วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อแม่ร้อง ตร. ส่งศพลูกชันสูตรนิติเวช หาเหตุตาย เข้าฝันบอกอย่าเผาหนู

พ่อแม่ชาวบุรีรัมย์ ร้อง ตร. ส่งศพลูก 3 ขวบ เสียชีวิตมาแล้ว 3 เดือน ชันสูตรที่นิติเวช รพ.ตำรวจ หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง หลังป่วยแล้วเข้ารักษาตัวใน รพ. ที่ปทุมฯ แต่แพทย์ไม่แจ้งสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่นอน บอกลูกมาเข้าฝัน ยังไม่ตาย อย่าเผาหนู ...

นายสำลี ชาติเพชร และ นางสาวรุ่งนภา กุดนอก พ่อแม่ ของ ด.ญ.มุกมณี หรือ น้องไข่มุก ชาติเพชร อายุ 3 ขวบ 10 เดือน เดินทางมาพร้อมทนายความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ในการนำศพเพื่อไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังน้องไข่มุกเสียชีวิตจากการรักษาพยาบาลโดยไม่ทราบสาเหตุ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2560 เป็นเหตุให้บิดาและมารดาของเด็กติดใจถึงสาเหตุการตาย และอยากเรียกร้องความเป็นธรรม เบื้องต้นมั่นใจว่าเกิดจากการรักษาที่ผิดพลาดของทางแพทย์ อย่างไรก็ตามหากผลการตรวจพิสูจน์พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตของบุตรสาวเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ได้เกิดจากการรักษาที่ผิดพลาดของทางแพทย์ ครอบครัวก็พร้อมที่จะยอมรับผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ 

นางสาวรุ่งนภา เปิดเผยว่า ก่อนที่จะนำน้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ช่วงสายของวันเดียวกันนั้น ตนยังพาบุตรสาว ไปเล่น และทานอาหารได้ตามปกติ กระทั่งช่วงบ่ายของวันเดียวกัน รู้สึกว่าลูกสาวมีอาการตัวรุมๆ ก็ได้เช็ดตัวให้ ตกดึกลูกมีอาการไข้สูง ตนก็เช็ดตัว ก่อนที่จะพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลในช่วงเช้า ตอนนั้น ลูกก็ยังพูดคุยได้ตามปกติ มีอาการร่าเริงเหมือนเด็กเป็นไข้หวัดธรรมดา เบื้องต้นทางแพทย์ของทางโรงพยาบาลแจ้งว่า เด็กเป็นไข้หวัดแต่เนื่องจากมีไข้สูง จะฉีดยากันชักให้ หลังจากฉีดยา ลูกมีอาการเกร็ง กระตุก และมีผื่นแดงขึ้นตามตัว ทางเราจึงขอให้ย้ายไปโรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต แต่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่า ไม่สามารถส่งต่อไปได้เนื่องจากว่าเป็นคนละเครือข่ายกัน ถ้าต้องการที่จะย้ายโรงพยาบาลจะส่งต่อไปให้ที่อีกโรงพยาบาลหนึ่ง กระทั่งช่วงเย็นจึงได้ทำการส่งตัวน้องไปโรงพยาบาลแห่งที่ 2 แต่แพทย์ก็ยังไม่ทราบว่าป่วยด้วยโรคอะไร ต้องรอดูอาการและขอเจาะสันหลังเพื่อตรวจนำไขกระดูกไปทำการตรวจพิสูจน์โรค

