วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นางเอก ‘พิงกี้’ รับ เลิกกับสามีแล้ว แจงกดดัน-ไม่ถนัดธุรกิจ

ยันไม่มีมือที่สามมาเกี่ยว

“พิงกี้” รับแล้วเลิกสามี “ไฮโซหมื่นล้าน” หลังใช้ชีวิตคู่อยู่ 3 ปี เผยเหตุที่เตียงหักไม่ใช่เรื่องมือที่ 3 และไม่ได้ทะเลาะกัน แต่เป็นทัศนคติที่ไม่ตรงกันสามีปรารถนาดีอยากให้ทำธุรกิจ แต่ไม่ถนัดเพราะชอบงานวงการบันเทิง เลยกลับบ้านมาอยู่กับพ่อแม่เพื่อความสบายใจ ยันยังรักสามีเสมอ และจะไปมีใครใหม่ก็ได้ไม่ว่าอะไร

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เรื่องนางเอกสาวตาคม พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช ส่อแววเตียงหักกับสามีไฮโซหมื่นล้าน เพชร-อิทธิ ชวลิตธำรง ทายาทเจ้าของที่ดินเมืองพัทยา และนางสรินยา ไชยเดช มารดาของพิงกี้ ก็ไม่ปฏิเสธถึงข่าวลือดังกล่าว เพียงแต่บอกให้รอฟังคำตอบจากปากของลูกสาวและลูกเขยเองดีกว่านั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ในช่วงเช้าพิงกี้-สาวิกา ได้ลงคลิปเพลง “ฉันมาไกล” ที่ตัวเองร้องจากเพลงของ “ไมเคิล หว่อง” ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเนื้อหาเพลงท่อนที่พิงกี้ร้องและนำมาโพสต์มีว่า “ฉันมาไกล มาไกลเหลือเกิน ฉันเดินทางมาไกลแสนไกล แต่มีเธอนั้นเป็นจุดหมาย ต่อให้ไกลแสนไกลเท่าไรไม่หวั่น ไร้กำลังยังคงก้าวไป ล้มลงไปยังยืนขึ้นมา อดและทนแม้จะอ่อนล้า เพื่อจะมาล้มลงตรงข้างกายเธอ” นอกจากนี้ พิงกี้ยังลงข้อความใต้ภาพด้วยว่า “เพลงนี้อัดไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หวังว่าจะชอบกันนะคะ รำลึกความทรงจำกับเพลงนี้ตอนสาวิกาเด็กๆกับ ลุงหว่องซักหน่อย ใครจำเพลงนี้ได้บ้างเอ่ย”

หลังจากที่พิงกี้โพสต์เพลง “ฉันมาไกล” ลงในอินสตาแกรม ปรากฏว่ามีแฟนๆ เข้าไปดูและกดไลค์จำนวนมาก ทั้งชื่นชมว่าร้องเพลงเพราะกับให้กำลังใจและปลอบใจพิงกี้เรื่องที่ไม่สมหวังในชีวิตรักและชีวิตครอบครัว ขณะเดียวกันก็มีการตีความหมายที่พิงกี้ลงเพลงดังกล่าว

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปดักรอพิงกี้ที่บ้านย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา พบว่าพิงกี้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าพร้อมกับแม่ไปเยี่ยมคุณยาย มีเพียง นายสมาน ไชยเดช พ่อพิงกี้ที่อยู่บ้าน กระทั่งเย็นพิงกี้กับแม่เดินทางกลับถึงบ้านและพิงกี้ยอมพูดเปิดอกครั้งแรกหลังมีข่าวเลิกกับสามีไฮโซ

โดยพิงกี้กล่าวยอมรับว่าเลิกกับพี่เพชรจริง โดยไม่ได้มีการทะเลาะอะไรรุนแรง เป็นเรื่องปกติของสามีภรรยาที่ลิ้นกับฟันกระทบกันบ้าง กลับมาอยู่บ้านพ่อแม่ได้ประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว ไม่ได้นานอย่างที่เป็นข่าว เมื่อถามว่ามีเรื่องมือที่สามหรือเปล่า นางเอกตาคมกล่าวว่าไม่มีเลย เป็นเรื่องของเราสองคนอย่างเดียวเลย ตลอดเวลาที่อยู่กินกันพี่เพชรไม่มีเรื่องผู้หญิง พี่เพชรเป็นคนบ้างานด้วยซ้ำ ต่อไปพี่เพชรจะมีใครใหม่เป็นเรื่องของเขา

