วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บุกค้น 3 บริษัท กลางกรุง ทลาย 'แก๊งคอลเซ็นเตอร์' ไล่เช็กบิล 49 หมายจับ

ปปง.สนธิกำลังหลายฝ่าย เข้าค้นเป้าหมาย 3 บริษัทกลางกรุง บุกทลาย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” แอบอ้างเป็นจนท.รัฐ เผยรวบตัวได้แล้ว 8 ราย อยู่ระหว่างตามจับผู้กระทำผิดอีก 49 หมาย ฝากเตือนปชช.อย่าหลงเชื่อโอนเงิน

วันที่ 12 ต.ค.60 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ ปปง. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. และ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้โทรศัพท์หลอกลวงอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งคนไทยและต่างชาติ เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำหลายส่วน มีผู้กระทำความผิดที่อยู่ในไทยและนอกราชอาณาจักร (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) โดยอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบจึงได้มีการบูรณาการหลายหน่วย ประกอบด้วย อัยการสูงสุด ตำรวจภูธรภาค 4-6 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกองบังคับการปราบปราม กรมสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงาน ปปง. จึงทำให้มีการออกหมายจับบุคคลที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดและการจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวนไม่น้อยกว่า 49 ราย จับกุมแล้ว 8 ราย ประกอบด้วย นายฟาง ยางเส็ง สัญชาติจีน อาหลิน นายอนุรุทย์ เพิ่มทวีทรัพย์ นางสาวพรรณปพร ศรีอ่อนดี นางสาวสมพร ชูช่วย นางสาวกุลวดี ฉิมเพ็ชร นางสาวดารานาถ ยังดีเลิศ และนางสาวรัตนา เกษสุพรรณ์

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า ต่อมามีการเข้าตรวจค้น 3 จุด ได้แก่ 1. บริษัท โกลเด้น-ริช-แทรเวล จำกัด เลขที่ 603/13 ถ.นวลจันทร์ บึงกุ่ม กรุงเทพฯ 2. บริษัท จีทีอาร์ แทรเวล แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด เลขที่ 538 อาคารแกรนด์ ชั้น 9 ถ.รัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ และ 3. บริษัท ยู.วี.ที. แทรเวล แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด เลขที่ 538 อาคารแกรนด์ ชั้น 9 ถ.รัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้น พบเอกสารที่เกี่ยวข้องและตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 1 คน

“มิจฉาชีพมักจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การใช้ไลน์ ID ของเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐในการสร้างความเชื่อถือ ให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้กับมิจฉาชีพ จึงอยากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอให้สื่อมวลชนช่วยย้ำเตือนประชาชนมิให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพดังกล่าว หากผู้เสียหายเกิดความลังเล มิจฉาชีพจะโอนสายไปยังกลุ่มมิจฉาชีพอีกกลุ่มที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยพฤติการณ์และวิธีการของกลุ่มมิจฉาชีพ ทำให้ประชาชนผู้เสียหายหลงเชื่อโดยสุจริต ประกอบกับเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ของตน ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพันกับการกระทำความผิดที่กลุ่มมิจฉาชีพกล่าวอ้าง ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนผู้เสียหายมาร้องทุกข์แจ้งความแล้วกว่า 64 คดี มีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานต่างๆ กำลังดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดตามหมายจับซึ่งมีมากกว่า 49 หมายจับ” พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าว

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขอฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพจะใช้โทรศัพท์ ไลน์ หรือโซเชียลมีเดียใดๆ ก็ตาม แอบอ้างว่าเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเช่น ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ปปง. ให้กระทำการใดๆ ในลักษณะดังกล่าว รวมไปถึงการหลอกลวงในรูปแบบอื่นๆ ที่กลุ่มคนร้ายมุ่งเป้าประสงค์ให้ประชาชนที่ถูกหลอกลวง หลงเชื่อให้ทำการโอนเงิน ให้พึงระวังว่าบุคคลดังกล่าวเป็นมิจฉาชีพ โปรดอย่าหลงเชื่อและกระทำการใดๆ ตามที่มิจฉาชีพหลอกลวงโดยเด็ดขาด หากประชาชนพบการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างแน่ชัด อย่ารีบด่วนโอนเงินไปเป็นอันขาด ขอให้ประชาชนพยายามหลีกเลี่ยงการเจรจา กลุ่มมิจฉาชีพมีจิตวิทยาขั้นสูงพูดโน้มน้าวจิตใจ ส่วนกรณีรับจ้างเปิดบัญชีอาจถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท.