วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ห้ามใช้ 'โดรน' บิน รัศมี19กม. รอบสนามหลวง

ทัพอากาศคุม-ฝ่าฝืนโทษหนัก ‘สปน.’ จัดทำเข็มที่ระลึกพิเศษ พระราชพิธีถวายพระเพลิงร.9

รัฐบาลคุมเข้ม “โดรน” ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระบุจะทำการบินต้องมีใบอนุญาตเลขทะเบียน เผยมีผู้มาขึ้นทะเบียนไว้เพียง 350 ลำ แต่ข้อมูลจากสื่อระบุมีผู้ใช้โดรน 5 หมื่นลำ และให้ผู้มีโดรนไว้ในครอบครองขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย ยันห้ามบินเข้าเขตหวงห้าม “สนามหลวงและบริเวณที่มีพระเมรุมาศจำลอง” อย่างเด็ดขาด ใครฝ่าฝืนโดนมาตรการพิเศษทันที ด้านรัฐบาลจัดทำเข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เปิดจำหน่ายวันแรก 22 ต.ค.นี้ จำนวน 4 หมื่นเข็ม จำกัดคนละ 2 เข็ม เตือนใครปลอมแปลงมีความผิดและจะถูกกวาดล้าง

ปวงชนชาวไทยทั่วแผ่นดินมีความรู้สึกใจหาย พากันหลั่งน้ำตาแห่งความอาลัยอีกครั้ง เมื่อใกล้ถึงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ซึ่งถือเป็นงานประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของคนไทยทั้งมวล

ผบช.ก.นำจิตอาสาทำความสะอาด

ที่พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อเวลา 08.00น.วันที่ 12 ต.ค. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง สำนักงานเขตดุสิต นักเรียน นักศึกษา ประชาชนจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” กว่า 800 คน ร่วมกันทำความสะอาดพระลานพระราชวังดุสิต ประดับต้นไม้ดอกดาวเรืองบริเวณซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ตลอดแนวถนนราชดำเนินนอก

อยากเห็นคนไทยทำดีเพื่อพ่อตลอดไป

พล.ต.ท.ฐิติราชเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบางคนที่บอกว่าจะทำความดี แต่ไม่ได้ทำสิ่งใดเลย สังคมไทยไม่ค่อยมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน แต่วันนี้เปลี่ยนไป เราได้เห็นทุกคนร่วมกันออกมาทำดีเพื่อพ่อมากขึ้น ความมีน้ำใจกลับมาอีกครั้งเหมือนในอดีต ส่วนตัวอยากให้มีภาพแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าทุกคนบอกว่ารักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทุกคนก็ต้องควรทำความดีเพื่อตอบแทนพระองค์ในฐานะที่ทรงงานเพื่อพสกนิกรมาตลอด 70 ปี ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเรื่องยากๆ แต่เริ่มจากสิ่งง่ายๆ ที่อยู่ในละแวกบ้านของเรา

“ออมสิน” ตรวจศูนย์สื่อฯ

ไล่เลี่ยกันที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มาตรวจความพร้อมศูนย์สื่อมวลชนในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายออมสินกล่าวว่า มาตรวจความพร้อมศูนย์สื่อมวลชน ก่อนมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ต.ค. จะมีการสาธิตการใช้อุปกรณ์และสัญญาณต่างๆทุกระบบ เปิดบริการแก่สื่อมวลชนได้ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ขณะที่วันซ้อมใหญ่เสมือนจริงการเดินริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในวันที่ 21 ต.ค. ศูนย์สื่อแห่งนี้จะมีการทดสอบการรับส่งสัญญาณทุกชนิดเสมือนจริงเช่นกัน เรื่องการไลฟ์สดในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนที่ขึ้นอัฒจันทร์ไลฟ์สดได้ ส่วนประชาชนคงจะห้ามไม่ได้ เพราะทุกคนมีกล้องในมือถือกันอยู่แล้ว แต่ในระหว่างพระราชพิธีอาจมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์

คุมเข้มโดรนฝ่าฝืนเจอมาตรการพิเศษ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ท.มานัต วงษ์วาทย์ รองเสนาธิการทหารอากาศ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ น.ส.มนัสชนก อรรถกรวรรธนะ หัวหน้ากองใบอนุญาตประกอบกิจการ สำนักงานการบินพลเรือน ร่วมแถลงข่าวถึงการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในช่วงงานพระราชพิธีฯ

