทำตาม ยึดสิ่งที่พระองค์ท่านปฏิบัติ ก็เหมือนยังได้เข้าเฝ้าอยู่ ตอนที่วาดรูปพี่ก็รู้สึกว่าพี่ได้ใกล้ชิดในหลวง แล้วในหลวงก็ให้เราเหมือนกัน คือสิ่งที่ท่านทำก็นำมาปฏิบัติต่ออีกทีนึง”

ช่วงนี้จะมีการวาดภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ไปเรื่อยๆ?
“ค่ะ การวาดก็คือเหมือนเราปฏิบัติอย่างนึงเมื่อคิดถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทำทุกครั้ง ก็จะเป็นรูปที่ทรงเรือใบ ทรงงานในชุดเดินป่า ขุดข้าราชการต่างๆ ก็จะมีเรื่องราวอยู่ในนั้น และมีชุดที่พระองค์ท่านเสด็จฯ เยือนต่างประเทศ ดินน้ำลมไฟในประเทศนี้ ท่านก็พัฒนาจากดินที่ทำอะไรไม่ได้เลย ท่านก็คือบิดาแห่งดิน

ท่านเห็นปัญหาทุกอย่างของประเทศไทย ท่านก็พัฒนาเรื่องนี้ให้คนยากคนจนพึ่งตัวเองได้ ทุกคนไม่ต้องเป็นหนี้ คำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” กลายเป็นวิชาของโลกไปแล้ว ตอนนี้ทั้งโลกเข้าใจแล้วว่าต้องทำถึงจะอยู่ได้ ทุกคนต้องพึ่งตัวเอง เราทำไร่ทำนาไม่เป็นก็ต้องเศรษฐกิจพอเพียงในส่วนของเรา งานที่เราคืองานสุจริต ทำอย่างตั้งใจ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน อยู่ที่เราจะนำมาปฏิบัติรึเปล่า”

ตอนนี้ภาพวาดทั้งหมดมีประมาณกี่ภาพ?
“น่าจะ 300-400 ภาพ ค่ะ ตอนนี้ไม่ได้ใส่กรอบเลยค่ะ ใส่ซองเป็นแฟ้มตามลำดับ สีน้ำเนี่ยถ้าโดนน้ำก็เจ๊งเลย ต้องเก็บใส่ซองพลาสติก นี่คือวิธีเก็บรักษาภาพสีน้ำค่ะ แต่สีน้ำเดี๋ยวนี้เป็นสีน้ำที่ดีค่ะ ไม่เสียหายง่าย ส่วนมากจะใช้สีน้ำค่ะ มีสีอะครีลิกไม่กี่ภาพ ไม่ถนัดน่ะ จริงๆ พี่เริ่มเรียนจากสีอะครีลิกก่อน แต่เริ่มวาดภาพพระองค์ท่านเป็นสีน้ำก็เลยเป็นสีน้ำยาวเลยตลอด 10 ปี”

มีภาพไหนที่ประทับใจที่สุด?
“ไม่นะ ไม่มีภาพไหนที่เป็นภาพพิเศษสุด บางภาพถ้าพวกคุณไปเห็นว่ามันไม่สมส่วน แต่เราก็เห็นว่าเป็นท่าน เพราะจิตเราวาดเป็นท่าน แต่พี่ไม่ได้เก่งในเรื่องจิตรกรรม แต่พี่ก็ไม่ทิ้งแม้จะเบี้ยวหรือจะอะไรก็ตาม”

ภาพเยอะขนาดนี้ มีความคิดว่าจะขายไหมถ้ามีคนติดต่อจะซื้อ?
“พี่ทำแล้วเขาไปพิมพ์เป็นการ์ดขายช่วย รพ.จุฬาฯ โครงการวิจัยสเต็มเซลล์บ้าง ตัวพี่เองก็ทำให้กับทหาร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่บาดเจ็บ จะทำเป็นการ์ดขาย แต่รูปออริจินัลเคยให้เพื่อนบ้างบางคน แต่ว่าจะไม่ได้ขายเอาเงิน พี่ตั้งใจเลยว่าตั้งแต่มีคนมาขอซื้อ พี่จะไม่ขายรูปพระองค์ท่านเพื่อเอาเงินเข้าตัวเอง ถ้ามีเรื่องที่ต้องได้เงินมาจะต้องเป็นการกุศล ต้องทำเพื่อคนอื่นค่ะ”

เราทำจิตอาสาเอารูปไปช่วยการกุศลบ่อยไหม?
“ไม่บ่อยค่ะ ก็มีอยู่เรื่อยๆ ค่ะ ปีที่ผ่านมาก็มีหลายงานอยู่ค่ะ”

สำหรับภาพที่นำมาโชว์ในครั้งนี้มีการเลือกยังไง?
“อันนี้คือทางทีมงานมาเลือก อย่างที่บอกพี่ไม่ได้วาดเพื่อวางแผนจะโชว์งาน ไม่มีธีม ไม่มีหลัก ไม่มีแก่น ไม่มีจุดมุ่งหมาย คือพี่วาดเพราะพี่รัก พี่เคารพ พี่บูชาท่าน ฉะนั้นพี่เจออะไรพี่ก็จะวาด ก็จะมีภาพที่ต่างสไตล์ค่ะ วันนี้เลือกมา 70 จาก 152 รูป ก็เกือบครึ่งนึงที่มีอยู่โดยประมาณค่ะ ไม่เคยนับเลยเพราะว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

ในอนาคตจะมีโอกาสเปิดนิทรรศการให้เด็กๆ รุ่นหลังได้ดูไหม?
“ถ้ามีใครสนใจอย่างเช่นงาน “เพราะพ่อ” พี่ว่าก็เป็นจุดมุ่งหมายที่ดีที่เราจะได้เปิดผลงานแล้วให้คนมาชมร่วมกัน ทุกคนมีแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในด้านใดด้านนึง อย่างน้อยก็ต้องหลายๆ อย่าง ไม่มีใครที่ไม่เกิดแรงบันดาลใจจากพระองค์หรอก พี่คิดว่าสิ่งที่พระองค์ทำมากมายมหาศาล

ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เกิดมาก็มีท่านแล้วมาตลอดชีวิตของเราจนท่านเสด็จสวรรคต สิ่งที่เราได้รับหรือได้เห็นจากพระองค์ท่านมากมายจนเกินกว่าที่เราจะคุยกันได้ภายในวันสองวันค่ะ มนุษย์คนหนึ่งซึ่งมาเป็นพระมหากษัตริย์ คำว่า “มหาบุรุษ” หรือ “สมมติเทพ” พี่ว่าท่านเป็นทั้งหมดเลยค่ะ”.