วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรือพระที่นั่งในอดีตของรัชกาลที่ 9

เรือใบคือกีฬาทางน้ำที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงโปรดปราน ทรงต่อเรือใบพระที่นั่งด้วยพระองค์เองจนเป็นผลสำเร็จและทรงนำไปแข่งขันในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นซีเกมส์) พระองค์ทรงแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการแล่นเรือที่ต้องใช้ลมในการบังคับทิศทางจนได้รับชัยชนะในการแข่งขันเรือใบประเภท OK เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ทรงครองเหรียญทองร่วมกับสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา (พระอิสริยยศในขณะนั้น) นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในทวีปเอเซียที่ได้ครองรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน เป็นที่ยอมรับในวงการกีฬาเรือใบระดับโลก 

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นนักประดิษฐ์คิดค้นในด้านต่างๆ หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัย คือ การประดิษฐ์เรือใบด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยเฉพาะเรือใบมด เรือใบซูเปอร์มด และ เรือใบไมโครมด นั้นนับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย เพราะเป็นเรือที่พระองค์ทรงออกแบบเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

ความสนพระราชหฤทัยในงานช่างของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มีมาตั้งแต่ครั้งพระองค์ทรงเจริญพระชันษา ดังความในบทพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เรื่อง เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์ ทรงเล่าไว้ว่า

"พระอนุชาได้เริ่มทำแบบเรือต่างๆ ด้วยไม้ เช่น แบบเรือรบที่ไม่มีขาย ในระยะนั้นกำลังทำเรือ ใบที่ใหญ่พอสมควร ใบก็เย็บเองด้วยจักรเสร็จแล้ว เหลือแต่การทาสี เมื่อเริ่มไปแล้ว ก็พอดีเป็นเวลาที่กำลังจะตัดสินว่าจะอพยพออกไปสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเล่าว่า ทุกคนก็ถามอย่างล้อๆ ว่า เรือจะแห้งทันไหม"

เมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงศึกษาอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็ได้ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง เช่น เครื่องร่อน และเรือรบจำลอง เป็นต้น หลังจากที่ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว ก็มีพระราชภารกิจต่างๆ มากมาย เพราะทรงตระหนักว่าประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยามย่อมต้องมีความสำคัญก่อนเสมอ จึงทำให้พระองค์ทรงงานช่างเพียงเล็กน้อย

แม้จะมีพระราชภารกิจต่าง ๆ มากมาย แต่ก็โปรดที่จะต่อเรือใบพระที่นั่งด้วยพระองค์เองจำนวนหลายลำ และทรงทดลองแล่นเรือในสระภายในสวนจิตรลดา เนื่องจากพระองค์โปรดกีฬาเรือใบเป็นอย่างยิ่ง โดยเรือใบฝีพระหัตถ์ ที่สำคัญมี 3 ประเภท ได้แก่ เรือใบประเภทเอนเตอร์ไพรส์ (International Enterprise Class), เรือใบประเภทโอเค (International OK Class) และเรือใบประเภทม็อธ (International Moth Class) โดยเรือใบลำแรกที่ทรงต่อเองเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2507 เป็นเรือใบประเภท เอนเตอร์ไพรส์ ชื่อ เรือราชปะแตน และลำต่อมาชื่อ เรือเอจี โดยทรงต่อตามแบบสากล

ปีพุทธศักราช 2508 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงต่อเรือใบประเภทโอเคตามแบบสากล โดยลำแรกที่ทรงต่อชื่อ เรือนวฤกษ์ หลังจากนั้นพระองค์ทรงออกแบบและต่อเรือใบประเภทม็อธจำนวนหลายลำ ซึ่งเรือประเภทนี้เป็นเรือที่กำหนดความยาวตัวเรือไม่เกิน 11 ฟุต เนื้อที่ใบไม่เกิน 75 ตารางฟุต ส่วนความกว้างของเรือ รูปร่างลักษณะของเรือ ความสูงของเสา ออกแบบได้โดยไม่จำกัด วัสดุที่ใช้สร้างเรืออาจทำด้วยโลหะ ไฟเบอร์กลาส หรือไม้ก็ได้ และเรือม็อธที่ทรงออกแบบ และทรงต่อด้วยพระองค์เองในระหว่าง พ.ศ.2509-2510 นี้เอง ที่เป็นจุดกำเนิดของการต่อเรือที่ใช้ชื่อพระราชทานว่า เรือมด, เรือซูเปอร์มด และเรือไมโครมด