พล.อ.ท.มานัตกล่าวว่า กองทัพอากาศช่วยดูแลเรื่องการใช้โดรนให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกสทช. เพราะกองทัพอากาศมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในภาพรวมของน่านฟ้าทั้งหมด โดรนที่จะทำการบินในช่วงงานพระราชพิธีฯได้ ต้องลงทะเบียนถูกต้อง ได้รับใบอนุญาตวิทยุโทรคมนาคมจาก กสทช.และใบอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือน ช่วงพระราชพิธีฯห้ามโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำการบินในพื้นที่สนามหลวงรัศมี 19 กิโลเมตร อย่างเด็ดขาด ถ้าเจ้าหน้าที่พบเห็นโดรนแปลกปลอมจะถูกควบคุมโดยมาตรการพิเศษทันที ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีพระเมรุมาศจำลองจะใช้มาตรการเดียวกันกับกรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ภาพงานพระราชพิธีฯเป็นไปด้วยความเหมาะสมและสมพระเกียรติที่สุด

เตือนใครมีให้รีบลงทะเบียน

ด้านนายฐากร กล่าวว่า กสทช.มีความวิตกกังวล เพราะมีการนำเข้าและใช้โดรนจำนวนมาก ข้อมูลจากสื่อพบว่า มีการใช้โดรนประมาณ 5 หมื่นลำ แต่ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พบว่ามีขึ้นทะเบียนใช้งานโดรนเพียง 350 ลำ กสทช. จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 ให้ผู้ที่มีโดรนในความครอบครองมาขึ้นทะเบียนทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 21 แห่ง ก่อนนำไปใช้งาน โดยในวันที่ 12 ต.ค. มีผู้มาลงทะเบียนแล้วถึง 60 ราย ขณะที่ต่างจังหวัดจะมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานีตำรวจนครบาล และสถานีตำรวจภูธร เปิดรับลงทะเบียนสำหรับประชาชนที่มีโดรน หลังจากได้ลงทะเบียนกับ กสทช. ต้องไปลงทะเบียนที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยด้วย เพื่อที่จะได้ออกใบอนุญาตกำกับอากาศยานดังกล่าวต่อไป

ห้ามบินเขตหวงห้ามเด็ดขาด

น.ส.มนัสชนกกล่าวว่า หลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนโดรน ขอให้ผู้ที่มีโดรนในความครอบครอง เข้าไปดาวน์โหลดคำขอขึ้นทะเบียนจากเว็บไซต์สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย แนบเอกสารที่ได้กำหนดไว้ หลังจากได้เลขทะเบียนแล้วหลักกฎของการบิน อาทิ ห้ามบินความสูงเกิน 90 เมตร หรือระยะ 9 กิโลเมตร จากสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานเว้นแต่ได้รับอนุญาต ห้ามทำการบินเข้าไปในเขตห้ามรวมทั้งสถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ โรงพยาบาลเว้นแต่ได้รับอนุญาตการบินในแนวระนาบ กับบุคคล ยานพาหนะ สิ่งก่อสร้าง หรืออาคารอย่างน้อย 30 เมตร ห้ามบินใกล้ชุมชน หากโดรนมีน้ำหนักเกินกว่า 25 กิโลกรัมขึ้นไป ต้องได้รับอนุญาตจาก รมว.คมนาคม

กทม.มีพระเมรุมาศจำลอง 9 แห่ง

อีกด้านที่ห้องสุรศักดิ์มนตรี กระทรวงกลาโหม เวลา 13.00 น. กอร.พระราชพิธีฯ แถลงข่าวการ จัดพระเมรุมาศจำลองซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ในพื้นที่ กทม. ต่างจังหวัดและต่างประเทศ โดยมี น.ส.สุทธิภา นาเจริญ ผอ.กองกลาง สำนักงานปลัด กทม. นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศร่วมแถลง

น.ส.สุทธิภา กล่าวว่า กทม. จัดพื้นที่รองรับประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ใน กทม. ได้แก่พระเมรุมาศจำลอง 9 แห่ง คือ 1.พระลานพระราชวังดุสิต 1 แห่ง 2.สี่มุมเมืองสนามหลวง 4 แห่ง คือสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม สวนนคราภิรมย์ ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1 ลานคนเมือง 3. สี่มุมเมือง กทม. 4 แห่ง คือ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) พุทธมณฑล ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ตามวัด 62 ซุ้ม

น.ส.สุทธิภากล่าวอีกว่า ยังมีซุ้มถวายดอกไม้ จันทน์ขนาดใหญ่ 16 ซุ้ม ขนาดกลาง 26 ซุ้ม ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ตามวัดต่างๆอีก 62 ซุ้ม จะเริ่มต้นให้ถวายดอกไม้จันทน์ตามจุดต่างๆ ในวันที่ 26 ต.ค. เวลา 09.00-16.30 น. หยุดพักในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จที่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวงพื้นที่ประกอบพิธี จากนั้นเปิดให้ถวายดอกไม้จันทน์ได้อีกครั้ง เวลา 18.00 น. และ 22.00 น. เป็นช่วงพระราชทานเพลิงพระศพจริง จะมีการหยุดช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วจะอัญเชิญดอกไม้จันทน์ของประชาชนทุกท่านที่ร่วมถวายตลอดทั้งวันไปเผาที่พระจิตกาธาน ที่จัดสร้างขึ้นที่เมรุมาศท้องสนามหลวงและเมรุมาศจำลองทั้ง 8 แห่ง (ยกเว้นหน้าพระลานพระราชวังดุสิต) รวมถึงเขตต่างๆ และวัดที่มีการสร้างจิตกาธานที่ได้เตรียมไว้ จากการประเมินแต่ละจุดเผาได้ประมาณ 3 แสนดอก

เตรียมดอกไม้จันทน์ 61 ล้านดอก

นายนิสิตกล่าวว่า ส่วนการจัดสร้างพระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ 76 จังหวัด เสร็จแล้ว 100% จำนวน 56 แห่ง อีก 20 แห่ง คืบหน้า 95% ส่วนซุ้มดอกไม้จันทน์มีทั้งหมด 802 แห่ง คาดว่าแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ต.ค. สำหรับพระจิตกาธานก่อสร้างทั้งหมด 878 แห่งอยู่ใกล้กับพระเมรุมาศจำลอง ต้องแล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 20 ต.ค. สำหรับดอกไม้จันทน์พระราชทาน ขณะนี้มีทั้งสิ้น 61 ล้านดอก เชื่อว่าเพียงพอสำหรับประชาชนทุกคน กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ นายอำเภอทั่วประเทศ จัดทำแผนเผชิญเหตุรองรับกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะเหตุฝนตก

ก.ตปท.มอบดอกไม้จันทน์ช่อพิเศษ

ส่วน น.ส.บุษฎีกล่าวว่า ในส่วนของดอกไม้จันทน์ ที่ได้ให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ทุกแห่ง จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ล่วงหน้า เป็นช่อดอกไม้จันทน์พิเศษในนามของผู้แทนส่วนราชการหรือที่เรียกว่าทีมประเทศ ไทยในประเทศนั้นๆ รวมถึงเป็นตัวแทนชุมชนคนไทยในต่างประเทศได้อธิษฐานช่อดอกไม้จันทน์ ขณะนี้สถานทูตกงสุลใหญ่ทุกแห่ง ได้ส่งช่อดอกไม้จันทน์กลับมาที่กระทรวงการต่างประเทศจำนวน 96 ช่อ จาก 94 แห่ง รวมถึงช่อดอกไม้จันทน์จากตัวแทนจิตอาสาเฉพาะกิจในต่างประเทศ จำนวน 94 ช่อ ตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำช่อดอกไม้พิเศษไปมอบให้สำนักพระราชวังเมื่อวันที่ 12 ต.ค. และจะเชิญไปถวายที่หอเปลื้องพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 26 ต.ค.

สปน.ทำเข็มที่ระลึกพระราชพิธีฯ

เวลา 12.30 น. ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือ สปน. ได้จัดทำเข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระราชานุญาต และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต โดย สปน.เป็นผู้ผลิต ช่วงก่อนงานพระราชพิธีพระบรมศพจะผลิตมาจำหน่ายจำนวน 4 หมื่นเข็ม เปิดจำหน่ายวันที่ 22 ต.ค.ราคาเข็มละ 300 บาท ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก กทม. จำกัดคนละ 2 เข็ม

