วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ อาลัย'พ่อหลวง'ครบ 1ปี วันสวรรคต ขอคนไทยเร่ิมต้น'รู้ รัก สามัคคี'

"นายกฯ" อาลัย "พ่อหลวง" ของคนไทยครบ 1 ปี วันสวรรคต ขอคนไทยทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล เร่ิมต้น รู้ รัก สามัคคี สานมรดกพระราชทาน "ศาสตร์พระราชา-หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" บอกคนไทยโชคดีรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสานพระราชปณิธานพระบรมชนกนาถ... 



เมื่อวันที่ 13 ต.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า หากจะถามว่า มีหรือไม่ใครสักคนหนึ่ง ใครที่ยอมลำบากเพื่อคนอื่น โดยยอมทำงานหนัก โดยไม่มีข้อแม้ และไม่มีวันหยุด ใครที่มีการศึกษาดี มีสถานะสูง แต่ยอมตากแดด อาบเหงื่อต่างน้ำ ทำงานบนพื้นดิน ในป่าเขา และพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ตนเชื่อว่าในหัวใจชาวไทยทุกคน ย่อมประจักษ์ดีว่ามี และใครคนนั้น คือ ในหลวงของเรา ทรงงาน 70 ปี เพื่อพวกเรากว่า 70 ล้านคน ในหลวง รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรม และทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ ที่ว่า "เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" พระองค์ไม่เคยทรงทอดทิ้งให้ประชาชนคนไทย ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาโดยลำพัง แต่นับจากนี้ไปความสุขเหล่านั้น จะไม่มีอีกแล้ว แต่โชคดีที่คนไทยยังมีรัชกาลที่ 10 ที่ทรงรักษาสืบสานต่อยอดสิ่งเหล่านี้ต่อไป



เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที ถือเป็นห้วงเวลาแห่งความวิปโยคโศกศัลย์ เป็นวันที่ความเศร้าสลดสูญเสีย ท่วมท้นจิตใจของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อสำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว สุดที่คนไทยจะหักห้ามความอาลัยรัก และความระลึกถึง ที่มีแด่พระองค์ พระผู้เปรียบดั่ง "พ่อของแผ่นดิน" ได้ โดยความกตัญญูกตเวที และความจงรักภักดี ก็จะยังอยู่ในจิตใจของพวกเรา พสกนิกรของพระองค์ตลอดไป

ตลอดรัชสมัยของพระองค์ พระองค์ได้ทรงทำหน้าที่พ่อของแผ่นดินได้อย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือน พระองค์ต้องทรงงานหนัก ด้วยพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ทรงดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่าบนผืนแผ่นดินไทย ในโครงการพระราชาชดำริ กว่า 4,500 แห่ง ทรงเป็นตัวอย่างในการดำรงชีวิต พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้รู้จักพึ่งพาตนเอง ทำงานอย่างมีความสุข และรู้จักการออม พระเกียรติคุณดังกล่าว เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ทรงได้รับการขนานนามว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรที่ยากไร้และด้อยโอกาสทุกหย่อมหญ้า ทรงสดับตรับฟังปัญหาทุกข์ยากของราษฎร รูปแบบการพัฒนาภายใต้แนวคิดใหม่นี้ องค์การสหประชาชาติ ได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระองค์ และจัดให้มีการประชุมระดับนานาชาติ การถวายราชสดุดี และแสดงความอาลัย เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ภายหลังการเสด็จสวรรคต และเมื่อครบรอบ 1 ปี การเสด็จสวรรคตของพระองค์ อีกด้วย 


นอกจากนั้น ยังได้อัญเชิญแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ชาติสมาชิกได้นำไปประยุกต์ใช้ ในการกำหนดแผนพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทของประเทศตนเอง ซึ่งหลายประเทศสนใจน้อมนำไปประยุกต์ใช้แล้วในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กษัตริย์จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ทรงยกย่องให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างที่ดี ในการมุ่งมั่นทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน และได้น้อมนำหลักการทรงงาน และศาสตร์พระราชา ไปประยุกต์ใช้ รวมถึงพระองค์ก้าวเดินเข้าสู่โลกกว้างได้อย่างสง่างาม โดยทรงทำให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับ และทรงทำหน้าที่การเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอย่างอบอุ่น ล่าสุดทางการสวีเดน จะจัดพิธีสำคัญ เนื่องจากการเสด็จสวรรคต เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติ ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 26 ต.ค.วันเดียวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ



ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทย ทั้งชาติ พระราชทาน ส.ค.ส.ปีใหม่ พร้อมคำอวยพร เพื่อสร้างขวัญและเพิ่มกำลังใจให้พวกเราเป็นประจำทุกปี ทรงให้ข้อคิดในการดำรงชีวิตเช่น ไม่ให้พวกเรายอมแพ้ต่ออุปสรรค โดยพึงมีความเพียรอันบริสุทธิ์ ดังเช่น พระมหาชนกตามบทพระราชนิพนธ์ในพระองค์ ทรงให้กำลังใจทุกครั้ง ในคราวที่ประเทศชาติและประชาชน ประสบความทุกข์ยาก หรือสาธารณภัย ทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง พายุเกย์ (ปี 2532) สึนามิ (ปี 2547) ทรงสอนให้พวกเรารู้จักการเสียสละผลประโยชน์ส่วนตน เพื่อส่วนรวม โดยคำพ่อสอนส่วนหนึ่ง สามารถสรุปใจความได้ว่า หากสังคมไม่มีความสุข คนในสังคมก็จะหาความสุขไม่ได้ ทรงให้สติและหาทางออกของทุกปัญหา รวมทั้งวิกฤติทางการเมืองในประเทศทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา จนทำให้พวกเรา ตระหนักถึง ความรักและความสามัคคี” เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ของคนในชาติ


ทั้งหมดนี้ถือเป็นการทำหน้าที่ของพ่อที่สมบูรณ์แบบ จากวันนั้นวันที่พวกเราลูกของพ่อจับมือกัน ร่วมฝ่าฟัน ก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก ความท้อแท้ ความสิ้นหวัง และหมดเรี่ยวแรงกำลังใจท่ามกลางความทุกข์โศก จนถึงวันนี้ เราต้องแสดงให้พ่อเห็นว่าพ่อได้สร้างให้เรามีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะยืนหยัดด้วยตัวเอง เพื่อให้พ่อหายเหนื่อยและยิ้มได้ ทั้งนี้ 1 ปี ที่ผ่านมา ทำให้เราทุกคนประจักษ์แก่ใจตนว่า พระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของพวกเรามิรู้ลืม


ทั้งนี้ ด้วยพระบารมีแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ที่จะทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นหลักชัย และเป็นศูนย์รวมจิตใจชาวไทยทั้งชาติ ในการร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ทุกพระองค์ แห่งราชวงศ์จักรี ในการทำนุบำรุง ปกปักรักษาประเทศไทยไว้เพื่อลูกหลานไทย ตราบนานเท่านาน รัฐบาลขอให้คำมั่นแก่พี่น้องประชาชนคนไทยว่าเราจะร่วมกันทั้ง "จิตอาสาเฉพาะกิจฯ" ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งพลังประชารัฐ และทุกภาคส่วนในสังคมไทย และในการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม ที่ใกล้จะมาถึงนี้ ให้เรียบร้อย สมบูรณ์ที่สุด เพื่อถวายพระเกียรติยศอันสูงสุด เป็นครั้งสุดท้าย


ทั้งนี้ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้ร่วมกันทำความดี ร่วมกันสวดภาวนาตามศาสนาที่ทุกท่านนับถือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย พระมหากษัตริย์ผู้ครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่พสกนิกรของพระองค์โดยมิเคยเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย วันนี้พระราชภารกิจได้ปลดเปลื้องลงแล้ว ทว่าผลแห่งพระวิริยะอุตสาหะที่ทรงอุทิศพระองค์ รวมทั้งมรดกพระราชทาน อันได้แก่ ศาสตร์พระราชา จะยังคงเป็นพระบารมีปกเกล้าปวงประชาให้อยู่เย็นเป็นสุข และปกป้องแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง และวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปีนับจากนี้สืบไป จะไม่เป็นเพียงวันที่ปวงชนชาวไทย จะได้สำนึกและรำลึกถึงพระองค์ท่าน "พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง" เท่านั้น แต่จะเป็นวันที่พวกเราทุกคน จะได้รู้ รัก สามัคคี ร่วมกันสืบสานสิ่งต่างๆ ให้คงอยู่ตลอดไป.