วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“บินไทย” ปรับใหญ่รับไอเคโอ

“คนร.”สั่งรัฐวิสาหกิจ 7 แห่งทำแผนระยะยาว

คนร.สั่ง 7 รัฐวิสาหกิจ ทำแผนขับเคลื่อนองค์กรสร้างความยั่งยืนในระยะยาว หลังพ้นปากเหวช่วงฟื้นฟูองค์กร แนะการบินไทยปรับกลยุทธ์เชิงรุกรับไอเคโอปลดธงแดง ขณะที่การรถไฟให้ตั้ง บริษัทลูกบริหารสินทรัพย์คาด 30 ปี มีรายได้ 3 แสนล้านบาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกำหนดให้รัฐวิสาหกิจ 7 แห่งได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จัดทำแผนขับเคลื่อนองค์กรเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว หลังจากที่ผ่านมาฟื้นฟูองค์กรมาระดับหนึ่งแล้ว จากที่เคย ขาดทุนมามีกำไร โดยเป็นแผนที่สอดคล้องกับภารกิจหลักโดยเน้นการให้บริการแก่ประชาชน พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการรายปีด้วย โดยให้ส่ง รายละเอียดของแผนให้ สคร.ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คนร.ภายในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อเสนอ คนร.ต่อไป

นอกจากนี้ คนร.ยังได้รับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ 7 แห่งดังนี้ คือ ธพว.มีผลการดำเนินงานดีขึ้นอย่างชัดเจน และเป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยปล่อยสินเชื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รายละไม่เกิน 15 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมาย 25,000 ล้านบาท จากวงเงินที่ตั้งไว้ 30,000 ล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อกิจการและความมั่นคงในอนาคต

ส่วนธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอส.) มีความคืบหน้าด้านการหาพันธมิตรที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้มีการเจรจาพันธมิตร 13 ราย ซึ่ง คนร.ขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.2561 นอกจากนี้ ยังได้มีการแยกหนี้เสีย 50,000 ล้านบาทออกจากธนาคารไปตั้งเป็นบริษัท บริหารสินทรัพย์ จำกัด หรือเอเอ็มซี เรียบร้อยแล้วซึ่งจะทำให้การดำเนินงานของธนาคารมีความคล่องตัวมากขึ้น

ขณะที่ทีโอที และ กสท ได้จัดตั้งบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (เอ็นบีเอ็น) เพื่อดำเนินธุรกิจเคเบิลใยแก้วใต้น้ำ และอินเตอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ และบริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศ และศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตจำกัด (เอ็น-จีดีซี) ในการดำเนินธุรกิจอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ แล้ว จะเปิดให้บริการได้ภายในเดือน พ.ย.นี้

ส่วนการบินไทยผลการดำเนินงานส่วนใหญ่เป็นไปตามแผน รายได้รวมของบริษัทใกล้เคียงเป้าหมายและอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Cabin Factor) ปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 78% หลังจากในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา ทำได้แล้วเฉลี่ย 80.7% และให้เร่งนำระบบการจัดการเส้นทางการบินและระบบการจัดการเน็ตเวิร์ก มาใช้ให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น รวมทั้งปรับกลยุทธ์ของการบินไทยเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวและการปลดธงแดงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ควบคุมคุณภาพการให้บริการให้เหมาะสมด้วย

ส่วน ขสมก.นั้น คนร.ขอให้เร่งดำเนินการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และให้กรมการขนส่งทางบกเร่งกำหนดหลักเกณฑ์และเพิ่มจำนวนเส้นทางนำร่องการประมูลเส้นทางเดินรถใหม่สำหรับผู้ประกอบการ ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คนร.เห็นชอบในหลักการรูปแบบการบริหารจัดการโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) โดยจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเดินรถและซ่อมบำรุง และให้จัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารสินทรัพย์ของ ร.ฟ.ท. ที่มีพื้นที่ประมาณ 39,000 ไร่ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้รวม 300,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 30 ปี ซึ่งจะทำให้ใช้หนี้ได้ประมาณ 100,000 ล้านบาทที่ค้างไว้ได้

นอกจากนี้ คนร.ยังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมการ และสร้างความเข้าใจในร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนา การกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ โดยมีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ประเด็นที่ต้องสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.โดยให้จัดทำแผนและสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องให้แก่สาธารณชนและประสานงานกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการสร้างการรับรู้ให้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจว่าร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ เป็นการปฏิรูประบบการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจโดยยังคงความเป็นรัฐวิสาหกิจไว้ และไม่ได้มีผลเป็นการแปรรูป หรือถ่ายโอนทรัพย์สินไปยังภาคเอกชนแต่ประการใด.