เรือใบมดเป็นเรือใบขนาดเล็กที่พระองค์ทรงออกแบบให้มีลักษณะที่เหมาะสมกับคนไทย โดยมีขนาดตัวเรือยาว 11 ฟุต กว้าง 4 ฟุต 7 นิ้ว เสาเดี่ยว เนื้อที่ใบ 72 ตารางฟุต มีน้ำหนักเบาสะดวกในการเคลื่อนย้าย เก็บรักษาง่าย มีคุณสมบัติว่องไว แล่นได้เร็ว และมีราคาถูก ข้อดีต่าง ๆ นี้ทำให้เรือใบมดที่ทรงออกแบบได้มาตรฐาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงจดลิขสิทธิ์เป็นสากลประเภท International Moth Class ที่ประเทศอังกฤษ

เรือใบซูเปอร์มด เป็นเรือใบมดที่ทรงปรับปรุงแบบใหม่ ทรงออกแบบตัวเรือยาว 11 ฟุตเท่าเรือมด แต่ความกว้างเพิ่มขึ้น คือกว้าง 4 ฟุต 11 นิ้ว ท้องแบน น้ำหนักประมาณ 34 กิโลกรัม เนื้อที่ใบโตเท่าเดิม การทรงตัวดี ความเร็วมีมากขึ้น ตัวเรือคงทนแข็งแรง สู้คลื่นลมได้ดี และมีความปลอดภัยสูง เรือใบซูเปอร์มดนี้ใช้แข่งขันกีฬานานาชาติเป็นครั้งแรกในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ณ ประเทศไทย เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2510 และใช้ในการแข่งขันกีฬานานาชาติทุก ๆ ครั้งที่แข่งในประเทศไทย ครั้งหลังสุดใช้ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 13 ณ ประเทศไทย พ.ศ.2528

ส่วนเรือใบไมโครมดเป็นเรือใบที่พระองค์ทรงออกแบบโดยให้มีขนาดเล็กกว่าเรือมด คือ ตัวเรือยาว 7 ฟุต 9 นิ้ว กว้าง 3 ฟุต 4 นิ้ว เป็นเรือขนาดเล็กมาก เหมาะสำหรับเด็กและคนร่างเล็ก วิธีการสร้างเรือใบมดตามแบบของพระองค์มีวิธีการสร้างที่ง่าย ประหยัดและสะดวก ใช้เครื่องมือช่างไม้ธรรมดาก็สามารถทำได้ วัสดุที่ใช้ล้วนหาได้ในประเทศทั้งสิ้น

สำหรับขั้นตอนในการต่อเรือใบมดในแบบของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 นั้นมี 4 ขั้นตอน คือ

1.เปลือกเรือทำด้วยไม้ยมหอมหนา 4 มิลลิเมตร จัดทำข้างขวา 1 แผ่น ข้างซ้าย 1 แผ่น รูปแบบและขนาดกำหนดไว้ในแบบแปลนก็จะได้เปลือกเรือตามต้องการ ส่วนนี้ทรงเรียกว่า ปลาแห้ง

2. ประกอบเปลือกเรือหรือปลาแห้งเข้ากับแผ่นปิดท้ายเรือ ขอบด้านล่างของปลาแห้งผูกติดกันด้วยลวด ตามรูที่เจาะไว้ ปลาแห้งก็จะห่อตัวเป็นรูปตัวเรือ แล้วทากาวหยอดทิ้งไว้กาวจะแห้งและติดแน่น แล้วตัดลวดที่ผูกไว้ชั่วคราวออก เสริมผ้าใยแก้วทับแนวให้แข็งขึ้น ไม่ต้องสร้างกงเรือ วิธีนี้เป็นวิธีใหม่ที่พระองค์ทรงคิดค้นเพื่อให้เรือแข็งแรงและมีน้ำหนักเบา

3 .ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น ไม้กระดูกงู ทวนหัวเรือ อะเส ฝักมะขาม เต้ารองรับ เสา ฝากั้นภายในขอบที่นั่ง แล้วทาสีภายในให้ทั่ว ทา 2 ถึง3 เที่ยวเพื่อรักษาเนื้อไม้ไม่ให้น้ำดูดซึมได้ ซึ่งจะทำให้เรือมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น


4. ปิดแผ่นดาดฟ้าเรือ แล้วขัดแต่งผิวเรือภายนอกให้เรียบ แล้วจึงพ่นสีเรือตามต้องการ เมื่อสีแห้งดีแล้ว จึงเริ่มประกอบอุปกรณ์แล่นใบ เช่น พุกผูกเชือก รอกต่างๆ เชือก เสา เพลา ใบ และชุดหางเสือเรือ เป็นอันเสร็จ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเคารพกฎกติกาของการกีฬาที่ทรงเล่น และมักจะทรงเน้นย้ำให้นักกีฬาทีมชาติให้มีวินัย ให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อม พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยกีฬาที่มีโอกาสได้ทรงฝึกซ้อม ด้วยทรงเห็นว่า การเป็นนักกีฬาที่ดีนั้นต้องให้ความสนใจในการฝึกซ้อม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และปรับปรุงตนเองให้มีความพร้อมและมีประสบการณ์เพิ่มขึ้น 

ครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นาน ก็ทรงแล่นเรือใบกลับเข้าฝั่ง ทรงตรัสกับผู้ที่มาคอยเฝ้ารับเสด็จว่า พระองค์แล่นเรือใบพระที่นั่งไปชนเข้ากับทุ่น ซึ่งในกฏกติกาของการแข่งขันเรือใบนั้นถือว่าฟาล์ว ทั้งๆ ที่ไม่มีผู้ใดเห็น แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงยึดกฎกติกาอย่างเคร่งครัด

ความสนพระราชหฤทัยในด้านการต่อเรือแสดงออกถึงพระราชอัจฉริยภาพ พระองค์พระราชทานแนวพระราชดำริอันเป็นประโยชน์แก่กิจการของทหารเรือสืบมา เช่น มีพระราชดำริว่า กองทัพเรือควรจะต่อเรือยนต์รักษาฝั่งไว้ใช้ในราชการเองบ้าง และเมื่อกองทัพเรือได้ดำเนินการต่อเรือตามพระราชดำริ ก็ได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานคำปรึกษาและเอกสาร รวมทั้งพระราชทานความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เช่น ทรงช่วยเหลือโดยติดต่อกับสถาบันวิจัย และทดลองแบบเรือแห่งชาติของประเทศอังกฤษ ให้ช่วยทดสอบแบบให้จนเป็นที่พอใจ แล้วจึงทำการต่อเรือขึ้นที่กรมอู่ทหารเรือ และเมื่อต่อเรือแล้วเสร็จจะทำการทดสอบความเร็วเรือ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จฯไปทดสอบด้วยพระองค์เอง ทรงสังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วน และมีพระราชวินิจฉัยอย่างถูกต้องถึงความผิดพลาดที่ยังมีอยู่ จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขจนแล้วเสร็จ เป็นเรือยนต์รักษาฝั่งลำแรกของไทยตั้งชื่อว่า ต. 91 ซึ่ง ต. หมายถึงประเภทเรือ 9 หมายถึงรัชกาลที่ 9 และ 1 หมายถึงเป็นลำที่ 1 ปัจจุบันได้ต่อเรือประเภทนี้ขึ้นในกองทัพเรือแล้วถึง 9 ลำ และเปลี่ยนชื่อเรือชุดนี้จาก เรือยนต์รักษาฝั่ง เป็น เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง

เรือมด เรือซูเปอร์มด และเรือไมโครมด นอกจากจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในการที่ทรงนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาปรับแต่งให้เหมาะสมกับลักษณะของคนไทยที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญมาตลอดแล้ว ความสนพระราชหฤทัยในด้านการต่อเรือของพระองค์ ยังนับเป็นตัวอย่างให้แก่พสกนิกรชาวไทยในด้านความวิริยะพยายามในอันที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จตามเป้าหมายอีกด้วย.

ข้อมูลบทความเฉลิมพระเกียรติ จาก
เรือใบตระกูลมด ผลงานจากฝีพระหัตถ์และแบบฉบับเฉพาะพระองค์
แมเนเจอร์ออนไลน์  ดนตรี กีฬา ศิลปะ พ่อหลวงของแผ่นดิน โดย กิตติ โล่ห์เพชรรัตน์

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/