นางสาวรุ่งนภา เผยต่อว่า จากนั้นในช่วงเวลา 3-4 ทุ่ม คืนเดียวกัน แพทย์แจ้งว่า เด็กเกิดอาการไตวายเฉียบพลัน และยังคงมีการให้ยาต่อเนื่องตลอดทั้งคืน แต่ไม่ทราบว่าเป็นยาอะไร กระทั่งมาถึงช่วงวันที่ 6 กรกฎาคม ประมาณบ่ายโมง พยาบาลน้ำยามาใส่ให้น้องอีกครั้ง เป็นกระปุกประมาณเท่ากำปั้น เข้าทางเส้นเลือด พยาบาลแจ้งว่าเป็นยาที่ควบคุมรักษาทุกโรค ราคากระปุกละแสน จากนั้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากที่ให้ยาหมดขวด น้องไข่มุกมีอาการกระตุก หัวใจเต้นเร็ว และหัวใจหยุดเต้นไป แพทย์พยาบาลช่วยกันปั๊มหัวใจ ทำให้น้องฟื้นกลับคืนมา และมีอาการทรงตัว กระทั่งประมาณ 2 ทุ่มของคืนวันที่ 6 กรกฎาคม น้องได้หัวใจหยุดเต้นอีกครั้ง และแพทย์ช่วยชีวิตได้อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับแจ้งว่าขอกรีดเส้นเลือดที่แขนเพื่อใส่ตัวยาให้ทันกับการรักษาโรค เนื่องจากว่าการวิวัฒนาการของโรคไปได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับขอใส่ยากระตุ้นความดัน 3 กระปุก ถ้าหากว่า ให้ยาครบ 3 กระปุกแล้ว ความดันของน้องไข่มุกปกติ น้องมีโอกาสที่จะรอดชีวิต ซึ่งน้องก็ยังคงมีอาการทรงตัวอยู่เรื่อยๆ เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากแม่ ก็ยังลืมตาแล้วก็พยักหน้าตอบโต้ได้สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ปกติ หลังจากนั้นประมาณ 5 ทุ่มกว่า แพทย์ได้แจ้งว่าให้พ่อแม่ทำใจ 

แม่น้องไข่มุก เผยต่อว่า กระทั่งเช้าวันที่ 7 ก.ค 60 น้องมีอาการเริ่มตัวแข็ง ตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมา โดยแพทย์แจ้งว่า เส้นเลือดไม่ไปหล่อเลี้ยงตามร่างกาย หากรอดชีวิตก็จะต้องพิการ แต่ความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ต้องการให้ลูกหาย พ่อและแม่ก็พร้อมที่จะดูแลหากลูกต้องพิการขอเพียงแต่รอดชีวิต แต่หลังจากนั้นเวล 14.35 น. น้องก็เสียชีวิต โดยมีแพทย์ ซึ่งเป็นผู้ชายมาแจ้งกับทางคุณแม่ว่า น้องเสียชีวิตจากสาเหตุไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ วินาทีนั้นยอมรับว่า ทำอะไรไม่ถูก เกิดอาการชาไปทั้งตัว แต่ก็ทำเรื่องขอลูกกลับมาไว้ที่ประโคนชัย ซึ่งก่อนรับศพลูกกลับบ้านทางเจ้าหน้าที่ห้องดับจิตแจ้งว่า ให้ทำการเผาศพลูกทันที และห้ามเปิดดู เนื่องจากเกรงว่าจะติดเชื้อและเป็นโรคร้ายแรง เนื่องจากทางแพทย์ยังไม่แจ้งสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่นอน 

จนกระทั่งเวลาผ่านมาได้สักระยะ เริ่มมีสติขึ้นมาและพูดคุยกับทางครอบครัวว่า ควรจะหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของน้องไข่มุก ส่วนสาเหตุที่ยังไม่ทำการเผาศพน้องเลยทันที เนื่องจากว่าประเพณีเขมร ทางบ้านถ้าหากเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ปี จะต้องทำการเก็บรักษาไว้ก่อนประมาณ 5 ถึง 10 ปี หากทำการเผาโดยไม่เชื่อถือทางประเพณี อาจมีสาเหตุทำให้เด็กแถวบ้านต้องมีอันเป็นไป ตนและครอบครัวจำเป็นต้องเชื่อถือประเพณีทางบ้าน แต่ระหว่างนั้น ทางฝ่ายของพ่อได้มีการฝันอย่างต่อเนื่องว่า อย่าเผาหนู เพราะยังไม่ตาย จะเผาหนูทำไม และฝันติดต่อกันถึง 4 ครั้งทำให้ตนและครอบครัวต้องมาตัดสินใจกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง และได้ข้อยุติกันว่าจะต้องนำศพน้องส่งพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด ซึ่งหากผลของการออกมาเป็นอย่างไรตนก็พร้อมที่จะยอมรับ.