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีปัญหาอะไรกันถึงขั้นเลิกรา พิงกี้กล่าวว่า ที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ก็ปัญหาเดิมๆของชีวิตคู่ คนสองคนมาอยู่ด้วยกัน จะให้เข้ากันได้ดีไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับคู่ของเรามันอาจจะต่างกันมาก ตนเป็นคนบันเทิง มีชีวิตอยู่ในวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก พี่เพชรอยากให้ทำธุรกิจ ตนไม่ถนัดจริงๆ แต่ก็พยายาม พี่เพชรเขาปรารถนาดี เพียงแต่มันไม่ใช่ตัวตนเรา จึงเป็นความกดดันของตน นั่นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญ พอกลับมาอยู่บ้านได้พูดคุยกับพ่อแม่ บรรยากาศเก่าๆ ความรักความอบอุ่นของพ่อแม่ ทำให้ผ่อนคลาย ต่อมาก็รู้สึกว่าถ้ากลับไปอยู่กับพี่เพชร ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ยังรักพี่เพชร เพียงแต่อยู่ตรงนี้แล้วสบายใจ ได้พูดคุยกับพี่เพชรเขาเข้าใจ เราแยกทางกันด้วยดี “มันดีทั้งสองฝ่ายค่ะ ทั้งเพื่อเขาและเพื่อเราจะได้เดินไปยังเป้าหมายของตัวเอง” พิงกี้กล่าวอย่างหนักแน่น

ส่วนประเด็นเรื่องที่ไม่มีลูกไว้เป็นพยานรักมีส่วนสำคัญไหม พิงกี้เผยว่า เรื่องลูกไม่เกี่ยว ก่อนนี้พี่เพชรบอกให้ไปหาหมอ แต่พอมีงานเข้ามา พี่เพชรเริ่มทำภาพยนตร์ ก็มีเรื่องยุ่งจนไม่ได้คิดเรื่องลูก เขาก็ไม่ได้งอนอะไร ถามว่าเลิกกับพี่เพชรแล้ว พ่อแม่ว่าอย่างไรบ้าง พิงกี้กล่าวว่า ท่านสองคนเข้าใจ เพราะมองว่าเรื่องของสามีภรรยา เป็นเรื่องของคนสองคน ก่อนหน้านี้มีนักข่าวถามแม่เยอะมาก แม่ก็ไม่บอก เพราะท่านไม่อยากยุ่งเรื่องของเรา แต่ท่านพร้อมยืนอยู่เคียงข้างเสมอไม่ว่าลูกจะตัดสินใจอย่างไร

พิงกี้ร่ายยาวอีกว่า ตอนที่บอกท่าน พ่อแม่ก็กอดให้กำลังใจ รู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกเดิมๆกลับมาอีกครั้ง ความรักจากพ่อแม่และพี่ๆมีส่วนสำคัญที่ทำให้เข้มแข็ง ยังมีแฟนๆ ที่ติดตามผลงานเข้ามาให้กำลังใจมากมายในอินสตาแกรม หรือแม้เมื่อวันก่อน ไปกราบพระบรมศพ แฟนๆเข้ามาให้กำลังใจ บอกว่าอยากเห็นผลงานอีก ไม่ว่าจะเป็นละครหรือว่าเพลง ทำให้รู้สึกเข้มแข็ง ขอบคุณทุกกำลังใจ นับจากนี้จะได้มุ่งหน้าทำงานวงการบันเทิงที่รักต่อไป และทำหน้าที่ลูกปรนนิบัติพ่อแม่ได้เต็มที่ พ่ออายุมากแล้ว เพิ่งผ่าตัดหัวใจมา ท่านก็ดีใจมากที่ลูกสาวกลับมาบ้านมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง