วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยิ่งกว่าวอก! ทอมดี้คู่แสบหลอกบัณฑิตใหม่ไปเรียนนอก ยายวอนขอเงินคืน

โผล่อีกราย เหยื่อทอมดี้ 18 มงกุฎ หลอกลงทุนเปิดสปา พาไปเรียนเมืองนอก ยายวัย 82 ปี ยกมือไหว้ผ่านสื่อ วอนเอาเงินหลานสาวเกือบแสนมาคืนเถิด เพราะครอบครัวยากจนต้องกู้ธนาคารมา...

จากกรณีที่ นางภัคภร ด่านตระกูล อายุ 45 ปี ชาว อ.เสริมงาม จ.ลำปาง นำหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยหลักฐานทางการเงินและเอกสารอื่นๆ พบผู้สื่อข่าวหลังถูกแก๊งมิจฉาชีพซึ่งเป็นคู่รักหญิงกับหญิง คือน.ส.ภัทรวดี การกสิขวิธี อายุ 37 ปี และน.ส.วัชรี กิ่งตุ้ม อายุ 39 ปี ชาว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ จ279/2560 จ280/2560 ร่วมกันฉ้อโกง

ทั้งนี้ เมื่อกลางปี 59 ที่ผ่านมา ทั้งคู่มาตีสนิทและหลอกชวนไปทำธุรกิจร้านสปาซึ่งอ้างว่าอยู่ที่ภายในโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี และร้านอาหารที่ประเทศออสเตรีย ทำให้สูญเงินไปกว่า 5 ล้านบาท ผู้ต้องหาถูกออกหมายจับ ตั้งแต่เดือน ก.ค.60 แต่จนถึงขณะนี้ ตำรวจ สภ.บ้านลาด ยังจับตัวทั้งคู่ไม่ได้

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 13 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบ น.ส.ปริศนา ใคร้วานิช อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 5 ต.ทุ่งงาม อ.เสริมงาม จ.ลำปาง ผู้เสียหายอีกรายที่ถูกผู้ต้องหาทั้งคู่หลอกเอาเงินเป็นค่าขอวีซ่าและค่าไปเรียนต่อประเทศออสเตรีย

น.ส.ปริศนา เปิดเผยว่าช่วงที่จบปริญญาตรีมาใหม่ๆ เมื่อปลายปี 59 ได้ไปอยู่กับน้าสาวที่ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี และได้รู้จักกับทั้งคู่ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของน้า ต่อมาได้ชวนตนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรีย โดยบอกว่าจะสำรองเงินจ่ายค่าเทอมให้ก่อน แต่ค่าวีซ่า ที่พัก และตั๋วเครื่องบินต้องเป็นคนจ่ายเอง และจะให้ไปทำงานที่ร้านอาหารของทั้งคู่ที่อยู่ในประเทศดังกล่าว โดยมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณแสนกว่าบาท แต่ต้องไปหาเงินมาก่อน 30,000 บาทเพื่อเป็นค่าดำเนินการขอวีซ่า จึงนำเรื่องปรึกษาพ่อและแม่ ก่อนขอกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่งที่ลำปาง โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของน.ส.วัชรี กิ่งตุ้ม เมื่อวันที่ 24 ก.พ.60 หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ทำทีเอาเอกสารขอวีซ่ามาให้เซ็น แต่เมื่อถามถึงวีซ่า ก็ผัดผ่อนและบ่ายเบี่ยงมาตลอด พร้อมกับพยายามขอเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พักในต่างประเทศ และค่าอื่นๆ อีก เกือบ 100,000 บาท แต่ตนเห็นว่าผิดปกติจึงปัดไปว่า ไม่มีเงิน จนต่อมาก็ไม่สามารถติดต่อคนทั้งคู่ได้ จึงรู้ว่าถูกหลอกแน่ๆ และไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เสริมงาม

ขณะที่นางเพชร สุปินตา อายุ 82 ปี ยายของผู้เสียหาย ขณะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวได้ยกมือไหว้พร้อมวิงวอนขอให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนนำเงินมาคืนหลานตนเอง เนื่องจากเงินจำนวนดังกล่าวอาจจะดูไม่มากในสายตาคนอื่น แต่มีค่าสำหรับคนจนๆ ที่หามาด้วยความยากลำบาก เพราะพ่อและแม่ของหลานได้ไปกู้เงินจากธนาคารมา ทำให้ต้องเป็นหนี้เป็นสิน ขณะนี้ยังไม่มีเงินที่จะไปคืนธนาคาร เพราะหาเช้ากินค่ำเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป และขอวิงวอนให้ตำรวจเร่งรัดคดีให้จับผู้ต้องหาให้ได้โดยเร็ว ขอความเป็นธรรมด้วย.