1-30 พ.ย. ซื้อและจองระลอกสอง

นายวิษณุกล่าวอีกว่า จากนั้นระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย. จะจำหน่ายที่งานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ท้องสนามหลวง จำกัด 1 คนต่อ 2 เข็ม ใช้บัตรประชาชนสั่งซื้อและจอง การสั่งจองจะเริ่มสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.60 เป็นต้นไป ที่กองคลัง สปน.ทำเนียบรัฐบาลและธนาคารกรุงไทย ส่วนภูมิภาคสั่งจองได้ที่สำนักงานจังหวัดทุกจังหวัด รับเข็มได้ ณ สถานที่ที่สั่งจอง ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.61 เป็นต้นไป โดยสามารถติดเข็มที่อกเสื้อได้ทุกวัน รวมถึงหลังงานถวายพระเพลิงพระบรมศพก็ยังใช้ได้ตลอดไป รายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด ทั้งนี้การซื้อในขณะนี้ ซื้อได้คนละ 2 เข็ม แต่การจองหลังจากนี้คงจะไม่จำกัดจำนวน

ใครทำปลอมโดนกวาดล้าง

“ใครที่คิดจะทำปลอมแปลงถือว่ามีความผิด จะมีการกวาดล้างด้วย ถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง รวมทั้งขอร้องประชาชนอย่าไปอุดหนุนเป็นอันขาด เพราะนอกจากจะไม่ใช่กรณีที่ทางราชการทำแล้ว รายได้ก็จะเป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่ได้ใช้ถวายเสด็จพระราชกุศลที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชน ที่สำคัญอาจไม่เหมือนของจริง”นายวิษณุกล่าว

สำหรับลักษณะเข็มเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม ตอนปลายสอบยาวตรง ด้านหน้าอัญเชิญอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร.ลงยาสีฟ้า สีเหลือง สีขาวนวล มีมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมีอยู่เบื้องบน ประดิษฐานกึ่งกลาง มีอักษรคำว่า “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 2560” จารึกเบื้องล่างโดยรอบ และด้านหลังเข็มมีตราสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่กึ่งกลาง สีของเข็มเป็นโทนสีเหลือง-ทอง สีวันพระราชสมภพในรัชกาลที่ 9

สรุปแผนเข้าชมนิทรรศการชัดเจนแล้ว

เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมดำรงค์ราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการเนื่องในการจัดงานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ว่า ได้สรุปแผนปฏิบัติการเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ โดยให้เข้าชมนิทรรศการระหว่างวันที่ 2-30 พ.ย. เวลา 07.00-22.00 น. ในการนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี จะเสด็จฯไปทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการในวันที่ 2 พ.ย. เบื้องต้นกำหนดให้เข้าชมแบบอิสระ รอบละ 5,500 คน ใช้เวลารอบละประมาณ 1 ชั่วโมง เน้นการแต่งกายสุภาพเหมือนกับการเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากการประเมินผู้เข้าชม เฉลี่ย 29 วัน มากกว่า 3 ล้านคน

ผู้เข้าชมต้องผ่านจุดคัดกรอง

พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ขั้นตอนการเข้าชมนิทรรศการ ผู้เข้าชมต้องผ่านจุดคัดครอง 3 จุด คือ หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณท่าช้างและบริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รด.) ก่อนเข้าสู่จุดทางเข้าหลักตรงพระแม่ธรณีบีบมวยผม จุดนี้ยังเลือกชมการแสดงมหรสพเวทีต่างๆได้ จากนั้นให้ยืนรอในจุดซึ่งสามารถถ่ายภาพด้านหน้าทางเข้านิทรรศการ ประกอบด้วย แปลงนาประกอบพระเมรุมาศ ฝายแม้ว กังหันน้ำชัยพัฒนา ใช้เวลา 15 นาที ก่อนเข้าชมนิทรรศการโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที เมื่อครบเวลา เจ้าหน้าที่จะมีสัญญาณแจ้งและเชิญออกทางด้านซ้ายขวา ส่วนการขึ้นชมพระเมรุมาศ ขึ้นชมได้ฝั่งซ้ายและขวา บริเวณชั้นที่ 1 เท่านั้น สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ จะมีรถเข็นรองรับด้านนอก มีช่องทางพิเศษอำนวยความสะดวกด้วย

ซ้อมยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร

จากนั้นเวลา 17.00 น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ธนะศักดิ์มาตรวจการซ้อมยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ แล้วกล่าวว่า เป็นการทดสอบการชักรอกสลิงและตรวจสอบตำแหน่งสลิง รวมถึงการเลื่อนฉัตรเพื่อเป็นไปตามจังหวะและลงตำแหน่งบริเวณส่วนยอดพระเมรุมาศที่กำหนดไว้ การซ้อมเป็นไปด้วยดี ใช้เวลาในการเชิญฉัตรขึ้นสู่ยอดรวมประมาณ 3 นาที สลิงบางช่วงมีลักษณะหย่อนเป็นรูปตัววี ดังนั้น การซ้อมอีกครั้งในวันที่ 17 ต.ค. ได้ขอให้กรมศิลปากรจัดเตรียมฉัตร 9 ชั้น มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรองค์จริง น้ำหนัก 80 กิโลกรัม สูง 5.10 เมตร เพื่อให้วันพระราชพิธีจริงมีความสมบูรณ์ สมพระเกียรติ หลังพระราชพิธีช่างจะถอดรื้อนั่งร้านพระเมรุมาศองค์ประธานภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ สำนักช่างสิบหมู่ได้ติดตั้งจิตรกรรมฉากบังเพลิงทั้ง 4 ทิศ ประติมากรรมท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ทิศ เสร็จแล้วและประดับดอกดาวเรืองในมณฑลพิธีแล้ว

นายกฯเชิญชวนทำบุญวันสวรรคต

วันเดียวกัน พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ ครม. พร้อมคู่สมรส ได้ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนิมนต์พระสงฆ์ 89 รูป ฉันภัตตาหารเช้าที่ตึกสันติไมตรีหลังใน และทำบุญตักบาตรที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ในเวลา 07.00 น. โดยหน่วยงานราชการ ทหารแต่ละเหล่าทัพจะทำพิธี พร้อมกันทั่วประเทศ

ร.10 ให้ ปชช.ร่วมน้อมรำลึกถึง ร.9

ขณะที่สำนักพระราชวังแจ้งว่า สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวมีพระราชดำริที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการประมวลภาพเหตุการณ์แห่งความทรงจำนับแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ซึ่งบันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.2559 เป็นต้นมา เพื่อรวบรวมไว้เป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความจงรัก ความภักดีและความศรัทธาของปวงเหล่าพสกนิกรที่มีต่อพระองค์ อันจะเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ โดยมีพระราชดำริให้มีการนำภาพที่จัดส่งมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ไปจัดแสดงให้ประชาชนได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยและประเทศชาติตลอดไป

ส่งภาพถ่ายแห่งความทรงจำ

สำนักพระราชวังขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วทุกมุมโลก ร่วมส่งภาพแห่งความทรงจำและระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรม นาถบพิตร ในมุมมองต่างๆที่ประชาชนได้บันทึกภาพ ไว้นับแต่วันเสด็จสวรรคต วันที่ 13 ต.ค.2559 ถึงวันที่ 30 พ.ย.2560 ทั้งนี้ สามารถส่งภาพได้ไม่เกิน คนละ 10 ภาพ มีความละเอียดของภาพไม่เกิน 3 MB (เมกะไบต์) โดยระบุชื่อและนามสกุลของผู้ถ่ายภาพ วัน เวลา และสถานที่ของภาพ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และส่งมาที่ e-mail : photokingrama9@mail.go.th ทางเว็บไซต์ https://photokingrama9.ohm.go.th

หรือทางไปรษณีย์ที่สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ 904 พระที่นั่งอัมพรสถาน ถนนนครราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 ฝ่ายทะเบียนกองกลาง อาคาร 601 สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 กองเผยแพร่พระราชกรณียกิจ สำนักพระราชวัง อาคารศาลาลูกขุนใน ถนนหน้า พระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 https://photokingrama9.ohm.go.th และสอบถามที่ 0-2220-7200 ต่อ 3401-3407

ช่อง 3 รวมใจดาราผู้จัดรำลึกถึง ร. 9

ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 วันเดียวกัน กลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ และบริษัทในเครือ นำโดยนายสมชัย บุญนำศิริ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) และนายประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้จัด ผู้ประกาศข่าว และดารา-นักแสดง ได้ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต 13 ตุลาคม 2560 ณ บริเวณลานหน้าอาคารมาลีนนท์ ถนนพระราม 4 พิธีเริ่มต้นด้วยการขับเสภา โดย ครูมืด-ประสาท ทองอร่าม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการละคร ร่วมขับเสภาโดยครูกานต์สิณี สังเวียนทอง และ คุณวันเฉลิม ปู่ซ้ำ จากนั้นคณะผู้บริหาร ผู้จัด ผู้ประกาศข่าว ดารา-นักแสดง พนักงาน ร่วมกล่าวบทอาเศียรวาทและร่วมถวายความเคารพและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที แล้วนั่งลงกราบเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช