วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดัชนีหนี้ครัวเรือนไทยปี 60 พบมีหนี้ถึง 91.1% มากสุดในรอบ 10 ปี

ม.หอการค้าไทย ชี้ ผลสำรวจหนี้ครัวเรือนไทยปี 60 พบส่วนใหญ่ 91.1% มีหนี้ สูงสุดรอบ 10 ปี ส่วนทางสัดส่วนการเป็นหนี้นอกระบบลดต่ำสุดรอบ 10 ปี ส่งสัญญาณโครงสร้างหนี้ครัวเรือนไทยเริ่มดีขึ้น คาดปี 62 คนไทยพร้อมบริโภคเต็มที่...

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2560 นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 60 ที่สำรวจจาก 1,191 ตัวอย่างว่า ปัจจุบันครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ 91.1% ยังคงมีหนี้สินอยู่ มีเพียง 8.9% เท่านั้นที่ไม่มีหนี้สิน โดยครัวเรือนที่ยังมีหนี้ส่วนใหญ่ 32.4% เป็นหนี้เพื่อการใช้จ่ายทั่วไป รองลงมา 30.5% เป็นหนี้เพื่อซื้อทรัพย์สิน เช่น รถยนต์และบ้าน อีก 16.6% เป็นหนี้เพื่อชำระหนี้เก่า และ 3.8% เป็นหนี้บัตรเครดิต

สำหรับครัวเรือนที่มีหนี้สินนั้น 42.4% เป็นหนี้ในระบบ อีก 1.2% เป็นหนี้นอกระบบ และอีก 56.4% เป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบ 56.4% โดยหนี้สินต่อครัวเรือนรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 299,266 บาท เพิ่มขึ้น 0.4% จากปีก่อน ซึ่งขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปี สำหรับประชาชนที่มีหนี้จะผ่อนชำระหนี้เดือนละ 15,438 บาท เพิ่มขึ้น 3.69% เป็นการผ่อนชำระหนี้ในระบบ 79.3% หรือเดือนละ 14,032.32 บาท เพิ่มขึ้น 24.41% ขณะที่การผ่อนชำระหนี้นอกระบบอยู่ที่ 26.4% หรือเดือนละ 5,512.57 บาท ลดลง 46.33% ซึ่งลดลงมากสุดในรอบ 10 ปี

นอกจากนี้ ยังพบว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ 79.3% เคยผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจากสินค้ามีราคาแพง เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว สถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น และมีรายได้ลดลงขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่คาดว่าในอีก 1 ปีข้างหน้า ผู้เป็นหนี้นอกระบบจะลดลง

อย่างไรก็ตาม มองว่า รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของภาคประชาชนด้วยการแก้ไขปัญหาในเรื่องของค่าครองชีพ ดูแลสวัสดิการให้กับประชาชน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ส่งเสริมรายได้ให้กับประชาชน จัดหาแหล่งเงินในระบบที่มีดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงลดข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชนมากขึ้น

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้ คนยังจับจ่ายใช้สอยไม่สูง ทั้งปริมาณและมูลค่า เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดี ค่าครองชีพในปัจจุบันสูงกว่ารายได้ จึงต้องการประหยัด ซื้อเฉพาะของจำเป็น แต่ภาระหนี้ที่เกิดขึ้นดูแล้วไม่น่ากลัวนัก เพราะเริ่มมีการปรับโครงสร้างไปสู่การเป็นหนี้เพื่อซื้อทรัพย์สิน ทั้งบ้านและรถยนต์

“เป็นสัญญาณที่ดีที่ตัวเลขหนี้นอกระบบลดลง และภาระการก่อหนี้ของคนไทยในอีก 1 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มลดลง ทำให้ปี 61 จะเกิดการปรับฐานของภาระหนี้ครัวเรือนไทย เกิดการรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบมากขึ้น ทำให้มีภาระผ่อนชำระลดลง โครงสร้างหนี้ครัวเรือนจะปรับตัวดีขึ้น และส่งผลให้ในปี 62 คนไทยพร้อมบริโภคเต็มที่” นายธนวรรธน์ กล่าว

ขณะที่ผลสำรวจทัศนะและพฤติกรรมการใช้จ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ผู้ที่ถือบัตรส่วนใหญ่เห็นว่า สามารถช่วยแก้ปัญหาความยากจน เพิ่มสภาพคล่องในครอบครัว ทำให้เศรษฐกิจเกิดความคึกคัก และมีความพึงพอใจกับนโยบายดังกล่าว.